เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 29-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ในช่วงวันที่ 29 ธันวาคม 2557 - 1 มกราคม 2558 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปควรงดออกจากฝั่ง

สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ลักษณะเช่นนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค. 2557- 3 ม.ค. 2558 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

อนึ่ง สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ (วันที่ 31 ธ.ค. 2557 – 2 ม.ค. 2558) ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา โดยจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา ในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 29 ธ.ค.-3 ม.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้รักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2557- 1 ม.ค. 2558 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสม กับขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_01.jpg (33.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Preesure-Map.jpg (117.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (73.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave.jpg (101.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 29-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ไทยรัฐ


ปริศนา...หอยตาย



การประชุมวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหาทรัพยากรชายฝั่ง กรณีเกิดโรคระบาดหอยแครงตายเป็นจำนวนมากในอ่าวไทย โดยมีผู้แทนศูนย์ประสานงานวิจัยเพื่อท้องถิ่นจังหวัดสมุทรสงคราม แกนนำชาวบ้าน นักวิชาการจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา ร่วมหารือเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นผสานความรู้ทางวิชาการ

ผศ.ดร.บัญชร แก้วส่อง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยเพื่อท้องถิ่น สกว. ประธานการประชุมฯ บอกว่า ปรากฏการณ์หอยแครงตายทั้งที่สภาพน้ำยังปกติดี กรมประมงได้เก็บหอย ดินและน้ำไปตรวจ เบื้องต้นสันนิษฐาน อาจเป็นเพราะปรสิตในหอยสายพันธุ์ยะโฮ (หอยมาเลเซียที่นำเข้ามา) เป็นผลให้หอยเลี้ยงในพื้นที่อ่าวคลองโคลน จ.สมุทรสงคราม และอ่าวบางตะบูน จ.เพชรบุรี รวมถึงหอยในธรรมชาติทยอยตายอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ชาวบ้านสันนิษฐานว่าในน้ำน่าจะมีเชื้อบางอย่างที่เป็นสาเหตุหลัก เพราะหากมีสภาพลม-น้ำ-อากาศ เปลี่ยนแปลงจะมีหอยตายแค่บางส่วนไม่ใช่ทั้งหมด

ด้านนักวิชาการจากสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเล ม.บูรพา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลวิจัยหอยแครงที่มาเลเซียว่า สภาพน้ำและสภาพอากาศที่ผิดปกติ มีผลต่อการกินอาหารของหอย หากน้ำลดมีผลต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้น ทำให้พยาธิเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ปรสิตตัวนี้ไม่มีผลต่อมนุษย์ และหลังการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียนขึ้น มีเรือพาณิชย์เข้ามาจำนวนมาก อาจเป็นที่มาของเชื้อโรคปรสิตต่างๆ

เพราะเคยวิจัยพบว่า ปัจจุบันมีเชื้อปรสิตแปลกใหม่เข้ามาอยู่ในหอยธรรมชาติเป็นจำนวนมาก ทำให้เนื้อเยื่อของหอยฉีกขาดและตาย ส่งผลให้น้ำเสีย และพาให้สัตว์อื่นในบริเวณนั้นตายไปด้วย...อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์นี้อาจไม่ใช่ปรสิตเพียงอย่างเดียว แต่น่าจะมีสาเหตุอื่น เช่น เชื้อแบคทีเรีย สภาพน้ำเน่าเสียร่วมด้วย

เพื่อสร้างความมั่นใจในการประกอบอาชีพให้กับชาวบ้าน นักวิชาการเสนอ อาจจะต้องปรับสภาพแปลงเลี้ยงให้สะอาด ปล่อยหอยไม่ต้องแน่นมาก รวมถึงการปักคอกหอยที่ใช้ไม้ปักถี่จนเกินไป ซึ่งอาจมีผลทำให้เกิดการกักตะกอนและรวมตะกอนเชื้อโรคไว้ ส่งผลให้น้ำไม่ไหลผ่านจนเกิด “น้ำอับ” และหอยตายในที่สุด.


*****************************************************************************************


ระทึก! ไฟไหม้เรือเฟอร์รี่อิตาลี ดับแล้ว 1 ติดค้างอีกกว่า 300 คน


(ภาพ: AFP PHOTO)

เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือเฟอร์รี่สัญชาติอิตาลี ในน่านน้ำใกล้ประเทศกรีซ มีผู้โดยสารติดค้างอยู่หลายร้อยคน ขณะที่มีผู้เสียชีวิตรายแรกแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุเพลิงไหม้เรือเฟอร์รี่สัญชาติอิตาลี ชื่อว่า 'นอร์แมน แอตแลนติก' ในน่านน้ำใกล้กับชายฝั่งประเทศกรีซ และมีผู้โดยสารและลูกเรือติดอยู่ภายในลำเรือ 477 คน เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย โดยหน่วยยามฝั่งของอิตาลีระบุว่า เป็นผู้โดยสารชายที่กระโดดลงมาจากเรือ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการกระโดดในลักษณ์เดียวกันอีก 2 คน

เรือเฟอร์รี่ลำนี้บรรทุกผู้โดยสารมากกว่า 400 คน, ลูกเรือ 56 คน และยานพาหนะอีก 222 คัน ก่อนที่เพลิงจะเริ่มลุกไหม้เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ เพียงไม่นานหลังจากเรือลำนี้เดินทางออกจากเมือง อิกูเมนิตซา ประเทศกรีสมุ่งหน้าไปยังเมืองอังโคนา ประเทศอิตาลี โดยเชื่อว่าต้นตอของไฟมาจากพื้นที่โรงรถ


เรือ นอร์แมน แอตแลนติก ก่อนถูกไฟไหม้ (ภาพ: AFP PHOTO)

ทีมกู้ภัยซึ่งนำโดยกองทัพเรืออิตาลี เร่งช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ และสามารถช่วยเหลือผู้โดยสารออกมาได้แล้ว 165 คนในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ แต่ยังเหลือผู้โดยสารและลูกเรือตกค้างอยู่บนเรืออีก 312 คน ซึ่งนางโรแบร์ตา พินอตตี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งอิตาลี ระบุบนทวิตเตอร์ว่า ปฏิบัติการช่วยเหลือจะดำเนินต่อไปในคืนวันอาทิตย์

ทั้งนี้ ปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือของอิตาลีและกรีซต้องพบอุปสรรคตั้งแต่ช่วยเช้า เมื่อเกิดกลุ่มควันดำหนาทึบปกคลุมเรือเฟอร์รี่ลำนี้เอาไว้ กอปรกับลมแรงและน้ำทะเลที่หนาวเย็นถึงจุกเยือกแข็ง ทำให้การอพยพผู้โดยสารทางอากาศกลายเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด

ขณะเดียวกัน ผู้โดยสารชาวกรีซคนหนึ่ง โทรศัพท์ถึงสถานีโทรทัศน์ 'อาร์เอไอ ทีวี' ของอิตาลี เพื่อเล่าสภาพภายในเรือ โดยระบุว่า ผู้คนที่ยังติดค้างอยู่ในเรือต่างไปรวมตัวกันที่ชั้นบนของเรือ เพื่อรอความช่วยเหลือ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ และกลุ่มควันที่ทำให้พวกเขาหายใจลำบาก ขณะที่เท้าของพวกเขากลับกำลังถูกเผาไหม้จากความร้อนของเผลวไฟที่อยู่เบื้องล่าง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 29-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ยลเมเปิลเปลี่ยนสีผลัดใบ งามจับใจบน "ภูกระดึง"



ครั้งหนึ่งในชีวิต เราคือผู้พิชิตภูกระดึง

เมื่อลมหนาวพัดมา สถานที่ท่องเที่ยวที่เรามักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ก็คือ “ภูกระดึง” ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งในจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดฮิต ของใครหลายคนด้วยเช่นกัน

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตในช่วงฤดูหนาว ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางไปสัมผัสกับธรรมชาติอันงดงามบนยอดภูให้ได้สักครั้งหนึ่งในชีวิต ด้วยความสูงและการเดินทางขึ้นไปด้านบน ที่ต้องใช้สองเท้าก้าวขึ้นไป จึงทำให้ในแต่ละปี มีนักท่องเที่ยวเดินทางมายัง "ภูกระดึง" เป็นจำนวนมาก ซึ่งจังหวัดเลยก็เป็น 1 ในเมือง “เมืองต้องห้าม...พลาด” ในโครงการของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในคำนิยามที่ว่า “เย็นสุด...สุขที่เลย” จ.เลย อีกด้วย


ใบเมเปิลสีแดงสดบนต้น

โดยฤดูหนาวปีนี้เราได้มีโอกาสไปเยือนภูกระดึงเหมือนเช่นเคย แต่จุดหมายปลายทางของการขึ้นภูฯ ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเดินขึ้นเขาเพิ่อพิชิตใจตัวเอง ไม่ใช่แค่ความสวยงามยามพระอาทิตย์อัสดงลับขอบฟ้าของผาหล่มสัก ทว่าจุดมุ่งหมายที่เราตั้งใจจะขึ้้นมาชื่นชมนั้นก็คือ "ใบเมเปิลแดง" ซึ่งในช่วงฤดูหนาวนี้เอง (ประมาณเดือนธันวาคม) ใบเมเปิลที่เขียวขจีตามยอดไม้ จะทยอยผลัดเปลี่ยนสีสันจากสีเขียวเป็นสีแดงสดใส สร้างความงดงามให้กับผืนป่า ก่อนจะร่วงหล่นสู่สายน้ำ หรือบนลานหิน เบื้องล่าง ช่วยแต่งแต้มสีสันความงดงามให้กับผืนป่าอย่างงดงาม

สำหรับบนภูกระดึง เราสามารถเดินไปดูใบเมเปิลเปลี่ยนสีได้ตามเส้นน้ำตก ตั้งแต่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ ไปจนถึงจุดยอดฮิตคือน้ำตกถ้ำใหญ่ โดยในช่วงที่เราเดินทางไปนั้น (ช่วงวันที่ 21-24 ธ.ค.ที่ผ่านมา) พบใบเมเปิลแดงที่น้ำตกเพ็ญพบใหม่ ซึ่งเป็นต้นเมเปิลริมผาที่ใบสีแดงกำลังร่วงโรยลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเมื่อมองตรงไปบริเวณน้ำตก ก็จะเห็นต้นเมเปิลอีกต้น ที่มีใบสีเขียว เหลือง แดง ที่ค่อยๆ เปลี่ยนสีทีละนิด สะท้อนกับแสงแดดที่กระทบลงมา ทำให้มองเป็นในเมเปิลโปร่งแสง ดูงดงามไม่แพ้กัน



ถัดจาดน้ำตกเพ็ญพบใหม่ ก็จะสามารถพบเจอต้นเมเปิลเป็นระยะๆ จะสังเกตได้จากใบสีแดงที่ร่วงตามพื้น สำหรับบางต้นใบเมเปิลก็ได้ร่วงโรยไปบางแล้ว แต่ยังมีบางส่วนที่กำลังแดงอยู่บนต้น และบางส่วนที่เป็นสีเขียว ที่คาดว่าจะเปลี่ยนสีให้เห็นเป็นสีแดงสดใสในช่วงเดือนกลางเดือนมกราคม ปี 2558 นี้

สำหรับจุดไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือบริเวณน้ำตกถ้ำใหญ่ ที่จุดนี้จะมีต้นเมเปิลอยู่หลายต้น ในจุดนี้บางส่วนได้มีการร่วงโรยไปบ้างแล้ว แต่ยังมีอีกส่วนที่เริ่มทยอยเปลี่ยนสี รอให้เราไปชื่นชมกัน โดยที่จุดนี้จะพบใบเมเปิลสีแดงสดใส ร่วงโรยตามสายน้ำ บ้างก็ร่วงบนโขดหินที่มีต้นเฟิร์นสีเขียวปกคลุมอยู่ ตัดกับใบเมเปิลสีแดงสดใส ทำให้ดูสวยสดงดงามสุดๆ หากไปในช่วงที่แสงแดดกำลังส่องลงมา ก็จะเห็นใบเมเปิลกระทบกับแสงแดด ยิ่งดูงดงามขึ้นไปอีก ซึ่งใครที่อยากจะไปชมใบเมเปิลที่จุดนี้ คาดว่าจะเปลี่ยนสีเต็มต้นให้ได้ชมกันในช่วงต้นเดือนมกราคม 2558 ด้วยกันเช่นกัน


ดวงอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสัก

นอกจากใบเมเปิลที่เป็นไฮไลท์แล้ว อีกหนึ่งไฮไลท์บนภูกระดึงที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือการไปชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหล่มสัก ที่เป็นเสมือนแลนด์มาร์กของที่นี่ โดยเราจะได้เห็นดวงอาทิตย์ดวงโต ค่อยๆ ลับขอบฟ้า ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น และทัศนียภาพของผาหล่มสัก จนแสงอาทิตย์ลับไป กลายเป็นภาพที่สวยงามประทับใจ

ซึ่งนอกจากนี้แล้ว บนภูกระดึงยังมีจุดต่างๆ ให้เราได้เดินสำรวจอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชมพระอาทิตย์ขึ้นที่ผานกแอ่น ชมพระอาทิตย์ตกดินที่ผาหมากดูก เดินสำรวจเส้นทางธรรมชาติสระอโนดาต เส้นทางเดินน้ำตก เรียกได้ว่ามากมายหลายจุดให้ได้เดินเที่ยวชมกัน หากช่วงต้นปีหน้าใครอยากจะไปสัมผัสธรรมชาติที่งดงาม พร้อมสัมผัสลมหนาว สูดอากาศบริสุทธิ์ “ภูกระดึง” ก็ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทาง ที่ไม่ควรพลาด!

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จังหวัดเลย โทร.0-4287-1333, 0-4287-1458

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 29-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 24,976
Default

ผู้จัดการออนไลน์


หิมะตกหนัก-อากาศเลวร้าย ทำนักท่องเที่ยวติดค้างบนเทือกเขาแอลป์สในฝรั่งเศสกว่า 15,000 คน



หิมะที่ตกลงมาอย่างหนักในเขตเทือกเขาแอลป์สของฝรั่งเศส ส่งผลให้ผู้ขับขี่รถยนต์ราว 15,000 คนต้องติดค้างอยู่บนถนนท่ามกลางสภาพอากาศที่เลวร้ายนับตั้งแต่วันเสาร์ (27 ธ.ค.) ที่ผ่านมา ขณะที่ทางการท้องถิ่นต้องประกาศเปิดที่พักฉุกเฉินขึ้นในพื้นที่อย่างน้อย 12 แห่ง และขอความร่วมมือให้บรรดานักท่องเที่ยวอยู่แต่ในที่พักของตน

รายงานข่าวระบุว่า หิมะที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บรรดานักท่องเที่ยวทั้งที่กำลังเดินทางมุ่งหน้าสู่สกีรีสอร์ตหลายแห่งในพื้นที่ รวมถึงพวกที่กำลังจะเดินทางกลับออกมาจากเขตซาวัวทางตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส มีอันต้องติดค้างอยู่ในพื้นที่ รวมถึง บนท้องถนน

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า พบผู้เสียชีวิตรายหนึ่งเป็นชายวัย 27 ปี ที่ประสบอุบัติเหตุขับรถยนต์ลื่นไถลตกลงไปในเหวแถบภูเขาเบลเลอดองน์



ด้านแบร์กนาร์ กาเซเนิฟ รัฐมนตรีมหาดไทยฝรั่งเศส ออกคำแถลงเรียกร้องให้บรรดาผู้ขับขี่รถยนต์และยานพาหนะชนิดต่างๆเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่และขอให้คำนึงถึงหลักความปลอดภัยสูงสุด พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ที่มีแผนการเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวชะลอแผนการเดินทางไว้ก่อน

ล่าสุด รัฐบาลฝรั่งเศสประกาศยกระดับการเตือนภัยด้านสภาพอากาศเป็นระดับ “สีส้ม” ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดรองลงมาจาก “สีแดง” ในพื้นที่ 19 เขตทั่วประเทศ หลังจากมีแนวโน้มว่า สภาพอากาศที่แปรปรวนและเลวร้ายเช่นนี้ อาจจะดำเนินต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 15:17


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2019, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger