เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #41  
เก่า 22-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #42  
เก่า 22-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default

อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #43  
เก่า 22-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #44  
เก่า 22-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #45  
เก่า 23-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default


ผลการศึกษาสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ ย้ำกิจกรรมมนุษย์เพิ่มวิกฤติปะการังฟอกขาว


เหตุการณ์ปะการังฟอกขาวที่รุนแรงสุดในปีที่ผ่านมาทั้งพื้นที่ฝั่งอ่าวไทยและ อันดามัน แต่อ่าวไทยได้รับผลกระทบรุนแรงสุดเป็นวงกว้างเกินร้อยละ 80 ของพื้นที่ เพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงมีประกาศงดกิจกรรมดำน้ำในเขตที่เกิดปรากฎการณ์ เพื่อให้ปะการังได้ฟื้นตัวทั้งหมด 7 แห่ง ได้แก่
1. อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง บริเวณ เกาะเชือก
2. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล บริเวณ เกาะบุโหลนไม้ไผ่
3. อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล บริเวณ เกาะตะเกียง เกาะหินงาม เกาะราวี (หาดทรายขาว) เกาะดง
4. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร บริเวณ เกาะมะพร้าว
5. อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะ-พีพี บริเวณแนวปะการังบริเวณหินกลาง
6. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวแม่ยาย อ่าวมังกร อ่าวจาก อ่าวเต่า เกาะตอรินลา
7. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวไฟแว๊ป และอีส ออฟ อีเด็น

สุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวว่า การงดกิจกรรมทางทะเลในครั้งนี้เกิดจากการที่มีข้อเสนอจากกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง ให้มีการปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามันทั้งหมดนั้น คงมีผลกระทบกับหลายฝ่ายอย่างแน่นอน กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้พิจารณาในทุกๆด้าน ทั้งด้านกายภาพของพื้นที่เศรษฐกิจและสังคม และได้เชิญนักวิชาการที่เกี่ยวข้องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยรามคำแหง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ตลอดจนหัวหน้าอุทยานแห่งชาติทางทะเลทุกแห่งมาหารือในการแก้ไขปัญหาปะการังฟอกขาวนี้ ทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันว่า เพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้จากปรากฏการณ์ในครั้งนี้ อุทยานแห่งชาติทางทะเลจะงดกิจกรรมดำน้ำในเขตดังกล่าว

นอกจากนี้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังคงใช้มาตรการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ เพิ่มความเข้มข้นในการออกตรวจปราบปรามการลักลอบทำการประมงในเขตอุทยานแห่งชาติ ติดตามการเปลี่ยนแปลงของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จัดให้มีการให้ข้อมูลข่าวสารแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการ และชุมชนชาวมอแกน เพื่อรับทราบถึงสถานการณ์และเป็นการสร้างความร่วมมือในการลดผลกระทบ เตรียมมาตรการเพื่อรองรับการใช้ประโยชน์ในการรองรับนักท่องเที่ยว

จากการศึกษาของกลุ่มชีววิทยาและนิเวศวิทยาทางทะลและชายฝั่ง สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งและป่าชายเลน จ.ภูเก็ต ระบุว่าในปี 2553 เป็นปีที่แนวปะการังเสียหายมากสุดเป็นประวัติการณ์ อุณหภูมิน้ำทะเลจากปกติ 29 องศาเซลเซียสได้เริ่มสูงขึ้น 30 องศาเซลเซียสตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคม 2553 สามสัปดาห์ต่อมาปะการังได้เริ่มฟอกขาวแผ่พื้นที่เป็นวงกว้างคลุมทะเลทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน การฟอกขาวของปะการังในครั้งนี้เริ่มเกิดในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนเมษายน (อุณหภูมิที่อาจถือว่ากระตุ้นให้เกิดการฟอกขาวคือที่ 30.1 องศาเซลเซียส หากปะการังอยู่ในสภาพที่อุณหภูมิสูงกว่า 30.1 องศาเซลเซียสเป็นเวลานานต่อเนื่องเกิน 3 สัปดาห์ จะทำให้เกิดปะการังฟอกขาวเกิดขึ้น)

ตั้งแต่เริ่มมีการฟอกขาว สถาบันได้สำรวจสภาพการฟอกขาวของปะการัง รวมทั้งรวบรวมข้อมูลจากนักดำน้ำที่แจ้งการฟอกขาวที่เกิดขึ้นในบริเวณต่างๆ พบว่าแนวปะการังในทุกจังหวัดทางฝั่งทะเลอันดามันเกิดการฟอกขาวมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของปะการังที่มีอยู่ และพบว่าหลังจาก 1 เดือน ปะการังที่ฟอกขาวเริ่มมีการตาย 5-40 เปอร์เซ็นต์ (ขึ้นกับสถานที่) สำหรับอ่าวไทยพบการฟอกขาวรุนแรงเช่นเดียวกับทางฝั่งอันดามันในบริเวณกลุ่มเกาะตอนบนของจังหวัดชลบุรี (เกาะสีชัง เกาะนก เกาะสาก เกาะจุ่น) พบการฟอกขาวช้ากว่าจุดอื่นๆ

อย่างไรก็ตาม จากการเก็บข้อมูลพบว่าบริเวณที่มีการฟอกขาวช้าสุด บริเวณสิ่งแวดล้อมดี มีปะการังหลากหลายทั้งในแง่ชนิดและจำนวนโคโลนี พื้นที่ลักษณะเช่นนี้มักพบปะการังฟอกขาวไม่เต็มที่ คือฟอกขาวเพียงบางส่วนของโคโลนี บริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมดีในน้ำลึก การฟอกขาวของปะการังมีแนวโน้มเกิดขึ้นน้อยกว่าเมื่อเทียบกับบริเวณน้ำตื้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับที่ตั้งของแนวปะการังในแต่ละบริเวณด้วย

แนวปะการังที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์มีเปอร์เซ็นต์การฟอกขาวของปะการังมากกว่าบริเวณที่มีสิ่งแวดล้อมดี หรือไม่ได้รับอิทธิพลจากมนุษย์ ทั้งนี้เนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ทำให้ปะการังอ่อนแอมาก ส่งผลให้ทนทานต่อการฟอกขาวน้อยลง

แนวปะการังบริเวณฝั่งตะวันตกตามเกาะต่างๆทางฝั่งทะเลอันดามัน มีแนวโน้มการเกิดฟอกขาวน้อยกว่าด้านอื่นของเกาะ ทั้งนี้อาจเนื่องมาจากการเคลื่อนที่ของมวลน้ำจากทะเลลึกที่เข้ามาช่วยบรรเทาผลของอุณหภูมิน้ำทะเล นอกจากนี้ยังพบว่า ปะการังลายดอกไม้ (Pavona decussata) ปะการังดาวใหญ่ (Diploastrea heliopora ) เป็นชนิดที่มีแนวโน้มต้านทานต่อการฟอกขาวได้ดี ความหลากหลายของชนิดปะการังเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการฟื้นตัวของแนวปะการัง

อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลยืนยันว่า ปะการังที่ฟอกขาวสามารถฟื้นตัวได้หากสภาพแวดล้อมกลับมาเป็นปกติในระยะเวลาไม่นานนัก ปะการังฟอกขาวสามารถทนสภาพที่อ่อนแอได้ประมาณ 1 เดือนครึ่ง ดังนั้นหากอุณหภูมิน้ำลดลงปะการังที่ฟอกขาวอยู่นั้นสามารถดึงสาหร่ายซุแซนเทลลี่กลับมาสู่เนื้อเยื่อ ทำให้ปะการังกลับมามีสีดังเดิมได้ กระบวนการนี้ใช้เวลา 2 เดือนเมื่ออุณหภูมิสู่สภาพปกติ กรณีปะการังฟอกขาวได้ตายไป มีพื้นที่ตัวอ่อนปะการังเข้ามาเกาะในพื้นที่ หรือปะการังบางชนิดที่ยังเหลืออยู่ค่อยๆเจริญเติบโตครอบคลุมแนวปะการัง กระบวนการนี้ใช้เวลา 3-4 ปี ขึ้นอยู่กับน้ำสะอาด ปราศจากการรบกวนของมนุษย์และมีพื้นที่สำหรับตัวอ่อนปะการังลงยึดเกาะเพื่อเจริญเติบโต

ในทางตรงข้ามหากพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียและมีการรบกวนทั้งการดำน้ำและการประมง การฟื้นตัวของปะการังจะช้ามาก หรือไม่สามารถเกิดขึ้นเลย.




จาก ..................... เดลินิวส์ วันที่ 23 มกราคม 2554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #46  
เก่า 23-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default


กรมอุทยานฯยืนกรานปิดพื้นที่บางส่วน วอนสังคมรอ 5 ปีปะการังฟื้น


กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ถูกนักท่องเที่ยวและประชาชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ หลังจากที่สั่งปิดพื้นที่ดำน้ำบางจุดใน 7 อุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน

นายสุนันต์ อรุณนพรัตน์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยเมื่อวันที่ 22 มกราคม ว่า เข้าใจดีว่าจะถูกนักท่องเที่ยวไม่พอใจอย่างมาก แต่ขอยืนยันว่าได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบแล้ว เพราะก่อนที่จะมีคำสั่งได้ขอความเห็นจากทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ประกอบการ และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายจนได้ข้อสรุปว่าให้ปิดพื้นที่บางส่วน ซึ่งการดำเนินการนี้เพื่อทำให้ปะการังคงอยู่ และทำให้เกิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

"ขอให้ทุกฝ่ายอดทนรอ เพราะได้ประเมินแล้วว่าหากไม่มีปัจจัยด้านอุณหภูมิของน้ำทะเลที่จะสูงขึ้นอีก คาดว่าภายใน 5 ปี ปะการังจะฟื้นฟูสภาพได้ ซึ่งหลังจากนั้นกรมอุทยานแห่งชาติฯจะเปิดให้นักเที่ยวเข้าชมอีกครั้ง เพราะหากปล่อยให้นักท่องเที่ยวเข้าไปในระหว่างที่ปะการังเสียหาย ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะจะไม่ได้เห็นของสวยงาม" นายสุนันต์กล่าว และว่า แต่ในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายนั้น ยืนยันว่าจะดำเนินการเข้มข้นต่อไป



จาก ..................... มติชน วันที่ 22 มกราคม 2554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #47  
เก่า 23-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default


ข่าวปะการังฟอกขาวไม่ทำธุรกิจดำน้ำหด



ผู้ประกอบการดำน้ำลึก หมู่เกาะสุรินทร์-สิมิลัน ระบุ ยังไม่มีการยกเลิกทัวร์ หลังเจอข่าวปะการังฟอกขาวแพร่สะพัด แต่กังวลมีผลกระทบระยะยาว ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ ยังแห่เที่ยวเกาะจำนวนมาก ด้านชาวเน็ตสวดยับปิดอุทยานฯทางทะเลใต้ 7 แห่งไม่ตรงจุดที่ปะการังเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณท่าเทียบเรือท่องเที่ยวรัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นท่าเรือท่องเที่ยวนำนักท่องเที่ยวไปยังเกาะแก่งต่างๆ บริเวณอ่าวพังงา และเกาะพีพี ช่วงเช้าวันที่ 22 ม.ค.54 ซึ่งตรงกับวันหยุดว่า ยังคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศที่จองตั๋วเดินทางไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งในทะเลฝั่งอันดามัน แม้ว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีมาตรการปิดจุดดำน้ำที่มีปะการังเสียหาย ในเขตอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามัน 3 แห่ง คือ อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตนารา เกาะพีพี จังหวัดกระบี่ อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์และอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันในจังหวัดพังงา

หัวหน้าไกด์เรือท่องเที่ยวพีพีครุยเซอร์ ระบุว่า การปิดแหล่งดำน้ำ ส่งผลกระทบต่อการเดินทางไปพักผ่อนตามเกาะของนักท่องเที่ยวน้อย โดยปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวตามเกาะต่างๆในฝั่งอันดามันตั้งแต่ช่วงปีใหม่เป็นต้นมา ถือว่ายังดีอยู่ เฉลี่ยประมาณ 90 % แต่ละวันจะมีนักท่องเที่ยวประมาณ 2,000 คน ปลายทางส่วนใหญ่จะอยู่ที่เกาะพีพี เกาะลันตา เกาะหลีเป๊ะ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูอีกสักระยะหนึ่งว่าผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวจะทำให้นักท่องเที่ยวลดลงไปหรือไม่ เพราะพึ่งประกาศเพียง 2 วัน จึงยังไม่เห็นผลที่ชัดเจน

ด้านผู้ประกอบการดำน้ำลึกที่เกาะสิมิลันและหมู่เกาะสุรินทร์อีกรายหนึ่ง กล่าวว่า ในส่วนของการจองทัวร์ไปดำน้ำที่หมู่เกาะสุรินทร์ และหมู่เกาะสิมิลัน ในจังหวัดพังงา ขณะนี้ยังไม่มีการยกเลิก แต่เชื่อว่าในระยะยาวมาตรการนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาดท่องเที่ยวดำน้ำอย่างแน่นอน เนื่องจากมีการให้ข้อมูลที่ไม่ชัดเจนของพื้นที่ปะการังว่าเสียหายถึง 80 % อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าใจผิด เพราะข่าวกระจายไปทั่วโลก โดยปะการังฟอกขาวมีเฉพาะแหล่งดำน้ำตื้นซึ่งอุณหภูมิสูง แต่ไม่มีในผลกระทบในปะการังน้ำลึกที่อุณหภูมิประมาณ 24- 26 องศาเซลเซียส และปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นกับปะการังทั่วโลก ดังนั้นผู้เกี่ยวข้องควรเร่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และ ททท.ต้องเร่งสร้างความเข้าใจต่อตลาดดำน้ำที่จะมาท่องเที่ยวในพื้นที่ด้วย เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่ยังไม่จองทัวร์ อาจจะตัดสินใจเปลี่ยนจุดหมายปลายสถานที่ดำน้ำที่ไม่ใช่ในประเทศไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ห้ามดำน้ำใน 7 อุทยานแห่งชาติชื่อดังทั้งฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทยเพื่อฟื้นฟูปะการังที่เกิดการฟอกขาวโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 21 มกราคมนั้น ส่งผลให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากนักท่องเที่ยวที่เข้าไปโพสท์ข้อความในเว็บไซต์พันทิปดอทคอมว่า จุดที่กรมอุทยานฯสั่งปิดห้ามดำน้ำนั้นไม่สัมพันธ์กับจุดที่เกิดปะการังฟอกขาว เช่น อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ บริเวณอ่าวแม่ยายทิศเหนือ เกิดปะการังฟอกขาวถึง 99.9% เกาะสุรินทร์เหนือ หน้าช่องแคบตอนใน เกิดฟอกขาว 93.6% เกาะปาชุมบา ตะวันออกเฉียงเหนือ เกิดฟอกขาว 95% เกาะสุรินทร์ใต้ฝั่งตะวันออก (อ่าวเต่า) แต่กรมอุทยานฯไม่ปิด กลับสั่งปิดบริเวณอ่าวสุเทพ อ่าวไม้งาม เกาะสตอร์ค หินกอง อ่าวผักกาด และแนวปะการังหน้าที่ทำการอุทยานฯ ซึ่งเกิดการฟอกขาว 70% หรืออุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จุดที่เกิดปะการังฟอกขาวมากคือ เกาะสิมิลันตะวันออก หน้าประภาคาร ฟอกขาว 89.3% ไม่ปิด กลับไปปิดบริเวณอ่าวไฟแว๊บและอีส ออฟ อีเด็น ซึ่งเป็นจุดที่เกิดปะการังฟอกขาวไม่มากนัก




จาก ..................... คม ชัด ลึก วันที่ 22 มกราคม 2554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #48  
เก่า 23-01-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,411
Default








จาก ..................... ไทยรัฐ วันที่ 23 มกราคม 2554
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #49  
เก่า 23-01-2011
Thoto_Dive Thoto_Dive is offline
Member
 
วันที่สมัคร: Dec 2010
ข้อความ: 93
Default

วันก่อนโดนจับได้ว่ามีการปล่อยปะละเลย ไม่ดูแลนักท่องเที่ยวที่หยิบปะการังขึ้นมาชม แก้ตัวว่ามีคนไม่เพียงพอ
วันนี้พอบอกให้ปิดห้ามค้างคืนบนเกาะ ดันบอกว่าไม่ต้องกลัว อุทยานคุมนักท่องเที่ยวเข็มงวดอยู่แล้ว สุดๆครับท่าน

วันแรกประกาศปิดหมู่เกาะสุรินทร์ส่วน
อ่าวสุเทพ อ่าวไม้งาม อ่าวผักกาด หินกองและเกาะสต็อก
อีกวันประกาศ
ตรงกันข้ามกันทั้งหมด เกาะมังกร อ่าวเต่า อ่าวแม่ยาย อ่าวจาก และตอรินลา

คนแบบนี้เราจะฝากความหวัง ไว้ได้เหรอครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #50  
เก่า 23-01-2011
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,490
Default



ความหวัง...ความฝัน...ของเรา คงจะไปฝากไว้กับท่านๆทั้งหลายไม่ได้หรอกค่ะ คุณ Thoto_Dive


ขืนเรานั่งกันเฉยๆ ก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น เราคงต้องพยายามรวมตัวกัน แล้วก็หาวิธีช่วยกันกระตุ้นสังคมให้ตื่นตัว เพื่อไปกระตุ้นต่อมทำงานของพวกท่านทั้งหลาย ให้ทำงานอีกต่อหนึ่ง....

__________________
Saaychol
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:42


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger