เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม 2563

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "ไมสัก" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนือ คาดว่าพายุนี้จะเคลื่อนตัวไปยังประเทศเกาหลีในช่วงวันที่ 2-3 ก.ย. 2563 โดยพายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

เมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 24-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 34-37 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-25 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. ? 5 ก.ย. 63 มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

อนึ่ง พายุระดับ 5 (ไต้ฝุ่น) "ไมสัก" บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์มีการเคลื่อนตัวไปทางคาบสมุทรเกาหลีและญี่ปุ่น ในระยะต่อไป พายุนี้ไม่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 31 ส.ค. ? 5 ก.ย. 63 ขอให้ประชาชนในบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากได้






__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default

ขอบคุณข่าวจาก เดลินิวส์


มอริเชียสเร่งช่วยโลมาบาดเจ็บเกยตื้นหลังตายหมู่45ตัว

เจ้าหน้าที่มอริเชียส และอาสาสมัครชาวประมงท้องถิ่น พยายามช่วยชีวิตฝูงปลาโลมาบาดเจ็บหลายสิบตัว ที่ถูกคลื่นทะเลซัดเกยตื้นชายฝั่ง ใกล้จุดที่น้ำมั่นรั่วไหลลงทะเล จากเรือบรรทุกของญี่ปุ่น ที่แล่นชนแนวปะการังจนอับปาง เมื่อปลายเดือน ก.ค.



สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงพอร์ตหลุยส์ ประเทศมอริเชียส เมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า นายยาสฟีร์ ฮีนาเย ชาวประมงท้องถิ่นมอริเชียส เผยว่า ฝูงปลาโลมาถูกคลื่นซัดเกยตื้น ชายฝั่งตะวันออกของมอริเชียส และตายลง 45 ตัวแล้ว นับตั้งแต่พวกมันถูกพบครั้งแรก เมื่อวันที่ 26 ส.ค. และตอนนี้มีโลมาอีก 6 ตัว กำลังดิ้นรนเอาชีวิตรอด ภายในเวิ้งอ่าว

นายฮีนาเยเชื่อว่า น้ำมันที่รั่วไหลลงทะเลประมาณ 1,000 ตัน จากเรือบรรทุกน้ำมัน เอ็มวี วากาชิโอะ ของญี่ปุ่น ที่อับปางในทะเลนอกชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ค. ทำให้ปลาโลมาเหล่านี้สูญเสียการมองเห็น และว่ายน้ำชนปะการัง ได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะถูกคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง



แต่นายแจสวิน ซอก เจ้าหน้าที่กระทรวงการประมงมอริเชียส เผยเมื่อวันอาทิตย์ (30 ส.ค.) ว่า น้ำมันรั่วไหลจากเรือญี่ปุ่น ไม่น่าจะใช่สาเหตุ เนื่องจากผลการชำแหละพิสูจน์ซากโลมาที่เกยตื้นตาย 2 ตัวแรก ไม่พบร่องรอยไฮโดรคาร์บอน ทั้งตามลำตัวและระบบทางเดินหายใจ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะทำการชันสูตรซากโลมาที่ตายทั้งหมด เพื่อสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไป


https://www.dailynews.co.th/foreign/792666

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


พบฝูง "โลมาอิรวดี-โลมาหลังโหนก" ว่ายโชว์ความน่ารักบริเวณอ่าวดอนสัก



เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 63 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนกลาง สำรวจและตรวจสุขภาพสัตว์ทะเลหายาก พื้นที่ จ.สุราษฎร์ธานีและนครศรีธรรมราช พบสัตว์ทะเลหายาก 2 ชนิด ได้แก่ โลมาอิรวดี (Orcaella brevirostris) ประมาณ 10-20 ตัว ว่ายน้ำรวมฝูงบริเวณด้านใต้เกาะนกเภาและท่าเรือเอนกประสงค์ดอนสัก

และโลมาหลังโหนก (Sousa chinensis) 13 ตัว เป็นโลมาโตเต็มวัย 8 ตัวและลูกโลมา 4 ตัว และวัยรุ่น 1 ตัว บริเวณท่าเรือเอนกประสงค์ดอนสัก ท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี



โดยโลมาหลังโหนกมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ (body condition score 3/5) จากการเฝ้าสังเกตระยะไกลและภาพถ่าย พบพฤติกรรมส่วนใหญ่เป็นการว่ายน้ำ เลี้ยงลูก และไล่จับปลาตะกรับและปลากระบอกเป็นอาหาร บริเวณที่พบโลมามีขยะทะเลเล็กน้อย และมีการวางอวนบริเวณชายฝั่ง ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของโลมาได้


https://mgronline.com/travel/detail/9630000088878


*********************************************************************************************************************************************************


พบสัตว์ประหลาดในท้องทะเล ที่แท้มันคือ Salp



ประจวบคีรีขันธ์ - นักท่องเที่ยวพบสัตว์ประหลาดในท้องทะเล บริเวณบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่แท้มันคือ Salp ไม่มีคุณค่าทางอาหาร แต่สามารถช่วยลดโลกร้อนได้

จากรณีมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า Sitthichoke Jitiwong โพสต์ถามเจอสิ่งมีชีวิตประหลาดในทะเล ว่า "มันคืออะไรครับ? จากทะเลบางสะพานใสๆ คล้ายๆ วุ้นมะพร้าว เหมือนไม่เคลื่อนไหวมีหลายขนาด" พร้อมกับลงรูปประกอบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นมีผู้เชี่ยวชาญมาคอมเมนต์ในแนวทางเดียวกัน พร้อมชี้แจงว่าภาพดังกล่าวคือสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ในท้องทะเล หรือที่นักวิทยาศาสตร์มักจะเรียก Salp สิ่งมีชีวิตตัวใสแห่งท้องทะเล หรือที่นักวิทยาศาสตร์มักจะเรียกพวกว่า Jelly Balls เป็นสัตว์ทะเลที่มีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ลำตัวใสจนสามารถมองทะลุได้ ความยาวประมาณ 10 เซนติเมตร แต่มักพบอยู่ร่วมกันเป็นแพยาวใกล้กับผิวน้ำ ในบางครั้งอาจยาวได้เกือบ 1 เมตร และใช้วิธีการเคลื่อนที่โดยการสูบน้ำผ่านลำตัว



กินสาหร่ายทะเลเป็นอาหาร มันจะเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในสาหร่ายให้กลายเป็นของแข็ง แล้วปล่อยมูลตกลงสู่ก้นมหาสมุทร ซึ่งมีส่วนช่วยในการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทะเลได้ และเมื่อตายลงก็จะดึงก๊าซคาร์บอนลงไปก้นทะเลไปพร้อมกับตัวเองด้วย มีวงจรชีวิตเพียงแค่ 2 สัปดาห์ไม่มีพิษภัยกับคน เป็นสัตว์ที่สามารถแพร่พันธุ์ได้เร็วที่สุดในโลก แต่ก็น่าเสียดายที่พวกมันไม่มีคุณค่าทางอาหารใดๆ เลย แต่ว่าสามารถช่วยลดโลกร้อนได้


https://mgronline.com/local/detail/9630000088910
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์


ปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ 6 ชนิด 360 ตัว เพิ่มประชากรสัตว์ป่าประเทศให้คืนความสมบูรณ์ของผืนป่า



นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดโครงการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ "ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์" บริเวณทุ่งกะมัง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ เพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการอนุรักษ์สัตว์ป่าของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว อนุรักษ์สายพันธุ์แท้ และเพิ่มความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ครั้งนี้ได้ปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ 6 ชนิด รวม 360 ตัว ประกอบด้วย ละอง หรือละมั่งพันธุ์ไทย 7 ตัว เนื้อทราย 20 ตัว เก้ง 10 ตัว นกยูงไทย 23 ตัว ไก่ฟ้าพญาลอ 200 ตัว และไก่ฟ้าหลังขาว 100 ตัว เพื่อปรับปรุงพันธุ์สัตว์ป่า แก้ปัญหาเลือดชิดและมีความหลากหลายทางพันธุกรรมมากขึ้น โดยคัดเลือกสัตว์ป่าจากสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าภูเขียวที่มีสุขภาพสมบูรณ์ เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่และได้เตรียมความพร้อมปรับสภาพให้สัตว์ป่าสามารถดำรงชีวิตในธรรมชาติได้ พร้อมทั้งยังเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจโรค การติดเครื่องหมายประจำตัวสัตว์ เพื่อศึกษาและติดตามตัว และพฤติกรรมสัตว์ป่าหลังปล่อยคืนสู่ธรรมชาติด้วย

ด้านนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า ปัจจุบันพบเนื้อทรายที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว สามารถดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย สืบต่อสายพันธุ์และกระจายออกจากบริเวณที่ปล่อยไปยังพื้นที่ข้างเคียงมากขึ้นกว่า 200 ตัว แล้วยังปล่อยเนื้อทรายในพื้นที่อนุรักษ์ต่างๆ ต่อเนื่อง ทำให้ประชากรเนื้อทรายเพิ่มขึ้นจนถูกถอดชื่อออกจากบัญชีสัตว์ป่าสงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ถือเป็นความสำเร็จของการปล่อยสัตว์ป่าคืนสู่ธรรมชาติ เพื่อฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าหายากและเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้ระบบนิเวศ

การดำเนินโครงการครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐภาคเอกชนโรงเรียน วัด พี่น้องประชาชน ในพื้นที่อำเภอคอนสาร อำเภอเกษตรสมบูรณ์ และอำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ซี่งทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช คาดหวังว่า จะมีละอง หรือละมั่งพันธุ์ไทย ซึ่งเป็นสัตว์ป่าสงวน ที่หายากและใกล้สูญพันธุ์สามารถอาศัยและดำรงชีวิตในพื้นป่าตามธรรมชาติในเขตรักษาพันธุ์รักษาป่าภูเขียว รวมถึงสัตว์ป่าที่ปล่อยคืนสู่ธรรมชาติในวันนี้จะดำรงชีวิตได้อย่างปลอดภัย สามารถขยายพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติและเป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบนิเวศอำนวยประโยชน์แก่ประชาชน สร้างความมั่นคงและยั่งยืนให้กับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของประเทศสืบต่อไป


http://thainews.prd.go.th/th/news/de...00830071424772

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลขยายตัว เพื่อผลิตอาหารและเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ................โดย เอเดรียน เมอร์เรย์


น้ำเย็นรอบหมู่เกาะแฟโรเหมาะสำหรับการเลี้ยงสาหร่ายทะเล ที่มาของภาพ,ADRIENNE MURRAY

ลมและฝนกำลังตกลงมา ขณะที่เรือยนต์กำลังแล่นผ่านฟยอร์ดแห่งหนึ่งในหมู่เกาะแฟโร

"ที่นี่ลมค่อนข้างแรง" โอลาเวอร์ เกรกาเซน กล่าว "เดี๋ยวก็รู้ว่าเราจะเข้าไปใกล้เรือเก็บเกี่ยวผลผลิตได้มากแค่ไหน"

ไม่นาน เราก็ไปถึงจุดกำบังที่เป็นภูเขาสูงชัน ส่วนบนท้องทะเลก็มีทุ่นหลายร้อยอันลอยอยู่เต็มไปหมด

"ทุ่นเหล่านี้ยึดเชือกแนวตั้งไว้" นายเกรการ์เซน กรรมการผู้จัดการของบริษัทโอเชียนเรนฟอเรสต์ (Ocean Rainforest) ผู้ผลิตสาหร่ายทะเล อธิบาย "ทุก ๆ หนึ่งเมตร จะมีเชือกห้อยอยู่ ใช้เป็นที่เลี้ยงสาหร่ายทะเล"


ปะทะคลื่น

แท่นเพาะเลี้ยงสาหร่ายนี้ถูกสมอยึดไว้กับท้องทะเล ประกอบด้วยเชือกที่มีลักษณะเหมือนโครงตาข่ายยาว 50,000 เมตร ออกแบบมาเพื่อต้านทานต่อคลื่นลมแรงในทะเล

"โครงสร้างหลักอยู่ลึกลงไป 10 เมตร การทำเช่นนั้นช่วยให้เราเลี่ยงการปะทะกับคลื่นลูกใหญ่ที่สุดได้" เขาเล่า

แม้ว่าจะหมู่เกาะแฟโรของเดนมาร์กจะตั้งอยู่ในแอตแลนติกเหนือที่อยู่ห่างไกล นายเกรการ์เซน บอกว่า น่านน้ำที่ลึกจะอุดมไปด้วยสารอาหารและเหมาะสำหรับการเลี้ยงสาหร่ายทะเล นอกจากนี้ยังมีอุณหภูมิคงที่ระหว่าง 6-11 องศาเซลเซียส


โอเชียน เรนฟอเรสต์ (Ocean Rainforest) มีแผนเพิ่มการผลิตเป็นสองเท่า ที่มาของภาพ,ADRIENNE MURRAY

บริษัทของเขาเป็นหนึ่งในบริษัทผลิตสาหร่ายทะเลจำนวนมากที่ผุดขึ้นมาทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ สืบเนื่องมาจากปริมาณความต้องการสาหร่ายทะเลจากอุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรมอื่น ๆ

"คุณมีชีวมวลที่สามารถใช้เป็นอาหารคนและอาหารสัตว์ได้ และใช้แทนผลิตภัณฑ์ที่ใช้ฟอสซิลอย่าง วัสดุในการบรรจุหีบห่อที่ทำจากพลาสติก" เขากล่าว


เครื่องจักร

สาหร่ายทะเลเป็นสาหร่ายที่โตเร็ว พวกมันใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และดูดซึมสารอาหารและคาร์บอนไดออกไซด์จากน้ำทะเล นักวิทยาศาสตร์ บอกว่า สาหร่ายทะเลอาจช่วยต่อสู้กับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลกได้ และช่วยชดเชยการปล่อยคาร์บอนได้ทั้งหมด

โอเชียน เรนฟอเรสต์ เพิ่งได้รับเงินสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ เมื่อไม่นานนี้ เพื่อสร้างระบบที่คล้ายคลึงกันนี้ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งต้องการพัฒนาการผลิตสาหร่ายทะเลระดับอุตสาหกรรมสำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงชีวภาพในอนาคต

บนเรือเก็บเกี่ยวผลผลิต คนขับเรือควบคุมแขนกลที่ยกเชือกขึ้นมาจากน้ำ สาหร่ายถูกตัดออก และนำไปใส่ในถังเก็บ มันเป็นงานที่ใช้เวลาไม่นาน แต่ดูวุ่นวาย จากนั้นเชือกจะถูกหย่อนกลับลงไปเลี้ยงสาหร่ายใหม่ คาดว่าปีนี้จะเก็บเกี่ยวผลผลิตสาหร่ายทะเลได้ราว 200 ตัน


โอเชียน เรนฟอเรสต์ (Ocean Rainforest) เพิ่งได้รับเงินทุนจากกระทรวงพลังงานของสหรัฐฯ ที่มาของภาพ,ADRIENNE MURRAY

แต่ทางบริษัทกำลังขยายตัว และมีแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตให้ได้เป็นสองเท่าภายในปีนี้ นายเกรการ์เซน บอกฉันว่า มันยังไม่ได้กำไรหรอก แต่ก็คงอีกไม่นาน

"เราเห็นได้ว่า เราใช้เครื่องจักรเข้ามาทำมันได้ เราผลิตมันได้ในปริมาณมากและมีประสิทธิภาพ" เขากล่าว

"มีบริษัทไม่กี่แห่งที่ทำที่ได้กำไรจากการทำเช่นนี้"


เครื่องสำอางและยา

สาหร่ายทะเลจำเป็นต้องผ่านการแปรรูปอย่างรวดเร็ว ที่โรงงานขนาดเล็กแห่งหนึ่งในหมู่บ้านคาล์ดบากของหมู่เกาะแฟโร เครื่องจักรกำลังทำความสะอาดผลผลิตที่เก็บมาได้ บางส่วนถูกทำให้แห้ง และส่งไปให้ผู้ผลิตอาหาร ส่วนที่เหลือถูกนำไปหมักและส่งไปให้ผู้ผลิตอาหารสัตว์


สาหร่ายทะเลถูกใช้ในการผลิตสารปรุงแต่งอาหาร สิ่งทอ และเชื้อเพลิง ที่มาของภาพ,ADRIENNE MURRAY

สาหร่ายทะเลที่ถูกเพาะเลี้ยงในฟาร์มส่วนใหญ่ถูกบริโภคเป็นอาหาร แต่สารสกัดถูกนำไปใช้ในหลากหลายผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นยาสีฟัน เครื่องสำอาง ยา หรืออาหารสัตว์ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักจะมีส่วนผสมของไฮโดรคอลลอยด์ (hydrocolloid) ที่มาจากสาหร่ายทะเล ซึ่งมีคุณสมบัติเพิ่มความหนืดหรือความข้น

นอกจากนี้กำลังมีผลิตภัณฑ์อีกจำนวนมากที่ต้องการใช้สารสกัดจากสาหร่ายทะเล โดยมีบริษัทหลายแห่งที่กำลังผลิตวัสดุที่จะนำมาใช้แทนสิ่งทอและพลาสติก รวมถึงบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ แคปซูลน้ำ และหลอดดูด

การผลิตสาหร่ายทะเลกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติระบุว่า ในช่วงปี 2005-2015 ปริมาณการผลิตเพิ่มเป็นสองเท่า เกิน 30 ล้านตันต่อปี ธุรกิจการผลิตสาหร่ายทะเลมีมูลค่ามากกว่า 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ทั่วโลก หรือราว 1.85 แสนล้านบาท

แต่มีการผลิตจำนวนไม่มากอยู่นอกภูมิภาคเอเชีย ซึ่งเป็นแหล่งทำฟาร์มสาหร่ายทะเลมายาวนาน แต่ส่วนใหญ่จะใช้แรงงานคน


(มีต่อ)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,158
Default

ขอบคุณข่าวจาก BBCThai


ฟาร์มเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลขยายตัว เพื่อผลิตอาหารและเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ............. ต่อ


"ใช้เครื่องจักรมากขึ้น"

"ต้นทุนค่าแรงในยุโรปสูงมาก และนั่นเป็นส่วนสำคัญของการผลิต" แอนเนตเตอ บรูห์น ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์อาวุโสที่มหาวิทยาลัยออร์ฮูส (Aarhus University) ในเดนมาร์ก อธิบาย

"จำเป็นต้องทุ่มเทความพยายามในการใช้เครื่องจักรเพิ่มมากขึ้น

การทำฟาร์มให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ เธอบอกว่า "ผลตอบแทนจำเป็นต้องเพิ่มสูงขึ้น และต้นทุนจำเป็นต้องต่ำลง"

แต่ระบบการทำฟาร์มไม่สามารถลอกเลียนแบบกันได้ง่าย ๆ "พื้นที่ต่างกันในน่านน้ำที่ต่างกัน จำเป็นต้องมีการดัดแปลง ไม่มีคำตอบตายตัวที่ใช้ได้กับทุกอย่าง" นางบรูห์น กล่าว


สาหร่ายทะเลใช้คาร์บอนไดออกไซด์จากทะเล ที่มาของภาพ,HARALD BJORGVIN


อย่างไรก็ตาม เธอหวังว่า จะมี "หลายพื้นที่ที่ทำสำเร็จ"

นั่นคือนวัตกรรมที่ ซินเทฟ (Sintef) กำลังพยายามทำ กลุ่มวิจัยวิทยาศาสตร์ของนอร์เวย์กำลังพยายามหาเทคโนโลยีใหม่ในการทำให้การทำฟาร์มสาหร่ายทะเลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

"ปัจจุบัน สาหร่ายทะเลส่วนใหญ่ถูกใช้เป็นอาหาร แต่ในอนาคต เราต้องการใช้มันเป็นอาหารปลา ปุ๋ย ก๊าซ ชีวภาพ เราต้องการสาหร่ายทะเลปริมาณมหาศาลและเราจำเป็นต้องผลิตให้เร็วขึ้น" ซีเยียล ฟอร์บอร์ด นักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัย กล่าว


ห้องปฏิบัติการแห้ง

เครื่องจักรต้นแบบอย่างเช่น "เครื่องปั่นสาหร่ายทะเล" จะช่วยนำต้นอ่อนสาหร่ายทะเลจากสายพานไปพันไว้รอบเชือก เตรียมพร้อมนำไปหย่อนลงในทะเล

อีกแนวคิดหนึ่งคือ สโปก (SPoke ย่อมาจาก Standardized Production of Kelp หรือ การผลิตสาหร่ายทะเลที่ได้มาตรฐาน) ประกอบด้วยกระสวยเลี้ยงสาหร่ายทรงกลมสำหรับนำไปติดไว้บนเชือกในทะเล มันถูกออกแบบมาเพื่อให้หุ่นยนต์สามารถจับเคลื่อนย้ายซี่ลวดที่มีลักษณะคล้ายวงล้อ ไม่ว่าจะติดตั้งบนสายพานที่ลำเลี้ยงต้นอ่อนของสาหร่าย หรือใช้ในการเก็บเกี่ยวสาหร่าย

"เราสร้างแล้วหนึ่งแขนพร้อมกับหุ่นยนต์หนึ่งตัวที่ขยับเดินหน้าถอยหลัง มันถูกทดลองในห้องปฏิบัติการแห้งแล้ว" นางฟอร์บอร์ด อธิบาย แต่ยังต้องมีการลงทุนเพิ่มเติม


การเลี้ยงสาหร่ายทะเลบนบก ที่มาของภาพ,ALGAPLUS

ในบ่อและถังเลี้ยงสาหร่ายทะเลทางตอนเหนือของโปรตุเกสหลายแห่ง กำลังเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเลบนบก บริษัทอัลกาพลัส (AlgaPlus) เป็นหนึ่งในนั้น

"มันควบคุมได้ดีกว่ามาก" เฮเลนา อาบริว กรรมการผู้จัดการซึ่งคิดว่าการทำฟาร์มบนบกมีข้อดีมากกว่าการทำฟาร์มในทะเล

"เรารักษาระดับอุณหภูมิและทุกอย่างภายในถังได้" เธอกล่าว "คุณผลิตได้ตลอดทั้งปี"


นางอาบริวบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเพิ่มสารอะไรเข้าไป ไม่ต้องใช้ปุ๋ย ที่มาของภาพ,ALGAPLUS

นางอาบริว ร่วมก่อตั้งบริษัทนี้ หลังจากใช้เวลา 5 ปี ทำงานเป็นนักชีววิทยาทางทะเลในเมืองอะโซร์สของโปรตุเกส สาหร่ายทะเลที่มีคุณค่าสูงและมีขนาดเล็กถูกผลิตส่งให้แก่บริษัทอาหาร ผู้ผลิตเครื่องสำอาง และภัตราคารหรูหลายแห่ง


นวัตกรรม

น้ำทะเลจากลากูนริมฝั่งทะเลไหลเข้ามายังบ่อเลี้ยงปลา จากนั้น มันจะถูกสูบผ่านระบบกรองเข้าไปเก็บในถังเพาะเลี้ยงสาหร่ายทะเล นอกจากนี้ยังมีที่เพาะต้นอ่อนสาหร่ายด้วย

เธอบอกว่า "เราต้องคิดค้นขึ้นมาใหม่หมด"

น้ำเหล่านี้อุดมไปด้วยไนโตรเจน ซึ่งสาหร่ายดูดซึมไปเป็นอาหาร เลียนแบบสภาพแวดล้อมในธรรมชาติ "เราไม่จำเป็นต้องเพิ่มสารอะไรเข้าไป ไม่ต้องใช้ปุ๋ย เราใช้น้ำจากการเลี้ยงปลาในการเลี้ยงสาหร่ายทะเลของเรา" เธอเล่า


อัลกาพลัส ผลิตสาหร่ายทะเลขนาดเล็กที่มีคุณค่าสูง ที่มาของภาพ,ALGAPLUS

นางอาบริว ไม่คิดว่า เรื่องที่ดินจะเป็นข้อจำกัด เธอบอกว่า ที่ดินที่เคยใช้ทำนาเกลือและฟาร์มเลี้ยงปลาเดิมสามารถนำมาใช้เลี้ยงสาหร่ายทะเลได้ โดยชี้ว่า มีที่ดินจำนวนมหาศาลที่เอามาใช้ทำฟาร์มได้ทั้งในโปรตุเกส ฝรั่งเศส อิตาลี กรีซ และตุรกี

มีการทำฟาร์มสาหร่ายทะเลบนบกในแคนาดาและแอฟริกาใต้ด้วย โดยสาหร่ายขนาดเล็กถูกเพาะเลี้ยงในระบบถัง แต่ยังมีความท้าทายอีกหลายอย่าง

"ปัญหาหลักก็คือ ต้นทุนพลังงาน การทำงานโดยใช้ถังจำนวนมาก คุณต้องสูบน้ำและเติมอากาศเพื่อให้น้ำไหลเวียนอยู่ตลอด" นางอาบริว กล่าว

ขณะนี้ ทางบริษัทไม่สามารถอยู่รอดได้ด้วยการพึ่งยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่นางอาบริว เชื่อว่า ตลาดสาหร่ายทะเลจะเติบโตขึ้นต่อไป

"มันเป็นแนวโน้มที่มาแรง" เธอกล่าว "แต่ละปี มีบริษัทเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มีบริษัทหน้าใหม่เข้ามาในทุกขั้นตอนของสายการผลิตนี้"


https://www.bbc.com/thai/international-53958657
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:51


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger