เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,069
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2564

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


สภาวะอากาศทั่วไป

มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น โดยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคกลาง และภาคตะวันออก


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 3 ? 4 ต.ค. 64 ลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมประเทศไทย ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ส่งผลทำให้บริเวณประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันออก

ส่วนในช่วงวันที่ 5 ? 8 ต.ค. 64 ร่องมรสุมจะพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย จะเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้น กับมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้

อนึ่ง ในช่วงวันที่ 5 ? 8 ต.ค. 64 หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้น และเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไหหลำ


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 5 ? 8 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย









__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 26,069
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์


หาดชะอำเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด สัตว์ทะเลน็อกน้ำเกลื่อนหาด

เพชรบุรี - หาดชะอำเกิดปรากฏการณ์น้ำเบียด สัตว์ทะเลน็อกน้ำเกลื่อนหาด ตั้งแต่บริเวณชุมชนเรือประมงบ้านบางซอง ม.3 ไปจนถึงบ้านบางเก่า ม.2 อ.ชะอำ ชาวบ้านแห่จับสร้างรายได้



วันนี้ (2 ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านบางเก่า อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้มีชาวบ้านจำนวนมากพากันนำเรือประมงพื้นบ้าน และอวนมาจับปลาที่ลอยตัวอยู่บริเวณริมชายหาดเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่บริเวณชุมชนเรือประมงบ้านบางซอง ม.3 ไปจนถึงบ้านบางเก่า ม.2 อ.ชะอำ ได้เกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เรียกว่า ?น้ำเบียด? เนื่องจากสาเหตุที่มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ภาคกลาง จนเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ มวลน้ำได้ไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง และไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วเป็นจำนวนมาก

ส่งผลให้สัตว์ทะเลปรับตัวไม่ทันเกิดอาการน็อกน้ำลอยริมหาดเป็นจำนวนมาก โดยชาวบ้านที่ทราบข่าวต่างพากันนำเรือและอวนออกไปจับปลา กุ้ง ปู ได้เป็นจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เช่น ปลากระเบน ปลาสีกุน ปลากด ปลาสร้อย ปลากะพง ปลาเห็ดโคน ปูม้า และกุ้ง เป็นต้น ได้ปลาน้อยใหญ่กันคนละหลายสิบกิโลกรัม

นายทองหล่อ ชัยทัศน์ อายุ 65 ปี ชาวประมงพื้นบ้านกล่าวว่า วันนี้เป็นปรากฏการณ์น้ำเบียด ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นการที่ฝนตกหนักในพื้นที่ภาคกลาง จนมีน้ำจืดจำนวนมากไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลอง-มหาชัย จากนั้นน้ำได้ไหลออกลงสู่ทะเล พอมาเจอสัตว์น้ำทำให้เกิดอาการน็อกน้ำ สัตว์น้ำจึงหนีน้ำจืดเข้าหาฝั่งเพื่อหาออกซิเจนหายใจ ทำให้ชาวประมงแห่ลงมาจับปลา ปลาที่ได้บางส่วนนำไปขายที่แพปลา อีกส่วนหนึ่งจะนำกลับไปทำอาหารกินกันที่บ้าน เป็นการสร้างรายได้ให้ครอบครัว

สำหรับปรากฏการณ์น้ำเบียด จากอดีตที่ผ่านมา จะเกิดขึ้นปีละครั้งในช่วงเดือนตุลาคม บางปีมี 2-3 ครั้งแล้วแต่ฝนมากหรือน้อย โดยปกติจะเกิดขึ้นก่อนวันเช็งเม้ง หรือช่วงหลังวันเช็งเม้ง 1 -2 วัน ประมาณ 2-3 ครั้งเท่านั้น


https://mgronline.com/local/detail/9640000097651


*********************************************************************************************************************************************************


เผยภาพคืบหน้าขุดค้นทางโบราณคดี เรือโบราณพนมสุรินทร์ ก่อนคลุมผ้าใบไม่ได้เห็นชัดๆ

กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร เผยแพร่ภาพการขุดค้นทางโบราณคดีเรือโบราณพนมสุรินทร์ วันสุดท้ายประจำปีงบประมาณ 64 เผยให้เห็นความอลังการของเรือโบราณลำนี้



วันนี้ (2 ต.ค.) เฟซบุ๊ก "กองโบราณคดีใต้น้ำ กรมศิลปากร" เผยแพร่ภาพการขุดค้นทางโบราณคดีเรือโบราณพนมสุรินทร์ เมื่อวันที่ 30 ก.ย. ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการขุดค้นประจำปีงบประมาณ 2564 ระบุว่า "นับเป็นเวลากว่าครึ่งปีที่กองโบราณคดีใต้น้ำและสำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้ต่อยอดการทำงานทางโบราณคดีเรือโบราณพนมสุรินทร์ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2556 ช่วงเวลาดังกล่าวทุกคนต่างทำงานกันอย่างเข้มข้นเพื่อจุดมุ่งหมายเดียวกัน

บัดนี้ การขุดค้นทางโบราณคดีเรือโบราณพนมสุรินทร์ จ.สมุทรสาคร ประจำปีงบประมาณ 2564 ได้เสร็จสิ้นแล้ว โดยทีมงานได้ขุดศึกษาเรือโบราณพนมสุรินทร์เสร็จสิ้นมากเกินกว่าครึ่งลำ ทางเราได้คัดภาพบรรยากาศการทำงานระหว่างการขุดค้นทางโบราณคดีแหล่งเรือโบราณพนมสุรินทร์ให้ทุกท่านได้ชมเสมือนว่าท่านได้เดินทางมาเยี่ยมชมเรือโบราณลำนี้ด้วยตัวเอง

ประกอบกับกระบวนอนุรักษ์ซากเรือจมเบื้องต้นที่ไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานสู้แดดสู้ฝนตลอดไปได้ จำเป็นต้องมีการปกคลุมหลักฐานไว้ โดยท่านที่เดินทางไปเยี่ยมชมเรือโบราณหลังจากนี้คงไม่ได้เห็นภาพเรือชัดๆ เพราะฉะนั้นเชิญทุกท่านรับชมภาพบรรยากาศการทำงานกันครับ"

สำหรับการศึกษาเรือโบราณพนมสุรินทร์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2556 สำนักศิลปากรที่ 1 ราชบุรี ได้รับแจ้งจากองค์การบริหารส่วนตำบลพันท้ายนรสิงห์ ว่ามีการพบซากเรือโบราณอยู่ในบ่อเลี้ยงกุ้งของนายสุรินทร์ และนางพนม ศรีงามดี บ้านเลขที่ 65/1 หมู่ที่ 6 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร สาเหตุการพบเนื่องจากการปรับพื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้งให้ลึกลงกว่าเดิม โดยบริเวณที่พบเรือโบราณเป็นพื้นที่ลุ่มริมชายฝั่งทะเล อยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 8 กิโลเมตร เรือโบราณที่พบจมอยู่ใต้ดินเลนในลักษณะพลิกตะแคง ส่วนที่โผล่พ้นดินแล้วเป็นกราบเรือด้านทิศตะวันตก เรือวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้จากหลักฐานที่พบสันนิษฐานว่าเป็นเรือที่มีการเสริมกราบสองชั้นด้วยการเจาะรูและใช้เชือกผูกโยงยึดแผ่นไม้ไว้ด้วยกัน ไม้และเชือกมีสภาพเปื่อยยุ่ยอย่างมาก ภายในเรือพบโบราณวัตถุจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นภาชนะดินเผาขนาดใหญ่ ทั้งภาชนะดินเผาประเภทเนื้อดินที่ผลิตจากแหล่งเตาภายในประเทศ เครื่องเคลือบที่ผลิตจากแหล่งเตาในประเทศจีน และพบอินทรียวัตถุหลายประเภท เช่น ลูกมะพร้าว ลูกตาล เมล็ดข้าว เชือก ยางไม้ เมล็ดพืช เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบภาชนะดินเผาอีกหลายแบบที่ยังไม่สามารถระบุแหล่งที่มาได้

จากการพบกระดูกงูขนาดใหญ่และเสากระโดง แสดงให้เห็นว่าเรือโบราณที่พบในครั้งนี้เป็นเรือขนาดใหญ่ และจากลักษณะเรือที่มีการเสริมกราบสองชั้นด้วยการใช้เชือกผูกโยงยึด เป็นเทคนิคการต่อเรือที่เหมือนกับเรืออาหรับโบราณ และโบราณวัตถุที่พบในเรือ มีทั้งภาชนะที่เป็นบรรจุภัณฑ์และภาชนะที่ใช้สอยในเรือ บางประเภทเป็นภาชนะที่ไม่เคยพบในแหล่งโบราณคดีในประเทศไทย ทั้งยังพบตัวอักษรโบราณบนภาชนะด้วย แสดงให้เห็นว่าเรือลำนี้มีความสำคัญในการศึกษาเรื่องประวัติการเดินเรือในภูมิภาคนี้ จากการศึกษารูปแบบเรือและโบราณวัตถุที่พบ สันนิษฐานว่าเรือโบราณลำนี้น่าจะมีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 14-15


https://mgronline.com/onlinesection/.../9640000097589

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 12:18


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2021, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger