เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก สำหรับภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งจนถึงวันที่ 15 กรกฎาคม 2561

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น ?มาเรีย? มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีนในวันนี้ (วันที่ 11 ก.ค 61) พายุนี้ไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อลักษณะอากาศของประเทศไทย ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางไปมณฑลฝูเจี้ยน ประเทศจีน ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 26-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11-16 ก.ค. บริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ สำหรับบริเวณทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11-16 ก.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ระวังผลกระทบจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง



*********************************************************************************************************************************************************



ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา "ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย และคลื่นลมแรง (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 11-15 กรกฎาคม 2561)" ฉบับที่ 3 ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2561

ในช่วงวันที่ 11-15 กรกฎาคม 2561 ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากไว้ด้วย

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 2-4 เมตร และอ่าวไทยตอนบนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมามีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนของภาคเหนือ ประเทศลาว และประเทศเวียดนามเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้และอ่าวไทยมีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรง

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (104.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave&Pressure.jpg (95.6 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast1.jpg (103.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ไทยรัฐ


น้ำทะเลที่เพิ่มขึ้นอาจกระทบเศรษฐกิจมหาศาล



มีการคาดการณ์ว่า หากประเทศทั่วโลกไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่จะลดอุณหภูมิความร้อนในโลกลง 2 องศาเซลเซียส จะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและเกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เลวร้าย ซึ่งศูนย์สมุทรศาสตร์แห่งชาติอังกฤษได้ระบุว่าน้ำท่วมจากระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงอาจทำให้ทั่วโลกสูญเสียค่าใช้จ่ายมหาศาล

นักวิจัยได้ประเมินผลกระทบการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลในพื้นที่ชายฝั่งจากมุมมองทั่วโลกด้วยการใช้แบบจำลองการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีสาเหตุจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลที่เรียกว่า Dynamic Interactive Vulnerability Assessment นักวิจัยเผยว่าประเทศที่มีรายได้ปานกลางในแถบเอเชียอาจเห็นการเพิ่มขึ้นของการเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่สุด ในขณะที่ประเทศที่มีรายได้สูงจะประสบปัญหาน้อยกว่า เนื่องจากมีโครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันในระดับสูง และหากภาวะโลกร้อนไม่ได้ลดลงจะทำให้ทั่วโลกมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 14,000,000 ล้านดอลลาร์หรือ 448,000,000 ล้านบาท ภายในปี พ.ศ.2643

ที่สำคัญคือระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจะส่งผลลบต่อเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาในแถบชายฝั่ง รวมทั้งความเป็นอยู่ของประชากรที่อาศัยบริเวณชายฝั่งทะเล ส่วนประเทศที่เป็นเกาะเล็กๆ ที่มีระดับผืนแผ่นดินต่ำและมีความเสี่ยงเป็นทุนเดิม ก็จะได้รับผลกระทบอย่างมาก ความกดดันจากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น.


https://www.thairath.co.th/content/1330950

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เสริมทรายชายหาดพัทยาคืบหน้า คาดแล้วเสร็จพร้อมเป็นโมเดลให้ที่อื่น



ศูนย์ข่าวศรีราชา - เจ้าท่าพัทยา เผยเสริมทรายชายหาดพัทยาคืบแล้ว 400 เมตร คาดแล้วเสร็จปลายปี 61 ชี้หากดำเนินการแล้วเสร็จจะเป็นชายหาดแรกที่ประสบความสำเร็จ พร้อมนำไปเป็นโมเดลสำหรับชายหาดอื่นๆ

วันนี้ (10 ก.ค.) นายเอกราช คันธโร ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาพัทยา ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการเสริมทรายชายหาดเมืองพัทยา ที่มีความยาว 2.7 กิโลเมตร ว่า หลังกรมเจ้าท่าได้มีการว่าจ้างบริษัทเอกชนในการดำเนินการเสริมทรายชายหาดลงไปในทะเล เพื่อเพิ่มความกว้างของชายหาด 35 เมตร ความยาว 2,700 เมตรนั้น ขณะนี้ได้มีการดำเนินการเสริมทรายชายหาดไปแล้ว 400 เมตร โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่โค้งโรงแรมดุสิตพัทยาไปจนถึงปากซอยพัทยา 5 ถนนเลียบชายหาด



นอกจากนี้ ยังได้มีการคืนพื้นที่ให้ผู้ประกอบการร่วมเตียงที่ได้ขึ้นทะเบียนกับเมืองพัทยา จำนวน 100 เมตร โดยขณะนี้ได้เตรียมดำเนินการในส่วนที่เหลือ ซึ่งจะมีการขนย้ายอุปกรณ์ต่างๆ เข้าพื้นที่ในการเสริมทรายต่อไป

?สำหรับแผนดำเนินการในส่วนที่เหลือ จะมีการเสริมทรายระยะ 300 เมตร ซึ่งหากมีการเสริมทรายในส่วน 300 เมตร ก็จะมีการคืนพื้นที่ให้แก่ผู้ประกอบการร่มเตียงช่วงละ 100 เมตร โดยจะดำเนินการแบบนี้ไปจนสิ้นสุดโครงการ ทั้งนี้ สำหรับการดำเนินการเสริมทรายชายหาดนั้นปัญหาอุปสรรคที่พบจะเป็นในเรื่องของสภาพลมฟ้าอากาศ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูลมมรสุม ทำให้การดำเนินการเสริมทรายมีความล้าช้าอยู่บ้าง เพราะมีฝนตกในพื้นที่เมืองพัทยา อีกทั้งการระบายน้ำของเมืองพัทยาลงทะเลทำให้การดำเนินการต้องหยุดเสริมทราย?

ทั้งนี้ คาดว่าการดำเนินการเสริมทรายหลังจากนี้ 6 เดือนก็จะแล้วเสร็จอย่างแน่นอน หากไม่ติดปัญหาอุปสรรคเรื่องของสภาพอากาศ และการระบายน้ำลงสู่ทะเล



นายเอกราช เผยอีกว่า หากการดำเนินการเสริมทรายในครั้งนี้แล้วเสร็จจะทำให้มีพื้นที่ชายหาดที่สวยงามกลับคืนมา และมีชายหาดที่กว้างขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสร้างแหล่งท่องเที่ยว สถานที่ที่พักผ่อนให้แก่ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวเมืองพัทยา

นอกจากนี้ ยังเป็นการเสริมศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวเมืองพัทยาอีกด้วย ซึ่งหากการดำเนินการเสริมทรายชายหาดพัทยาแล้วเสร็จ จะเป็นชายหาดแรกที่มีการดำเนินการเสริมทรายชายหาดที่ถูกกัดเซาะประสบความสำเร็จ และจะมีการนำชายหาดพัทยาเป็นโมเดลในการดำเนินการเสริมทรายในชายหาดต่างๆ ที่ประสบปัญหาการถูกกัดเซาะต่อไป


https://mgronline.com/local/detail/9610000068529
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


เอ็นไอเอร่วมทดสอบ 'สกุลฎ์ซี' นวัตกรรมเรือไม่จมเมดอินไทยแลนด์



สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ร่วมทดสอบ ?สกุลฎ์ซี นวัตกรรมเรืออะลูมิเนียมแบบโครงสร้างชิ้นเดียวไม่จม? โดยบริษัท สกุลฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด ซึ่งสามารถรับแรงกระแทกได้สูง มีความยืดหยุ่นในกรณีที่เรือเกิดการชนหรือกระแทกจากคลื่น และมีความปลอดภัยในกรณีที่เรือเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด โดยที่เรือไม่จมลงใต้น้ำ

นายวิเชียร สุขสร้อย รองผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ด้านเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศอย่างมหาศาล ดังนั้น การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมในการท่องเที่ยวจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่ผ่านมา NIA ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆ มาพัฒนาด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาสินค้า-บริการ รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านความคิดสร้างสรรค์ เพื่อนำไปต่อยอดทางธุรกิจ และจากเหตุการณ์เรือล่มที่จังหวัดภูเก็ตจนเกิดมีนักท่องเที่ยวชาวจีน ต้องเสียชีวิตไปจำนวนมาก

ทาง NIA ได้เล็งเห็นถึงความปลอดภัยในการเดินเรือนักท่องเที่ยว จึงได้ลงพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรีเพื่อร่วมทดสอบเรือกับทางบริษัทสกุลฎ์ซี ผู้ผลิตเรือท่องเที่ยว ?สกุลฎ์ซี? (SAKUN C) นวัตกรรมเรืออะลูมิเนียมแบบโครงสร้างชิ้นเดียว ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก NIA ภายใต้โครงการแปลงเทคโนโลยีเป็นทุน ในวงเงิน 2.79 ล้านบาท เพื่อพัฒนาเรืออะลูมิเนียมที่เน้นความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสารสำหรับนักท่องเที่ยว

สำหรับจุดเด่นเรือลำนี้คือ เป็น ?นวัตกรรมโครงสร้างอะลูมิเนียมชิ้นเดียวตลอดทั้งลำ? และการใช้ ?นวัตกรรมฉีดโฟมพิเศษความหนาแน่นสูง บรรจุไว้ใต้ท้องเรือ? ทำให้เรือสามารถลอยน้ำได้หากเกิดเหตุเรือรั่ว นับเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตเรือขนส่งผู้โดยสารสำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่จมน้ำ



ด้าน นายนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท สกลุฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า เรืออะลูมิเนียม ?สกุลฎ์ซี? เน้นความปลอดภัย โดยใช้นวัตกรรมโครงสร้างอะลูมิเนียมชิ้นเดียวตลอดทั้งลำ ช่วยแก้ปัญหาข้อบกพร่องของเรือขนส่งผู้โดยสารสำหรับนักท่องเที่ยว หรือสปีดโบ๊ตทั่วไปที่มักผลิตด้วยไฟเบอร์กลาสที่ไม่สามารถรับแรงกระแทกได้สูง โดยใช้เทคโนโลยีฉีดอะลูมิเนียมชิ้นเดียวตลอดทั้งลำแบบยาวเป็น Profile T-Beam ในส่วนของกระดูกงูเรือ และ Profile U-Beam ในส่วนของตัวเรือ ใช้อะลูมิเนียมเกรดคุณภาพที่ดีที่สุดในท้องตลาดที่มีอายุการใช้งาน 30 ปีขึ้นไป ทำให้สามารถลดการเชื่อมต่อชิ้นส่วนของโครงสร้างเรือ ช่วยให้เรือมีความแข็งแรง น้ำหนักเบา สามารถรับแรงได้มากขึ้นและมีความยืดหยุ่นสูงในกรณีที่เรือเกิดการชนหรือกระแทกจากคลื่น

ทั้งนี้ สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากถึง 74 -114 คน นอกจากนี้ยังมีการใช้นวัตกรรมฉีดโฟมพิเศษความหนาแน่นสูงบรรจุไว้ใต้ท้องเรือ ทำให้เรือสามารถลอยน้ำได้หากเกิดเหตุเรือรั่ว และสามารถรับน้ำหนักได้มากถึง 3 เท่าของตัวเรือ ในกรณีที่เรือเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ผู้โดยสารยังสามารถนั่งรอคอยความช่วยเหลือบนเรือได้อย่างปลอดภัยโดยที่เรือไม่จมลงใต้น้ำ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ผู้โดยสารและนักท่องเที่ยว

สำหรับบริษัท สกลุฎ์ซี อินโนเวชั่น จำกัด หนึ่งในบริษัทย่อยแห่งกลุ่มบริษัทโชคนำชัย หรือ CNC Group ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมแม่พิมพ์รถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเป็นผู้ผลิตเรืออะลูมิเนียมคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์สกุลฎ์ซี (Sakun C) โดยบริษัทฯ อยู่ในอุตสาหกรรมแม่พิมพ์รถยนต์มาอย่างยาวนาน ส่งบริษัทชั้นนำต่างๆ ทั่วโลกไม่ว่าจะเป็น Honda Nissan Toyota และ GM


https://mgronline.com/smes/detail/9610000068476
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง


นทท.-ชาวบ้านรีบช่วยโลมาคลื่นซัดเกยหาด



วันที่10 กรกฎาคม 2561 นาทีชาวบ้าน และนักท่องเที่ยวเข้าช่วยเหลือปลาโลมาหัวขวดความยาวประมาณ 2 เมตรกว่า หลังพบถูกคลื่นซัดเกยตื้นริมหาดคลองดาว ม.3 ต.ศาลาด่าน อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ ตรวจสอบพบอยู่ในสภาพอิดโรย เร่งให้การช่วยเหลือ แล้วนำขึ้นจากบริเวณหาดใส่รถเจ้าหน้าที่ ที่เตรียมไว้ เพื่อส่งนำไปพักฟื้นที่หน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลเกาะลันตาน้อย ก่อนส่งต่อไปรักษาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต

ด้าน นายศักดิ์ดา ทวีเมือง ประมงอำเภอเกาะลันตา ได้กล่าวว่า ช่วงนี้เป็นหน้ามรสุม ซึ่งปลาโลมาตัวนี้ มีสภาพร่างกายอ่อนแอ ซูบผอม มีปุ่มนูนขึ้นบริเวณผิวหนังตามลำตัว น่าจะเกิดจากการติดเชื้อโรค และทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานกับทางทหารเรือหน่วยรักษาความปลอดภัยทางทะเลเกาะลันตาน้อย เพื่อรับไปพักฟื้นชั่วคราว และได้ติดต่อทางศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.ภูเก็ต มารับตัวปลาโลมาตัวนี้ ไปรักษาต่อ



ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักท่องเที่ยวและชาวบ้านมักพบปลาโลมา เข้ามาหลบคลื่นลม ตามเกาะแก่งบริเวณโดยรอบเกาะลันตาเนื่องจากเป็นช่วงมรสุมอยู่บ่อยครั้ง


http://www.banmuang.co.th/news/region/117729

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก Nation TV


กรมประมง ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการประมง "กำจัดขยะในทะเล"



กรมประมง ร่วมกับภาคีเครือข่ายด้านการประมงจับมือช่วยกัน "กำจัดขยะในทะเล" เพื่อทำให้ท้องทะเลไทยสะอาด ปราศจากขยะก่อให้เกิดการรับรู้ร่วมกันของสังคมถึงความสำคัญของ"ทะเล" ที่มีต่อทรัพยากรที่มีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในทะเล

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า สถานการณ์ปัญหาขยะในทะเลเป็นปัญหาระดับประเทศที่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและให้ความสำคัญเพราะผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล อันจะส่งผลต่อการประกอบอาชีพการทำการประมง โดยในขณะนี้ได้มีชาวประมงบางกลุ่มดำเนินการนำขยะที่ติดกับเครื่องมือประมงขึ้นมากำจัดบนฝั่งอยู่แล้ว และที่ประชุมมีความคิดเห็นตรงกันที่จะร่วมมือกันผลักดันและสนับสนุนให้กิจกรรมดังกล่าว มีการดำเนินการเป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยจะบูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการรณรงค์ไม่ทิ้งขยะลงในทะเล และร่วมกันนำขยะที่ติดมากับเครื่องมือทำการประมงขึ้นมาจากทะเลและนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี

ในเบื้องต้นกรมประมงร่วมกับภาคีทุกภาคส่วนขอเชิญชวนเรือประมงผู้ประกอบการทุกท่านที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน สถาบันการศึกษา ตลอดจนภาคประชาสังคมที่มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเข้าร่วม "โครงการกำจัดขยะทะเล" เพื่อทำให้ท้องทะเลไทยสะอาดปราศจากขยะก่อให้เกิดการรับรู้ร่วมกันของสังคมถึงความสำคัญของ"ทะเล" ที่มีต่อทรัพยากรที่มีชีวิตทุกชนิดที่อยู่ในทะเลโดยท่านสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กลุ่มวิชาการ กองวิจัยและพัฒนาประมงทะเลกรมประมง โทร 02 561 2962 หรือ สมาคม

ที่กล่าวข้างต้น "โครงการกำจัดขยะทะเล"เป็นโครงการที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประมงและตระหนัก ถึงความจำเป็นที่จะต้องร่วมมือกันดำเนินการในทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ "ทะเลสะอาด"อันจะทำให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีความยั่งยืนนายอดิศรกล่าวในตอนท้าย


http://www.nationtv.tv/main/content/378639819/
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก สำนักข่าวอิศรา


มูลเหตุ 'บิ๊กป้อม' สั่งประชุมผู้ว่าฯ 23 จว แก้ปัญหา 'ขยะทะเล' ปีละกว่า 4.5 หมื่นตัน

ปัญหาขยะในทะเลและชายฝั่งได้สร้างปัญหาให้แก่ประเทศไทยเป็นวงกว้าง สร้างผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก ระบบนิเวศทางทะเล การประมง การท่องเที่ยว และคุณภาพของน้ำ โดยเฉพาะขยะประเภทไมโครพลาสติกที่เพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมาก



เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ณ ทำเนียนรัฐบาล เพื่อหารือร่วมกันแก้ปัญหาขยะพลาสติกที่ทิ้งลงทะเล ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณกว่า 45,000 ตัน/ปี

ปัญหาขยะพลาสติกที่ทิ้งลงทะเล ได้กลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ที่สำคัญกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างมาก โดยขยะทะเล ที่พูดถึงกันนี้ จะพบว่า ส่วนใหญ่ ก็คือขยะจำพวกพลาสติกที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ถุง ขวด ภาชนะใส่อาหาร มีผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และเครื่องมือประมง เช่น แห อวน ลอบ ด้วย ทั้งหมดนับเป็นขยะทะเลทั้งสิ้น sea107

มีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร ได้ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเจ้าภาพในการเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล และ กทม. รวมทั้งส่วนราชการและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกัน เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและมีส่วนร่วมกันดูแลรักษาความสะอาดทางทะเลและชายฝั่งให้มากขึ้น ต่อปัญหาขยะที่ถูกทิ้งลงทะเล โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งมีจำนวนมากจนประเทศไทยถูกจัดลำดับมีปริมาณ ?ขยะทะเล? เป็นอันดับ 6 จาก 192 ประเทศทั่วโลก (วารสาร Science ปี 2558)

พร้อมกันนี้ รองนายกรัฐมนตรี ยังได้กำชับ ขอให้พิจารณาสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการและรับผิดชอบร่วมกันต่อปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีทั้งกิจกรรมในระดับพื้นที่ชุมชนและการรณรงค์สร้างจิตสำนึกร่วมกัน

ขณะเดียวกันให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องติดตามและกวดขันมาตรการทางกฎหมายกับผู้ที่ละเมิด ละเลย อย่างจริงจัง

หนึ่งประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจ ในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ยังให้พิจารณายกระดับปัญหาขยะทะเล ขยายความร่วมมือไปสู่ภูมิภาค โดยเฉพาะการที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพอาเซียน ในปี 2562 ด้วยทุกวันนี้ปัญหาขยะทะเล กลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน ไปแล้ว

ตอนนี้คนทั้งโลกกำลังเน้นเรื่องขยะทะเลมากขึ้น

- มีข้อมูล แต่ละปี ขยะพลาสติกจากทั่วโลกไหลลงสู่ทะเลกว่า 13 ล้านตัน

- กว่าครึ่งของขยะทะเล คือ ขยะพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง

- และ 5 แสนล้านใบแต่ละปี คือ ตัวเลขที่ทั่วโลกมีการใช้ถุงพลาสติก

ขณะเดียวกันกระแสบ้านเราก็กำลังมาแรง ก่อนหน้านี้ เราได้เห็นภาพ แพขยะทะเล ยาวกว่า 10 กิโมเมตร ในทะเลนอกเขตชายฝั่งของจังหวัดชุมพร อันนี้ก็ได้กลายเป็นประเด็นที่ทำให้ทุกฝ่ายกลับมาสนใจอีกครั้ง ที่สะเทือนใจสุด เห็นจะเป็นภาพข่าววาฬ เกยตื้น จ.สงขลา ตายลง มีการผ่าพิสูจน์ พบขยะพลาสติกในกระเพาะอาหารถึง 80 ชิ้น และ ข่าว แม่เต่าตนุตาย โดยที่มีขยะอัดแน่นเต็มท้อง

จากนั้น ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ ต่างออกมารณรงค์ ไม่รับถุงพลาสติก ไม่เอาหลอด แลกการได้แต้ม สะสมแต้ม และได้ส่วนลด รวมถึงร้านกาแฟหลายๆ แห่งออกโปรโมชั่นเอาแก้วมาเองลด 5 บาท เป็นต้น

มุมของภาครัฐเอง อย่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ประกาศนโยบายเลิกใช้โฟม ลดใช้ถุงพลาสติก (ถุงก๊อบแก๊บ) เข้ามาในพื้นที่ ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ลดการสร้างขยะสู่ทะเล โดยเฉพาะภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Refuse single use plastics) โดยให้ถือปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน 2561

เช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุข ถือเป็นนโยบายที่รัฐมนตรีประกาศชัด ดีเดย์ วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป สถาบัน และโรงพยาบาลในสังกัดกรม การแพทย์ จำนวน 30 แห่งจะยกเลิกการใช้ถุงพลาสติกใส่ยา ด้วยมีข้อมูลพบว่า การใช้ถุงพลาสติกในสังกัดกรมการแพทย์ปี 2560 มีการใช้ถุงพลาสติกจำนวนถึง 9 ล้านใบ หรือคิดเป็นมูลค่า 2.5 ล้านบาท



เรื่องขยะทะเล ในระดับยุทธศาสตร์ชาตินั้น ยังเป็นประเด็นปฏิรูปโดยถูกบรรจุไว้ในแผนการปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งสามารถหาอ่านได้ในราชกิจจานุเบกษา หมวดปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่หน้า 194 โดยระบุว่า

ปัญหาขยะในทะเลและชายฝั่งได้สร้างปัญหาให้แก่ประเทศไทยเป็นวงกว้าง กล่าวคือสร้างผลกระทบต่อสัตว์ทะเลหายาก ระบบนิเวศทางทะเล การประมง การท่องเที่ยว และคุณภาพของน้ำ โดยเฉพาะขยะประเภทไมโครพลาสติกที่เพิ่มปริมาณเป็นจำนวนมากอาจส่งผลต่อคุณภาพสัตว์น้้ำและสุขภาพมนุษย์ รวมถึงยังได้มีการบรรจุไว้เป็นเรื่องเร่งด่วนในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 258 ช. ด้านอื่นๆ ข้อ (3) จัดให้มีระบบจัดการและกําจัดขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

เรียกได้ว่า ปัญหาขจัดขยะทะเล มีความจำเป็นเร่งด่วนระดับชาติ ในแผนปฏิรูปทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ก็ได้มีการวางกรอบระยะเวลา 1 ปี จะต้อง

- มีแผนประชารัฐขจัดขยะทะเล

- มีกองทุนเพื่อดำเนินการจัดตั้ง ศูนย์บริหารจัดการขยะทะเล (120 ล้านบาท และงบดำเนินการ ปีละ 20 ล้านต่อเนื่อง 5 ปี )

- บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด

- ปริมาณขยะทะเลดีขึ้นกว่าปัจจุบันอย่างน้อยร้อยละ 50 ใน 10 ปี

นอกจากนี้ ยังมีแนวทางด้านเศรษฐศาสต์ อาทิ ให้อปท เริ่มขายถุงพลาสติก ตามร้านแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล หรือจัดเก็บภาษี อย่างน้อย 10 แห่ง ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องมีการปรับปรุงระเบียบกระทรวงมหาดไทยและอปท.

ฉะนั้น การบริหารจัดการขยะในทะเลและชายฝั่ง ไม่ใช่ประเทศไทยไม่ได้ทำอะไร เราแนวทางมีแล้ว เหลือคนไทยมีส่วนร่วม โดยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ เพราะเราทุกคนเป็นทั้งต้นเหตุที่ทำให้ขยะเกิด ขณะเดียวกันก็เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากขยะเช่นเดียวกัน


https://www.isranews.org/isranews/67617-sea67617.html

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 11-07-2018
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 23,116
Default

ขอบคุณข่าวจาก Greennews


น้ำทะเลร้อน 'ปะการัง' ฟอกขาว ท่องเที่ยวสูญ 4 หมื่นล้านบาท



หนึ่งในรายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยงทางทะเล ซึ่งการตั้งอยู่ระหว่างสองฝั่งทะเล 'อันดามัน' และ 'อ่าวไทย' เป็นข้อได้เปรียบให้ไทยสามารถกอบโกยเม็ดเงินมหาศาลมาได้เป็นเวลาช้านาน

อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์โลกร้อนที่ทวีเพิ่มขึ้นในทุกปี ตามมาด้วยการฟอกขาวของปะการัง เมื่อถูกซ้ำเติมด้วยกิจกรรมการท่องเที่ยวที่เข้มข้น ทั้งหมดจึงบวกกันเป็นลูกโซ่ผลกระทบที่กำลังจะทำลายระบบนิเวศใต้ผืนน้ำนี้ลงอย่างราบคาบ

ที่สุดแล้วผลกระทบทั้งหลาย แปรเปลี่ยนเป็นรายได้ที่หดหาย เมื่อชิ้นงานวิจัยได้ประเมินว่าไทยสูญเสียรายได้จากการท่องเที่ยว เพราะแนวปะการังฟอกขาวไปแล้วถึง 4 หมื่นล้านบาท


https://greennews.agency/?p=17486


*********************************************************************************************************************************************************


เกลียวคลื่นกลืน 'แผ่นดิน'

ข้อมูลจากงานวิจัย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีผลต่อสถานการณ์ "กัดเซาะชายฝั่ง" ทั้งความแปรปรวนของกระแสคลื่นลม และระดับน้ำขึ้น-ลง ที่รุนแรงขึ้น




https://greennews.agency/?p=17449

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 22:22


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger