เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนเริ่มมีกำลังอ่อนลง ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนอยู่ในเกณฑ์กระจาย และมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างยังคงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กตั้งแต่จังหวัดสุราษฏร์ธานีลงไปควรงดออกจากฝั่งอีก 1 วัน (15 ธ.ค. 57) และขอให้ประชาชนบริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และนราธิวาส ระวังอันตรายจากฝนที่สะสมไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ท้องฟ้าโปร่งเป็นส่วนมากกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง ส่วนภาคใต้มีฝนเป็นแห่งๆถึงกระจาย และบริเวณอ่าวไทยจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร หลังจากนั้นบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือจะมีกำลังอ่อนลง

ส่วนในช่วงวันที่ 16-20 ธ.ค. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงระลอกใหม่จากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ประเทศไทยตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่องกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง และบริเวณอ่าวไทยยังคงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 15-20 ธ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 17-19 ธันวาคม 2557 ไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_01.jpg (34.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg SEch2.jpg (87.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Rain.jpg (90.2 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

ไทยรัฐ


'เกาะสมุย' เตือนนักท่องเที่ยวห้ามลงเล่นน้ำระยะนี้



ปภ.เกาะสมุย ปักธงแดงเตือนนักท่องเที่ยวห้ามเล่นน้ำ คลื่นลมแรง รวมทั้งเรือประมงควรงดออกจากฝั่ง อาจทำให้เกิดอันตราย ขณะเดียวกัน หาดเฉวง ได้แจ้งเตือนและได้ออกตรวจดูเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อนักท่องเที่ยว...

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 14 ธ.ค.57 ผู้ประกอบการโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับชายหาดเฉวง ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้นำธงสีแดง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ เพื่อแจ้งเตือนนักท่องเที่ยว ที่จะลงเล่นน้ำทะเล ไม่ให้ลงเล่นน้ำทะเลบริเวณชายหาดเฉวง ในช่วงระยะนี้ เนื่องจากคลื่นลมในทะเลยังคงมีกำลังแรง โดยบริเวณใกล้ฝั่งมีคลื่นสูง 1-2 เมตร อาจทำให้เกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวได้ นอกจากนี้ ทางผู้ประกอบการโรงแรมที่ตั้งอยู่ติดกับชายหาดเฉวง ได้ให้พนักงานของโรงแรม หรือบีชบอย ที่ได้ผ่านการฝึกอบรม ในการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุทางทะเล เบื้องต้น ได้คอยดูแลและตักเตือนนักท่องเที่ยวตามชายหาดเฉวงอีกทางหนึ่งด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายขึ้นกับนักท่องเที่ยว ขณะที่ยังคงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ที่ยังไม่สนใจคำเตือนยังคงลงเล่นน้ำทะเล พนักงาน บีชบอย ของโรงแรมต้องไปแจ้งเตือนให้กลับขึ้นฝั่ง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเอง


ชายหาดเกาะสมุย สุราษฎร์ธานี

ด้าน ดร.วันสาด ศรีสุวรรณ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เกาะสมุย ระบุว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการประกาศ เตือนผู้ประกอบการเรือโดยสาร โดยเฉพาะชาวประมง ที่เรือประมงขนาดเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้ เนื่องจากในทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร อาจทำให้เกิดอันตรายกับชาวประมงในการเดินเรือได้ ส่วนเรือนำเที่ยวขนาดกลาง และเรือโดยสารขนาดใหญ่ อย่างเรือเฟอร์รี่ ให้ใช้ความระมัดระวังในการเดินเรือรับส่งนักท่องเที่ยวในระยะนี้ด้วย ส่วนบรรยากาศทั่วไปในอำเภอเกาะสมุย ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ยังคงมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะ ทำให้บนถนนสายรองบางจุดเกิดน้ำท่วมขังบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้รถใช้ถนนมากนัก แต่ก็ฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงนี้ ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากถนนจะมีความลื่นในช่วงนี้ จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้.


***************************************************************************************


ตะลึง! ทะเลหมอกที่แกรนด์ แคนยอน



สวยจนตะลึง... เกิดปรากฏการณ์ ทะเลหมอกหนาขาวโพลน สุดสวย ที่อุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดปรากฏการณ์หาดูได้ยาก ทะเลหมอกสุดสวย ที่อุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐฯ โดยหน่วยงานบริการของอุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน ได้เผยแพร่รูปถ่ายทะเลหมอกหนาขาวโพลน พร้อมทั้งคลิปวิดีโอ ขณะเกิดทะเลหมอก ที่จุดชมวิว มาร์เธอร์ พอยต์ (Mather Point) เมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น



สำหรับวิดีโอความยาว 1 นาที ที่หน่วยงานบริการของอุทยานแห่งชาติแกรนด์ แคนยอน นำออกเผยแพร่ทางโลกออนไลน์ ได้บันทึกบริเวณ จุดชมวิว มาร์เธอร์ พอยต์ ซึ่งอยู่ริมทางใต้ของแกรนด์ แคนยอน และมีระดับความสูง 7,120 ฟุต เหนือระดับน้ำทะเล พร้อมกับระบุว่า ทะเลหมอกที่เกิดขึ้น ทำให้มองดูแล้วเกือบเหมือนกับคลื่นที่เคลื่อนตัวขึ้นและลง จนเกือบจะปิดหน้าผาของแกรนด์ แคนยอนเลยทีเดียว

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

เดลินิวส์


เชื่อน้ำมันดิบคร่าชีวิตโลมา 4 ตัวรวด



เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. นายอโณทัย อมรกิจ ประธานชมรมอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลหาดบางดี-เสาเภา อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช รุดเข้าตรวจสอบซากปลาโลมาตายเกยชายหาดหินงาม หมู่ 3 ต.สิชล อ.สิชล พบโลมาหัวบาตรหลังเรียบ เพศผู้ ความยาว 80 ซม. อายุ 2 ปี น้ำหนักประมาณ 15 ก.ก. เสียชีวิตมาแล้วกว่า 10 ชม. สภาพไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด ต่อมาได้รับแจ้งว่าพบซากโลมาหัวบาตรอีก 3 ตัว อยู่ที่ริมหาดปากน้ำเทพา หมู่ 16 ต.ทุ่งปรัง และที่ริมหาดบางดีติดกับปากน้ำท่าหมาก หมู่ 2 ต.เสาเภา สภาพเริ่มเน่าแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่พบซาก 4 ตัว ในวันเดียว



นายอโณทัย กล่าวว่า ช่วงนี้โลมาตายถึง 6 ตัวแล้วในรอบ 25 วัน หลังจากที่มีก้อนน้ำมันดิบลอยมาติดหาดสิชลเป็นระยะทางเกือบ 10 ก.ม. เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งโลมาตัวแรกที่เสียชีวิตหลังจากที่ก้อนน้ำมันลอยมาติดริมหาดเพียง 1 วัน เป็นโลมาสีชมพูขนาดใหญ่ เกยตื้นตายในพื้นที่ อ.สิชล จากนั้นก้ตายต่อมาเรื่อยๆ ซึ่งชาวบ้านต่างวิตกกังวลเพราะยังไม่มีหน่วยงานใดออกมารับผิดชอบในเรื่องนี้.



__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

เดลินิวส์


พบศพโลมาในบังคลาเทศสงสัยเหตุน้ำมันรั่ว



สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงธากา ประเทศบังคลาเทศ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ว่า หนังสือพิมพ์ธากาทริบูนของบังคลาเทศ เผยแพร่ภาพศพของโลมาน้ำจืดตัวหนึ่งถูกพบในคลองแห่งหนึ่งที่แยกจากแม่น้ำเชลา ที่เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันชนปะทะกับเรืออีกลำหนึ่ง จนทำให้น้ำมันเตาหลายแสนลิตรรั่วไหลลงสู่แม่น้ำ โดยศพของโลมาถูกพบห่างจากจุดที่เกิดอุบัติเหตุราว 25 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่า การเสียชีวิตเป็นผลมาจากน้ำมันรั่วหรือไม่ โดยต้องรอผลการชันสูตรต่อไป

อุบัติเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ในพื้นที่อนุรักษ์ซันดาร์บันส์ ซึ่งเป็นป่าชายเลนที่มีพื้นที่กว่า 10,000 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในบังคลาเทศและอินเดีย รายงานล่าสุดระบุว่า คราบน้ำมันได้แผ่ขยายออกไปกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้างราว 350 ตารางกิโลเมตร ชาวประมงท้องถิ่นราว 300 คนต้องใช้เรือนับร้อยลำออกกำจัดคราบน้ำมันด้วยการใช้ภาชนะต่างๆ เช่นหม้อหรือกะทะและฟองน้ำ ในการตักและดูดซับคราบน้ำมัน โดยเมื่อวันเสาร์พบว่า กลุ่มชาวประมงสามารถรวบรวมน้ำมันที่รั่วออกมาได้ประมาณ 18,000 ลิตร นายอามีร์ ฮุสเซน หัวหน้าเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ของซันดาร์บันส์ กล่าวว่า การกำจัดคราบน้ำมันด้วยวิธีดังกล่าว เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดกับระบบนิเวศน์แถบนี้ ซึ่งบริษัทน้ำมันของรัฐจะรับซื้อคืนน้ำมันเหล่านั้นจากชาวบ้าน

นายชาห์จาฮัน ข่าน รมว.ว่าการกระทรวงขนส่งของบังคลาเทศ กล่าวเมื่อวันพุธ ว่า การรั่วไหลของน้ำมันครั้งนี้ จะไม่ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรง ขณะที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้และผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ กล่าวว่า เหตุที่เกิดขึ้นนับเป็นหายนะต่อระบบนิเวศน์.



__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

เดลินิวส์


เตรียมขยายผล ‘เสือตอทะเล’ สู่การเพาะเลี้ยงเชิงพาณิชย์ ......................... เกษตรนวัตกรรม



ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งจังหวัดระยอง ประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ “ปลากะรังลูกผสม” โดยให้ชื่อว่า “เสือตอทะเล” ที่ เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างปลากะรังดอกแดงและปลาหมอทะเล

เป็นปลาที่มีรูปร่าง สีสัน และลวดลายสวยงาม ซึ่งน่าเป็นที่จับตามองของผู้สนใจในธุรกิจปลาสวยงาม ในขณะเดียวกันหากส่งเสริมในด้านการเพาะเลี้ยงเพื่อบริโภคก็น่าจะขยายตลาดได้ดี เนื่องจากเป็นปลาที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว เลี้ยงง่าย และรสชาติดี เสือตอทะเลได้จากการเพาะพันธุ์ปลาข้ามสายพันธุ์ของแม่พันธุ์ปลากะรังดอกแดง ซึ่งเป็นปลาที่มีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติ เลี้ยงได้ทั้งในกระชังและบ่อดิน ราคาดี และตลาดมีความต้องการสูง มาผสม กับ ปลาหมอทะเล ซึ่งเป็นปลาที่ชอบนอนนิ่งชอบขุดหลุมคล้ายปลานิล พื้นหลุมแข็งบริเวณข้างหลุมเป็นเลนค่อนข้างหนา ปากหลุมกว้างประมาณ 50 -100 เซนติเมตร เป็นปลาตัวใหญ่ที่เจริญเติบโตเร็ว

ทางศูนย์ฯ ได้ทำการผสมเทียมข้ามสายพันธุ์ด้วยการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นให้แม่พันธุ์ปลากะรังดอกแดงให้มีไข่ที่สมบูรณ์ แล้วรีดไข่มาผสมเทียมกับน้ำเชื้อแช่แข็ง ที่เก็บรักษาในถังไนโตรเจนเหลวของพ่อพันธุ์ปลาหมอทะเลและปลากะรังเสือ แล้วนำไข่ที่ปฏิสนธิแล้วมาฟักในถังฟักไข่ ย้ายลูกปลาอายุ 2 วัน ในบ่อน้ำเขียวชีวภาพ เลี้ยงในความเค็ม 30-32 ส่วนในพันส่วน อุณหภูมิ 28-30 องศาเซลเซียส โดยให้โรติเฟอร์อาร์ทีเมียและอาหารสำเร็จรูปสำหรับปลาทะเลจนลูกปลามีอายุ 43 วัน

ลูกปลาส่วนใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างสมบูรณ์ มีขนาดเกือบ 1 นิ้ว จึงคัดแยกขนาดนำลูกปลาที่มีขนาดใหญ่แยกมาอนุบาลในบ่อซีเมนต์ขนาด 1,500 ลูกบาศก์เมตร เพื่อฝึกเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด 100% ส่วนลูกปลาที่ยังไม่ได้ขนาดนำไปเลี้ยงในบ่อน้ำเขียวชีวภาพใหม่ต่อไป โดยผลจากการศึกษาพบว่าในจำนวนไข่ 100,000 ฟอง จะได้ลูกปลา 1,000 ตัว ซึ่งคิดเป็นอัตรารอด 1 เปอร์เซ็นต์



เสือตอทะเลมีจุดเด่นเป็นปลาที่เจริญเติบโตได้รวดเร็ว เลี้ยงง่าย และรสชาติดี เป็นการเพาะพันธุ์ปลาข้ามสายพันธุ์ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดี สามารถเลี้ยงได้ทั้งในกระชังและบ่อดิน ที่สำคัญปัจจุบันราคาดี และตลาดมีความต้องการสูง

ซี่งขณะนี้ทางศูนย์ฯ กำลังเร่งพัฒนา การวิจัยเพื่อขยายผลการศึกษาในเรื่องอัตราการเจริญเติบโต อัตราการรอด และปัจจัยอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องต่อไป เพื่อที่จะพัฒนาเป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจตัวใหม่และส่งเสริมให้สามารถขยายผลสำหรับเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ได้ต่อไป ในเร็ววันนี้.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ทหารเรือลงพื้นที่จัดระเบียบชายหาด “เกาะหลีเป๊ะ” พบรีสอร์ต-ร้านค้าทำผิดอื้อ



สตูล - ทหารเรือภาคที่ 3 ร่วมกับอุทยานฯ หมู่เกาะตะรุเตา พร้อมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่จัดระเบียบชายหาด “เกาะหลีเป๊ะ” สั่งเร่งรีสอร์ต-ร้านค้าเก็บโต๊ะ เตียงรุกล้ำพื้นที่ชายหาด พบเอกสารสิทธิกับพื้นที่จริงไม่ตรงกันเพียบ

วันนี้ (14 ธ.ค.) น.ต.วีรพงษ์ นาคประสิทธิ์ ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่ 491 ทหารเรือภาคที่ 3 ร่วมกับอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงจัดระเบียบชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเริ่มจัดโซนบริเวณชายหาดอ่าวพัทยา (หรืออ่าวบันดาหยา) เร่งให้รีสอร์ต ร้านค้าบริเวณริมชายหาดกว่า 20 ร้าน ที่ยาวกว่า 1,000 เมตร สั่งเก็บโต๊ะ เตียงนอนที่ใช้ตากแดด และร่มให้เรียบร้อย ก่อนที่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงตรวจตราอีกครั้ง โดยให้เวลาทางรีสอร์ต ร้านค้าจัดเก็บเองภายใน 3 วัน



ทางด้าน น.ต.วีรพงษ์ นาคประสิทธิ์ กล่าวว่า การจัดการปัญหาชายหาดที่รกไปด้วยสิ่งของร้านค้า ทำให้ชายหาดไม่สวย และได้รับร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติด้วย จึงต้องจัดระเบียบให้สวยงาม ในส่วนการจัดโซนเล่นน้ำนั้น ทางทหารประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น อบต.เกาะสาหร่าย หน่วยงานทางน้ำให้จัดโซนเล่นน้ำอย่างปลอดภัย

สำหรับปัญหาที่ดินทับซ้อนบนเกาะหลีเป๊ะ ตอนนี้จัดการไปแล้ว 8 รีสอร์ตที่รุกทับที่อุทยานฯโดย ทหารเรือภาคที่ 3 ร่วมกับอุทยานแห่งชาติตะรุเตา สนธิกำลังใช้กฎอัยการศึกตรวจสอบรีสอร์ตบนเกาะหลีเป๊ะบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ซึ่งมีการทำรีสอร์ต ประมาณ 61 ราย มีนายทุนอ้างว่ามีเอกสาร ส.ค.1 จำนวน 41 ราย และมีเอกสาร น.ส.3 ก. จำนวน 19 ราย และเป็นที่ดินของพัสดุในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะสาหร่าย อำเภอเมือง จำนวน 1 แปลง สำหรับการตรวจสอบที่อ้างว่าเอกสารมีถูกต้อง ทั้ง ส.ค.1 หรือ น.ส.3 ก. ส่วนใหญ่พบว่า พื้นที่เอกสารกับพื้นที่จริงไม่ตรงกัน มีการทำสัญญาปากเปล่า เราต้องจัดระเบียบใหม่ให้ความเป็นธรรมที่ถูกต้อง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 15-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,419
Default

คม ชัด ลึก


เลาะหาดทรายสี่ร้อยลี้ที่ชุมพร ........................... กิน-ดื่ม-เที่ยว



ใกล้จะปีใหม่ หลายคนแพลนเดินทาง มีไม่น้อยที่ไปท่องเที่ยว สูดไอหมอก สัมผัสอากาศหนาวเย็นที่ภาคเหนือ แต่ก็มีไม่น้อยที่เดินทางล่องใต้ ทั้งกลับบ้าน เยี่ยมญาติ และมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่แตกต่าง หนึ่งในเส้นทางที่เหมือนจะธรรมดา แต่ไม่ธรรมดา อยู่ระหว่างทางนี่เอง

ชุมพร จังหวัดที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นประตูสู่ภาคใต้ แต่ฉันเคยบอกไว้ในชวนเที่ยวของ นสพ.คมชัดลึก เมื่อกลางปีว่า ที่นี่แหละ ห้องรับแขกชั้นดี ก่อนลงสู่ภาคใต้ เพราะมีครบทุกรสชาติให้เลือกสรร ทั้งเกาะแก่ง ทะเลสวยใส ขุนเขากว้างใหญ่ ท้ายที่สุดเหมาะมากถ้าจะแวะพักกลางทาง ระหว่างขับรถยนต์ทางไกล

ชุมพรแม้ไม่โดดเด่นเรื่องเขาสูง อย่างดอยอินทนนท์ เชียงดาว ในภาคเหนือ หรือเขาหลวงแห่งนครศรีธรรมราช หากแต่มีป่าที่อุดมและนิเวศหลากหลาย อย่างป่าพะโต๊ะ หรือยอดเขาพ่อตามังเคร พ่อตาโชงโดง รวมถึงน้ำตกสูง ที่อยู่ในความดูและจัดการของหน่วยจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ (ถ้ามีโอกาสจะทยอยมาเล่าสู่กันฟัง) แต่ขณะเดียวกัน ก็มีหาดทรายที่ทอดตัวติดทะเลระยะทางยาว รวมถึงเกาะแก่งกลางทะเลที่เหมาะแก่การดำน้ำดูประการังและปลาสวยงามอีกด้วย

คราวนี้ ฉันมีโอกาสได้ละเลียดชุมพรอีกครั้ง ในฐานะของจังหวัดที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือ ททท.โปรโมทว่า ต้องห้ามพลาด ซึ่งฉันว่าเคยผ่านไปหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ตอนเหนือที่อ.ปะทิว จรดใต้ ที่อ.ละแม ก็ยังไม่รู้สึกอิ่มที่ได้มา



จากกรุงเทพ มุ่งหน้าลงสู่ภาคใต้ ผ่านเพชรบุรี-ประจวบคีรีขันธ์ ไปตั้งต้นที่สี่แยกปฐมพร คราวก่อนเลี้ยวซ้ายแวะเข้าตัวเมืองทันที แต่คราวนี้ขึ้นสะพานข้ามแยกไปทางขวา (เส้นทางไประนอง) เลยไปประมาณ 4 กม. ก็ถึงที่หมายแรก "ตามสบายรีสอร์ท" ชื่อเขาว่ายังงั้น เราก็ต้องทำตัวตามสบาย ไม่น่าเชื่อว่า ลึกเข้าไปจากถนนราว 2 กม. ผ่านสวนสงบๆ จะมีที่พักแบบบังกะโล เป็นหลังๆ ให้นั่งเล่น นอนเล่นสบายๆ พักแข้งพักขา จิบกาแฟถ้ำสิงห์เพลินๆ

วันรุ่งขึ้น ค่อยตั้งต้นเลาะชายหาดเล่น ด้วยความที่มีหาดยาวจากเหนือจรดใต้ 220 กม.นี่เอง ฉันขอเลือกแค่ 200 กม. หรือ สี่ร้อยลี้ (1 ลี้ = 500 เมตร หรือ 0.5 กม.) แล้วกัน

จากตัวเมืองชุมพร มุ่งหน้าไปปากน้ำชุมพร-หาดทรายรี ระยะทาง 13 กม. มีป้ายบอกทางตลอด (ทางหลวงหมายเลข 4119 แล้วแยกขวา เข้าทางหลวง 4098 ลงสู่ชายหาด) ระหว่างทางก่อนจะเลี้ยวไปทางหาดภราดรภาพ มีจุดชมวิวเขามัทรี ที่ไม่น่าพลาด ทางขึ้นค่อนข้างชัน ถ้าเป็นรถบัสต้องจอดข้างล่าง แต่รถเล็กแรงดี ก็ขับขึ้นไปจอดรถด้านบนได้

ยอดเขามัทรี ที่เดี๋ยวนี้ปรับปรุงสถานที่ใหม่ มีร้านขายกาแฟ ขายขนม มีมุมถ่ายรูปทั่วไป ตรงกลางเป็นศาลาที่ตั้งของพระมหาโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร (พระโพธิสัตว์กวนอิม) ปางมหาราชลีลา องค์ใหญ่ อยู่ในท่านั่ง มองออกไปทางฝั่งปากน้ำชุมพร ด้านบนโดยรอบพระโพธิสัตว์ มองเห็นวิวได้ 360 องศา ฝั่งหนึ่งเห็นบ้านเรือนแถบปากน้ำชุมพร ตั้งอยู่เรียงรายริมฝั่งน้ำ เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีเรือเล็ก เรือใหญ่สัญจรไปมา เพราะเป็นท่าเทียบเรือประมงอยู่ด้วย หันมองอีกด้านเป็นปากน้ำชุมพร เลยไปหน่อยเห็นเกาะมัตโพนอยู่ไม่ไกล หมุนมองไปอีกฝั่งเป็นหาดภราดรภาพ ในมุมมองที่เห็นเป็นเวิ้งทะเลกว้างไกล แถมใกล้ๆ ยอดเขา มีฝูงค่างแว่น มาห้อยโหนทักทายอยู่ไม่ห่าง เหมาะมากถ้าจะขึ้นมาบนเขามัทรี เพื่อชมอาทิตย์ลับฟ้าหลังหมู่บ้านประมง

ลงจากเขามัทรี ผ่านหาดภราดรภาพ มุ่งหน้าไปหาดทรายรี เพื่อไปท่าเทียบเรือของ "เรือสยาม คาตามารัน" ที่อยู่ก่อนถึงหาดทรายรีไม่ไกล เรือสองชั้นขนาดใหญ่ ค่อยๆ ล่องออกจากปากน้ำชุมพร ผ่านสะพานปลา รวมถึงสุสานเรือประมงที่เกินเยียวยา ก็จะมาทิ้งซากไว้ ร่องน้ำขยายกว้างออกเรื่อยๆ

วันนี้เขาจะพาเราไปแล่นเรือ ล่องน้ำ ออกสู่ทะเล ผ่านเกาะที่มีประติมากรรมธรรมชาติ เป็นรูป "ฝ่ามือพระพุทธเจ้า" เลยไปหน่อยเป็นเกาะง่ามใหญ่ และเกาะง่ามน้อย ซึ่งเป็นเกาะสัมปทานรังนก แต่แนวรอบเกาะมีประการังที่สมบูรณ์ เราเลือกดำน้ำกันแถว เกาะง่ามใหญ่ ถ้าจังหวะดี อาจจะได้เจอฉลามวาฬพี่ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล ที่หลงตามเข้ามากินแพลงตอน ...เหมือนคราวนี้ยังไม่ใช่จังหวะดีของเราแฮะ

ออกจากเกาะง่ามใหญ่ ไปดำน้ำกันต่อที่ เกาะทะลุ ที่นี้ประการังไม่เท่าไหร่ แต่ปลาเยอะแยะ จนน่าตื่นเต้น ไม่ใช่มีแต่สลิดหินเหมือนบางเกาะตอนใต้ๆ ลงไป จนเลยเวลาเที่ยงวันนั่นแหละ ถึงได้เดินทางกลับ ไม่รีบไม่เร่ง ชิลๆ กลางทะเลไปแบบนี้ ก็สนุกดีไม่น้อย แต่อย่าเป็นช่วงที่มีคลื่นลมนะ มันช่วงกระอักกระอ่วนสิ้นดี หรือที่ใครๆ ชอบใช้ภาษาสวยหรู ว่าเหมือนมีผีเสื้อเข้าไปกระพือปีกในท้องนั่นแหละ

ถึงฝั่งพักผ่อนกันยาวๆ บอกแล้วว่า ตามสบาย ...

รุ่งขึ้น ผ่านเข้าตัวเมืองชุมพร มุ่งหน้าไปหาดทุ่งวัวแล่น อ.ปะทิว (รถสาธารณะก็มีนะเป็นสองแถวสายชุมพร-ทุ่งวัวแล่น-สะพลี)



หาดทุ่งวัวแล่น จัดได้ว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของอ.ปะทิว เป็นชายหาดที่มีเม็ดทรายสีขาวนวลละเอียด ลักษณะหาดค่อยๆ ลาดเอียงลงทีละน้อยจึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีกแห่ง และจากหาดนี้มีเรือเช้าไปชมเกาะต่างๆ ได้

ทำไมถึงต้องเป็น "วัวแล่น" มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมาว่า เคยมีพรานพิชิตวัวป่าได้ที่ริมหาดแห่งนี้ แต่ในขณะที่กำลังถลกหนังวัวอยู่นั้น วัวป่าที่ตายแล้วกลับกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา แล้วลุกวิ่งหนีหายเข้าป่าไปได้ พรานป่าจึงเรียกหาดแห่งนี้ว่า "หาดทุ่งวัวแล่น" ปัจจุบันนี้ ก็เห็นวัวแล่นริมหาด แต่เป็นแค่รูปปั้นสัมฤทธิ์ ตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่ตอนกลางของหาด

ตลอดแนวชายหาดทุ่งวัวแล่นยังมีทิวมะพร้าวไม่ต่างจากที่เคยเป็นมา บางช่วงก็มีเตยทะเล กอผักบุ้งทะเล แต่ดูเหมือนว่า ร้านอาหาร รีสอร์ทเล็กๆ ผุดขึ้นเรียงรายริมหาดผิดกับแต่ก่อน แถมยามค่ำที่นี่ก็คึกคักด้วยแสงสี เพื่อเรียกลูกค้าเข้าร้าน ยังดีที่มีขอบเขตไม่ล้นทะลักลงไปตั้งกันบนชายหาด ให้เสียภูมิทัศน์ เหมือนกับแหล่งท่องเที่ยวบางแห่ง

ออกจากทุ่งวัวแล่น มุ่งหน้าไปตามถนนเลียบชายหาด แวะ จุดชมวิวเขาดินสอ ซึ่งถ้าเป็นช่วงปลายเดือนกันยายน-ตุลาคม ก็อาจจะได้เจอกับเหยี่ยวอพยพมากมาย แต่ยามนี้เดินเล่นๆ ขึ้นเขาไปชมวิวมุมสูงแทนแล้วกัน ระยะ 900 เมตรนี่ก็หอบหลายยกเชียวนะ ออกจากเขาดินสอ มุ่งหน้าไป อ่าวบ่อเมา เวิ้งอ่าวกว้างที่มีหมู่บ้านประมง ที่นี่มีรีสอร์ทเล็กให้เช่า หรือใครจะแค่มาแวะเช่าเรือไปดำน้ำเกาะไข่ก็ได้ เลยอ่าวบ่อเมา แวะ อ่าวทุ่งซาง ทะเลสวย หาดกว้างสงบ แต่ดูเหมือนคนที่มาเที่ยวไม่ค่อยช่วยกันรักษาความสะอาดกันเสียเลย

ออกจากอ่าวทุ่งซาง ไปตามถนนสายเลียบทะเล ถึง หาดถ้ำธง หมู่บ้านประมงเล็กๆ ที่เริ่มเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็ยังคงไว้ด้วยความสงบ อีกฟากหนึ่งห่างจากหมู่บ้าน เป็นแนวชายหาดยาว ที่ต่อไปได้ถึง "เนินทรายงามชุมพร" "The most distinct Thai sand dune in Chumphon" ใกล้กับโครงการส่วนพระองค์ ริมเส้นทางเลียบชายหาดอ่าวบ่อเมา-หาดบางเบิด ที่อยู่ใน ต.ปากคลอง อ.ปะทิว รอยต่อกับ อ.บางสะพานน้อย ของจ.ประจวบคีรีขันธ์



เนินทรายงามนี้ เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ที่เกิดจากอิทธิพลของลมทะเลในฤดูมรสุมที่พัดพาทรายมาทับถมกันกลายเป็นเนินเขาย่อมๆ พอเจอกับช่วงแล้งแดดแรงจัด ผ่านวันเวลายาวนานทำให้บริเวณนี้เหมือนทะเลทราย แต่ขณะเดียวกันก็มีความหลากหลายทางระบบนิเวศ จนมีการประกาศเป็นพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและชายฝั่ง มาตั้งแต่ปี 2548 ตั้งแต่โครงการพัฒนาส่วนพระองค์ ไปจนสุดเขตชุมชนบ้านถ้ำธง และด้านหน้าเนินทราย กำหนดเขตลงในทะเล 3 กิโลเมตร เพื่อคุ้มครองทรัพยากรและสภาพของป่าสันทรายชายฝั่ง

ที่นี่มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติเลาะไปตามเนินทราย เราเลือกเดินไปตามทางด้านข้าง มุดผ่านต้นเตยหนามขนาดใหญ่ ผ่านไม้ทะเลอื่นๆ ก่อนจะโผล่ออกไปริมชายหาด เห็นท้องทะเลหาดถ้ำธง ดูสวยสงบ

แม้บางสิ่งบางอย่างแปลกตาไปบ้าง ตามกาลเวลา แต่ชายหาดสี่ร้อยลี้ของชุมพร ก็ยังน่าแวะเวียนไป ถึงว่า... ไม่น่าพลาด

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 11:00


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger