เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2562

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง บริเวณพื้นราบมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 16-22 องศาเซลเซียส ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับภาคกลางและภาคตะวันออกมีอุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆบางส่วนกับมีฝนบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 19 - 22 พ.ย. 62 พื้นราบบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส กับมีอากาศเย็นถึงหนาวและมีลมแรง ส่วนบริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด กับมีน้ำค้างแข็งบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 4-11 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนในช่วงวันที่ 23 - 24 พ.ย. 62 พื้นราบบริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 1-3 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศเย็นในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณยอดดอยยังคงมีอากาศหนาวถึงหนาวจัดอุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง และบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 19-22 พ.ย. 62 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากอากาศที่หนาวเย็นลง สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-11-18_DFTH2_2300.jpg (20.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-11-18_DFTH1_2300.jpg (35.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg latest191119.jpg (29.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2019-11-19_TopChart_01.jpg (119.6 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

เต่าตนุพะงัน ตายสลดอีกตัว! พบขยะอุดตันอวัยวะภายในหลายส่วน วอนเลิกทิ้งขยะลงทะเล



พบซากเต่าตะนุเพศผู้ตายสลด บริเวณหาดโฉลกหลำ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบขยะในลำไส้ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารทั้งสองส่วน ในมูลเต่า และอุดตันที่ลำไส้ใหญ่ วอนประชาชนเลิกทิ้งขยะลงทะเล

วันนี้ (18 พ.ย.) "สิทธิโรจน์ แก้วหนองเสม็ด" ได้เปิดเผยเรื่องราวสุดเศร้า หลังพบซากเต่าตนุ เพศผู้ บริเวณหาดโฉลกหลำ เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งพบหลังผ่าพิสูจน์ต้องมาสังเวยชีวิตให้กับขยะอีกแล้ว เนื่องจากพบขยะในลำไส้ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารทั้งสองส่วน ในมูลเต่า และอุดตันที่ลำไส้ใหญ่ โดยอยากฝากเตือนให้ผู้คนหันมาสนใจเรื่องนี้กันอย่างจริงจัง เนื่องจากสัตว์หลายตัวต้องมาตายเพียงเพราะการทิ้งขยะไม่เป็นที่เป็นทาง และขยะพลาสติกทั้งหลายยังย่อยสลายยากด้วย

โดยมีเนื้อหาโพสต์ว่า "โศกนาฏกรรม รับแจ้งพบเต่าตายเมื่อคืนวานตอนค่ำ บริเวณชายหาดบ้านโฉลกหลำ เราทำอะไรไม่ได้มากเพราะมืดสนิทไม่มีแสงไฟเลยต้องฝังกลบไปก่อนเพื่อรอหมอมาผ่าพิสูจน์ ขนาดวัดได้ 58 x 58 เซ็นติเมตร เป็นเต่าตนุ เพศผู้ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 นางสาวพิมพ์ชนก ประจำค่าย ตำแหน่งนายสัตวแพทย์ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง พร้อมด้วยทีมงาน อช.ธารเสด็จ- เกาะพะงัน และกลุ่มดอกไม้ทะเลฯร่วมกันขุดซากขึ้นมาผ่าพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด เป็นที่น่าหดหู่เป็นอย่างมาก เมื่อเราผ่าเช็คอย่างละเอียดในลำไส้ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารทั้งสองส่วนและในมูลเต่าที่ลำไส้ใหญ่ เจอกับขยะมากมายทั้งอุดตันในลำไส้และในกระเพาะอาหาร น่าสลดใจเป็นอย่างมากที่สัตว์ทะเลต้องมาสังเวยชีวิตให้กับขยะตัวแล้วตัวเล่า เลิกทิ้งขยะลงทะเล ช่วยกันรักษา"





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ผงะ!!นักท่องเที่ยวเจอปลาประหลาดในจีน'มีใบหน้าคล้ายมนุษย์'(ชมคลิป)

เดลิเมล์ - นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเยือนหมู่บ้านแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศจีน ถึงกับผงะ เมื่อได้พบเจอกับปลาตัวหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะประหลาด มีใบหน้าคล้ายมนุษย์

ในภาพวิดีโอที่ถูกนำไปเผยแพร่ต่อกันอย่างกว้างขวางทั้งบนโลกออนไลน์และสื่อกระแสหลัก พบเห็นปลาคาร์พตัวหนึ่งกำลังว่ายเข้าหาฝั่ง แต่พบสังเกตใกล้ๆจะเห็นได้ว่าตรงส่วนหัวมันของมันมีปาก, จมูกและตา เหมือนกับมนุษย์เป็นอย่างมาก

ผู้หญิงซึ่งเป็นคนบันทึกภาพวิดีโอถึงกับอุทานด้วยความตกใจกับภาพที่เธอพบเห็น โดยบอกว่า "ปลาแปลงร่างเป็นเทพยดา



ปลาประหลาดถูกพบเห็นเมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน โดยนักท่องเที่ยวรายหนึ่งซึ่งเดินทางไปเยือนหมู่บ้านเหมียว จุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวยอดนิยมในเมืองคุนหมิง

ผู้ใช่สื่อสังคมออนไลน์ในจีนพากันตื่นตะลึงกับคลิปความยาว 15 วินาที นับตั้งแต่มันถูกโพสต์ลงบนเว็บเว่ยป๋อ โดยมีคนหนึ่งแสดงความคิดเห็นว่า "มันน่ากลัวมาก" ส่วนอีกคนเสริมว่า "ใครจะกล้ากินมัน"

เป็นที่ทราบกันมานานแล้วว่าปลาคาร์พนั้นจะมีลายและร่องรอยต่างๆที่ทำให้มันดูแล้วคล้ายใบหน้ามนุษย์ แต่สำหรับตัวที่เหมือนจริงๆแบบนี้นั้นถือว่าหาได้ยากมากๆ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

"ศรีลังกา" ตื่นตาตื่นใจ ล่องเรือชมวาฬ-โลมา ผจญภัยท่องป่าซาฟารีที่ ?ยาลา?


โลมาว่ายน้ำโชว์ให้เห็นที่มหาสมุทรอินเดีย

พอบอกว่าจะเดินทางไปเที่ยว ?ศรีลังกา? เชื่อว่านักเดินทางท่องเที่ยวส่วนใหญ่ มักคิดถึงการเดินทางไปเที่ยวแสวงบุญ เพราะว่าประเทศศรีลังกาเป็นที่นิยมของชาวพุทธทั่วโลกที่เลื่อมใสศรัทธาในพระพุทธศาสนา ต้องการเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิต

แต่ ?ตะลอนเที่ยว? อยากจะบอกว่าที่ศรีลังกายังมีสถานที่ท่องเที่ยวด้านอื่นให้ได้ไปสัมผัสกับมุมมองใหม่ๆ ไม่ใช่แค่ไปศรีลังกาเพื่อไปทัวร์แสวงบุญเท่านั้น อย่างที่ในทริปนี้เมื่อเราได้รับคำชวนจากทางบัตรเครดิตเคทีซี (KTC) ให้ได้ไปร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวศรีลังกาในมุมมองใหม่ กับทริป ?Journey to Sri Lanka with KTC? ซึ่งจะพาไปเที่ยวยังแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ที่น่าสนใจ ชวนให้ไปสัมผัสกันนอกจากการไปทัวร์เข้าวัดไหว้พระทำบุญ


โลมาว่ายน้ำโชว์ตัวให้เห็นแบบใกล้ๆ

โดยในทริปนี้ทางเคทีซีพาเราเหินฟ้าจากเมืองไทย มาด้วยสายการบิน Sri Lanka Airlines เพื่อมาสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่กับสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอันชวนตื่นตาตื่นใจ และสัมผัสกับการผจญภัยแนวซาฟารีทั้งทางทะเลและทางบก

เมื่อมาถึงยังสนามบินโคลัมโบ เรานั่งรถมายังเมืองมิริสซ่า (Mirissa) เมืองที่อยู่ใต้สุดของประเทศศรีลังกา เพื่อมาสัมผัสกับประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบ Sea Safari ที่โด่งดังมากคือ การล่องเรือชมโลมาและวาฬสีน้ำเงิน (Whale Watching) ในมหาสมุทรอินเดีย ซึ่งการมาชมวาฬสีน้ำเงินและโลมา เราควรมาในช่วงเช้าเท่านั้น โดยต้องมาถึงยังท่าเรือเวลา 07.00 น.


นั่งเรือล่องออกมาชมวาฬสีน้ำเงินและโลมา

พอมาถึงยังท่าเรือก็จะได้เห็นถึงวีถีชีวิตการทำประมงของชาวศรีลังกา โดยจะมีเรือประมงท้องถิ่นของชาวศรีลังกาจอดเทียบท่าอยู่ที่ท่าเรือเต็มไปหมด ซึ่งเรือที่เราใช้นั่งล่องออกไปชมวาฬและโลมานั้น เป็นเรือประมงที่ถูดดัดแปลงมาเป็นอยางดี เป็นเรือ 2 ชั้น ด้านในมีที่นั่งทั้งชั้นบนและชั้นล่าง และได้เลือกนั่งกันตามใจชอบ

เรือค่อยๆ แล่นออกจากฝั่งมุ่งหน้าออกไปยังมหาสมุทรอินเดีย เรือโต้เกลียวคลื่นและแรงลมออกไปเรื่อยๆ วิวสองข้างทางมีแต่ท้องทะเลอันเวิ้งว้างกว้างไกล และก็มีเรือชาวประมงออกมาหาปลาให้ได้ชมด้วย


โลมาพากันมาเป็นฝูง

แล้วเมื่อเรือแล่นออกมาได้สักประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็มีเสียงฮือฮาเกินขึ้นว่า ?นั่นไง!! โลมา ว่ายกันมาเป็นฝูงเลย? เราไม่รอช้ารีบหยิบกล้องขึ้นมาเก็บภาพฝูงโลมาจำนวนมาก ที่แหวกว่ายโชว์ตัว กระโดดเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับเราเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นโลมาตัวเป็นๆ จำนวนมาก ว่ายน้ำโชว์ตัวให้ได้ชมแบบใกล้ชิด เป็นภาพที่น่ารักประทับใจเป็นยิ่งนัก ที่ได้เห็นกับตาตัวเองว่าทะเลมหาสมุทรอินเดียมีความสมบูรณ์ของสัตว์ทะเลแค่ไหน

หลังจากได้ชมโลมากันสักครู่เดียว โลมาก็ว่ายจากไป และพวกเราก็รอคอยไฮไลต์ที่สำคัญนั่นคือจะได้เห็น วาฬสีย้ำเงินหรือไม่ ซึ่งช่วงเวลาที่วาฬสีน้ำเงิน (Blue Whale) จะมีให้ชมคือในช่วงเดือนพฤศจิกายน ? มีนาคมเท่านั้น แต่ก็ขึ้นอยู่กับโชคและดวงด้วยว่าจะมีโอกาสได้เจอหรือไม่ เพราะเรื่อของธรรมชาติไม่สามารถคาดเดาการมาของวาฬสีน้ำเงินได้

วาฬสีน้ำเงินเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก วาฬสีน้ำเงินที่ตัวขนาดกลางๆ จะมีความยาวประมาณ 30 กว่าเมตร เมื่อโตเต็มที่น้ำหนักประมาณ 100 - 200 ตัน เราแล่นเรืออยู่สักพักก็ได้ยินเสียงเฮอีกแล้ว ?นั่น นั่น นั่น วาฬสีน้ำเงินโผล่พ้นน้ำมาแล้ว? แต่ว่าน่าเสียดายที่เราเก็บภาพไม่ทัน เพราะวาฬอยู่ไกลมาก และได้เห็นเพียงครีบหลังเล็กๆ เท่านั้น เจ้าวาฬก็ดำน้ำหนีหายไปแล้ว ถึงแม้ว่าจะได้เห็นวาฬสีน้ำเงินแบบไกลๆ และเพียงน้อยนิด (ไม่ได้เห็นทั้งตัว) แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าและเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมากแล้ว จากนั้นเรือก็เบนหัวเรือกลับเข้าฝั่ง ซึ่งเราใช้เวลาในการล่องเรือชมวาฬสีน้ำเงินและโลมาประมาณ 3 ชม.

ขึ้นจากเรือมาได้เราออกเดินทางต่อกันทันที เพื่อไปผจญภัยไปกับการนั่งรถจี๊ปท่องป่าซาฟารี ชมวิถีชีวิตสัตว์ป่าที่อุทยานแห่งชาติยาลา (Yala National Park Safari) ที่เมืองกตรคาม (Tissamaharama, Kataragama) อุทยานแห่งชาติยาลา จัดว่าเป็นอุทยานที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ มีเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร มีทั้งส่วนของป่าและเนื้อที่ส่วนหนึ่งของอุทยานติดกับชายฝั่งทะเล ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ของอุทยานแห่งชาติยาลา อุดมสมบูรณ์แวดล้อมไปด้วยผืนป่าและทุ่งหญ้า จนดินแดนแห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นสรวงสวรรค์ของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด และยังเป็นพื้นที่ที่มีประชากรเสือดาวอาศัยอยู่หนาแน่น

การผจญภัยท่องเที่ยวป่าซาฟารีที่อุทยานแห่งชาติยาลา จะมีรถจี๊ปแบบโฟร์วิลสามารถจุผู้โดยสานได้ 7 คน ซึ่งรถจี๊ปจะควบคุมโดย Ranger ชาวศรีลังกาที่มากประสบการณ์ พาเราวิ่งเข้าสู่ซาฟารี เพื่อไปชมวิถีชีวิตสัตว์ป่าตามธรรมชาติอย่างใกล้ชิด ชมสัตว์ป่าหายากและใกล้สูญพันธุ์ อาทิ เสือดาว กวางดาว ช้าง จระเข้ หมูป่า นกยูง ควายป่า และนกกว่า 130 สายพันธุ์

รถจี๊ปค่อยๆ ขับเคลื่อนล้อเข้าสู่ป่าซาฟารี ที่ดูอุดมสมบูรณ์มีความรื่นรมย์ และมีความเป็นธรรมชาติสูงมาก รถจะค่อยๆ วิ่งผ่านตามทางรถวิ่งไปเรื่อยๆ เมื่อเจอสัตว์ชนิดไหน Ranger ก็จะหยุดรถและชี้ชวนให้เราดูสัตว์ที่เห็นอยู่ตลอดสองข้างทาง ว่าจะเป็นนกยูงสีสวย ที่เดินอยู่ร่วมกับฝูงหมูป่า

รวมถึงได้เห็นช้างออกมาเดินหากินในป่าให้ได้เห็นแบบใกล้ชิด ได้เห็นกระต่าย เห็นนกเป็ดน้ำ นกนานาชนิดจำนวนมากหลากหลายสายพันธุ์ นกตัวเล็กตัวน้อย ตัวใหญ่บินมาเกาะอยู่ตามต้นไม้กิ่งไม้ให้ได้ชมแบบสุขใจ


แล้วสำหรับสัตว์ไฮไลต์อย่างเสือดาว เราก็ได้เห็นแบบตัวเป็นๆ ตัว แต่ว่าเสือดาวอยู่ไกลมากนอนอยู่บนต้นไม้ ซึ่งต้องใช้กล้องส่องทางไกลมองถึงจะได้เห็น (เราจะไม่สามารถถ่ายภาพเสือดาวมาได้) เรียกว่าตลอดระยะเวลา 2 ชั่วโมงที่เราได้นั่งรถผจญภัยแบบสนุกสนาน ท่องไปในป่าซาฟารีที่อุทยานแห่งชาติยาลาแห่งนี้ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ว่าธรรมชาติของสัตว์ป่ายังคงอุดมสมบูรณ์อยู่ได้ หากมนุษย์อย่างเราช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ก็จะมีสัตว์ป่ามากมายให้คนรุ่นหลังได้เห็นกันต่อไป เรียกได้ว่าทริปนี้กับการได้มาสัมผัสศรีลังกาในมุมมองใหม่ สร้างความตื่นตาตื่นใจ อิ่มเอมใจและประทับตราตรึงใจแบบไม่รู้ลืม
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,944
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผุ้จัดการออนไลน์

ฮือฮา! ชาวประมงพื้นบ้านกระบี่ตกได้ปลาทูน่าน้ำหนักถึง 44 กิโลกรัม เป็นครั้งแรกในทะเลชายฝั่งกระบี่



กระบี่ - ชาวประมงพื้นบ้านเกาะจำ ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ ตกปลาทูน่าได้ตัวใหญ่ น้ำหนักถึง44 กก. ขายได้ 2 พันบาท เผยไม่เคยเจอมาก่อนในทะเลชายฝั่ง

วันนี้ (19 พ.ย.) นายแสน ศรีงาม ประมงจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า ขณะที่ลงพื้นที่พบปะชาวประมง พร้อมกับร่วมปลูกหญ้าทะเล และปล่อยพันธุ์ปู ปลา และหอยชักตีน ร่วมกับชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง ในพื้นที่บ้านเกาะปู เกาะจำ ต.เกาะศรีบอยา อ.เหนือคลองจ.กระบี่ เมื่อวันที่ 16 พ.ย.ที่ผ่านมา ได้ทราบว่ามีชาวประมงพื้นบ้านเกาะจำ ต.เกาะศรีบอยา ชื่อนายหน้าหยัน ช้างน้ำ อายุ 61 ปี จับปลาทูน่าด้วยการตกเบ็ดได้ที่บริเวณท่าเรือบ้านเกาะจำ จำนวน 1 ตัว ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร มีน้ำหนักมากถึง 44 กิโลกรัม



นายแสน กล่าวด้วยว่า จุดที่นายหน้าหยัน ชาวประมงพื้นบ้านตกปลาทูน่าได้ อยู่บริเวณท่าเรือชายฝั่งน้ำลึก 2-3 เมตรเท่านั้น เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก และเชื่อว่าเป็นผลพวงมาจากการใช้มาตรการปิดอ่าว และการกวาดล้างเครื่องมือการทำประมงผิดกฏหมาย ของกรมประมงอย่างจริงจังในทะเลกระบี่ นอกจากนี้ ยังมีเครือข่ายชาวประมงช่วยกันดูแลรักษาทะเล จึงทำให้ทะเลกระบี่ มีความสมบูรณ์อย่างมาก



นายแสน ยังกล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า เท่าที่รับราชการในกรมประมงมากว่า 30 ปี ยังไม่เคยพบว่ามีชาวประมงตกปลาทูน่า หนักกว่า 40 กก.ได้บริเวณชายฝั่งน้ำตื้น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทราบข่าว ซึ่งส่วนใหญ่จะจับได้บริเวณน้ำลึก 20-30 เมตร นอกชายฝั่ง ซึ่งเชื่อว่าเกิดจากความสมบูรณ์ของทะเลกระบี่ ทำให้มีปลาชุกชุมทุกพื้นที่



นอกจากปลาทูน่า น้ำหนัก 44 กก. ที่นายหน้าหยัน จับได้ ทราบว่ายังมีอีกราว 10 ตัว ที่มีชาวประมงในละแวกดังกล่าวตกด้วยเบ็ดได้ โดยปลาทูน่าที่นายหน้าหยัน ตกได้ นำไปขายในราคา กก.ละ 50 บาท ได้เงินประมาณ 2,000 บาท
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 10:59


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger