เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม 2556

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยเริ่มมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยเริ่มมีฝนลดลง ส่วนทะเลอันดามันและอ่าวไทย ยังคงมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 26-27 ก.ค. 2556 ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นไปพาดผ่านตอนบนของประเทศไทย และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังอ่อนลง ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลงในระยะนี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตก ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวตังเกี๋ย ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยยังมีกำลังแรงอย่างต่อเนื่อง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. ร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลงโดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร

สรุปการคาดหมายฝน ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ค. ทั่วทุกภาคของประเทศยังคงมีฝนตกชุกหนาแน่น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออก ส่วนในช่วงวันที่ 26-30 ก.ค. ประเทศไทยมีฝนลดลง


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 24-25 ก.ค. ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากไว้ด้วย สำหรับชาวเรือในบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยขอให้เดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กในทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่ง

รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	Forecast3.jpg
Views:	0
Size:	64.3 KB
ID:	14617  
รูป
 
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

เดลินิวส์


“ปล่อยฉลามกลับบ้าน” อ่าวแสมสาร


รมต.เกษตรฯ ปล่อยฉลามกบ 99 ตัว ภายใต้โครงการ “ปล่อยฉลามกลับบ้าน” อ่าวแสมสาร

เมื่อวันที่ 24 ก.ค.นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานจัดกิจกรรม “ปล่อยฉลามกบ 99 ตัว กลับบ้าน” ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมประมง หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ มหาวิทยาลัยบูรพา และมูลนิธิรักษ์สัตว์ป่า ณ ชายหาดเกาะแสมสาร ต.แสมสาร อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง กล่าวความเป็นมาถึงโครงการ นอกจากนี้ นายภวัต เลิศมุกดา นายอำเภอสัตหีบ พล.ร.ต.วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการ หน่วยสงครามพิเศษทางเรือ คณะผู้นำชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นักเรียน และนักศึกษา ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จำนวนกว่า 200 คน เข้าร่วมทำกิจกรรมครั้งนี้

ดร.วิมล จันทรโรทัย อธิบดีกรมประมง ในฐานะผู้ดำเนินโครงการ กล่าวว่า จากสถานการณ์จำนวนประชากรฉลามทั่วโลก มีจำนวนลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง เพราะถูกคุมคามจากการไล่ล่า เพื่อนำมาป้อนสู่ตลาดการค้าตามความต้องการของผู้บริโภค ในส่วนของประเทศไทยถึงแม้ว่า ปลาฉลามไม่ใช่สัตว์น้ำเป้าหมายในการจับขึ้นมาจากการทำประมงโดยตรง แต่ก็ถูกจัดให้เป็นสัตว์น้ำพลอยจับได้ หรือที่เรียกว่า BY-CATCH ซึ่งมีผลกระทบต่อจำนวนปลาฉลามในธรรมชาติอยู่ดี เพราะถูกจับจากเครื่องมือประมง และด้วยธรรมชาติของปลาฉลามเองมีลูกน้อยออกเป็นตัว เติบโตช้า และใช้เวลาตั้งท้องนาน แหล่งที่อยู่อาศัยถูกทำลายหรือเสื่อมโทรม ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้ประชากรฉลามลดจำนวนลงทั้งสิ้น

ด้วยเหตุนี้ องค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) จึงได้ทำแผนปฏิบัติการสากล เพื่อการอนุรักษ์ และการบริหารจัดการปลาฉลามขึ้น และผลักดันให้ประเทศสมาชิกจัดทำแผนปฏิบัติการสากล เพื่อการอนุรักษ์ และบริหารจัดการปลาฉลามในระดับชาติ เพื่อนำสู่ความร่วมมือระหว่างประเทศ ในการอนุรักษ์ และบริหารจัดการทรัพยากรปลาฉลามอย่างมีประสิทธิภาพ



การจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ปล่อยฉลามกลับบ้าน” จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จัดขึ้น เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ และเพิ่มผลผลิตปลาฉลามในธรรมชาติให้เกิดความยั่งยืนในอนาคต ซึ่งจุดที่ปล่อยปลาฉลามกบ เป็นพื้นที่อนุรักษ์ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ จึงมั่นใจได้ว่าปลาฉลามที่ถูกปล่อยลงไป จะสามารถเติบโตแพร่ขยายพันธุ์ต่อไปได้ ประกอบกับฉลามสายพันธุ์ดังกล่าว มีอุปนิสัยไม่ดุร้าย พฤติกรรมชอบว่ายน้ำวนอยู่กับที่ ไม่เดินทางไกล และหากินสัตว์น้ำขนาดเล็ก จึงไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ ด้วยสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวย จะสามารถส่งผลต่อการขยายพันธุ์ของฉลามกบ ให้มีจำนวนมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยั่งยืน ถาวร อย่างแน่นอน

สำหรับ ปลาฉลามในน่านน้ำไทย จากรายงานพบมีทั้งหมด 19 วงศ์ 34 สกุล 63 ชนิด เกือบทุกชนิดอยู่ในสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ เนื่องจากความนิยมในการบริโภคหูฉลาม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ราคาแพง ปัจจุบัน มีฉลามบางชนิดที่ถูกขึ้นบัญชีของอนุสัญญา ว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่า และพืชป่าใกล้สูญพันธุ์ ได้แก่ ปลาฉลามวาฬ ปลาฉลามหัวค้อน ปลาฉลามหัวค้อนใหญ่ ปลาฉลามหัวค้อนสีน้ำเงิน ปลาฉลามครีบยาว และปลาฉลาม ในอนาคตคาดการจะมีการผลักดันให้มีการขึ้นบัญชีชนิดฉลามเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน


********************************************************************************


ผนึกกำลังปลูกป่า 5,000 ไร่ ..................... เกษตรทั่วไทย



นายรังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ. ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ป่าต้นน้ำ และสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆจัดกิจกรรม ในโครงการ “ปลูกป่าต้นน้ำเขื่อนสิริกิติ์ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ” (ระยะที่ 2) เพื่อฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมบริเวณลุ่มน้ำน่าน เหนือเขื่อนสิริกิติ์ จำนวน 10,000 ไร่ โดยในปี 2555 ที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการไปแล้ว 5,000 ไร่ 7 บริเวณ พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่จริม จังหวัดน่าน และจะดำเนินการต่อในปี 2556 อีก 5,000 ไร่ โดยจะบำรุงรักษาแบบต่อเนื่องอีก 2 ปี เพื่อให้ต้นไม้ที่ปลูกสามารถเจริญเติบโตได้ตามธรรมชาติ ก่อนส่งมอบโครงการให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดูแลบำรุงรักษาต่อไป

สำหรับโครงการ ปลูกป่า กฟผ. 2556 เป็นโครงการที่ต่อเนื่องกับโครงการ ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ของ กฟผ. ประจำปี 2555 ที่ผ่านมา โดยทาง กฟผ. ได้ร่วมกับผู้นำชุมชน ประชาชนในพื้นที่ และสื่อมวลชนทุกแขนง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันสนองแนวพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์ดินและป่าไม้ของชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน และเป็นการช่วยฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศวิทยาและทรัพยากรป่าไม้บริเวณป่าเสื่อมโทรมของลำน้ำน่าน เป็น การช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่ต้นน้ำและช่วยให้การป้องกัน บรรเทาอุทกภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมและปลูกฝังจิตสำนึกของประชาชน ให้ตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์แหล่งต้นน้ำลำธารและทรัพยากรป่าไม้อีกด้วย

สำหรับกิจกรรมในปี 2556 นี้ ประกอบด้วย การปลูกป่าต้นน้ำเพิ่มอีก 5,000 ไร่ การฟื้นฟูอนุรักษ์ป่าชายเลน จำนวน 10 ไร่ และการปลูกป่า สร้างฝายเหนือเขื่อนของ กฟผ. อาทิ เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี และเขื่อนลำ ตะคองชลภาวัฒนา จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่ป่าต้นน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์โดยสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ที่ร่วมโครงการจะจัดกิจกรรมเชิญชวนผู้มีจิตอาสาเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่ากับ กฟผ. ผ่านทางช่องทางสื่อ รวม 4 ทริป ด้วยกัน

โดยครั้งแรก จัดขึ้น ณ เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่าง วันที่ 12–14 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ “น้ำใจ สู่น้ำใสในเขื่อน” ครั้งที่ 2 เป็นการนำทีมเยาวชนวัยทำงาน ร่วมกับสภากาชาดไทยภายใต้ชื่อ “นำผู้พิการทางสายตาไปปลูกป่า” ณ โรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ในวันที่ 17-18 สิงหาคม 2556 ครั้งที่ 3 ครอบครัวจิตอาสา กับกิจกรรม แรลลี่ “แม่ลูกปลูกรัก (ษ์)” ร่วมปลูกป่าชายเลน ณ ปากแม่น้ำบางปะกง ในระหว่างวันที่ 24-25 สิงหาคม 2556 และ ครั้งที่ 4 ร่วมเดินทางไกลไปชายแดนร่วมปลูกป่าต้นน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ พื้นที่ อ.บ่อเกลือ จังหวัดน่าน ในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม ถึงวันที่ 1 กันยายน 2556 ในกิจกรรมชื่อ “Like รัก โลก”

“ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา กฟผ. ได้ดำเนินการปลูกป่าต้นน้ำในบริเวณพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมของลุ่มน้ำน่าน จ.น่าน รวมทั้งสิ้น 10,000 ไร่ หรือจำนวน 2,000,000 กล้า ประกอบด้วย พื้นที่ที่ได้รับจัดสรรจากกรมป่าไม้ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำยางและป่าน้ำสวด ต.นาไร่หลวง อ.สองแคว จ.น่าน จำนวนรวม 3,000 ไร่ พื้นที่ที่ได้รับจัดสรรจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช บริเวณอุทยานแห่งชาติแม่จริม จำนวน 4,500 ไร่ และอุทยานแห่งชาติดอยภูคา ที่ อ.แม่จริม และ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน จำนวนรวม 2,500 ไร่ ดำเนินการปลูกหญ้าแฝกเหนือเขื่อน สิริกิติ์เพื่อป้องกันการกัดเซาะและพังทลายของหน้าดิน จำนวน 1,000,000 กล้า สร้างฝายชะลอน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ เพื่อเสริมศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำตามธรรมชาติบริเวณพื้นที่แหล่งน้ำสาขาสู่ลำน้ำน่าน จำนวน 880 ฝาย อีกด้วย” นายรังสรรค์ กล่าว.


*********************************************************************************


คลิประทึก นักดำน้ำเกือบเข้าไปอยู่ในปากวาฬหลังค่อม!!



ความปรารถนาของนักดำน้ำก็คือ ได้สัมผัสธรรมชาติใต้ท้องทะเล หรือไม่ก็ได้ชมบรรดาสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด และประสบการณ์ที่นักดำน้ำกลุ่มนี้ได้พบเจอ คาดว่าพวกเขาคงไม่มีวันลืม

"shawn stamback" และผองเพื่อน ได้ไปดำน้ำเล่นกันที่ "ซูซ่า ร็อค" นอกชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย และได้อัพโหลดคลิปนี้ผ่านเว็บไซต์ยูทูบ มาให้เราได้ชมกัน ในประสบการณ์เฉียดตาย! ของพวกเขา

ระหว่างที่พวกเขาลอยตัวอยู่เหนือน้ำ อยู่ดีๆ วาฬหลังค่อมตัวใหญ่ยักษ์ก็อ้าปากโผล่ขึ้นมาหายใจเหนือผิวน้ำ เฉียดบริเวณที่นักดำน้ำ 2 คนอยู่ไปชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ไม่อย่างนั้นแล้วพวกเขาต้องเข้าไปอยู่ในปากของวาฬตัวดังกล่าวเป็นแน่ ทำเอาพวกเขาตื่นเต้นตกใจกันยกใหญ่

คลิปนี้มีคนคลิกเข้าชมมากถึง 3.2 ล้านครั้ง ภายในเวลาแค่ 4 วัน เชิญคลิกชม เหตุการณ์เฉียดตายในครั้งนี้ กันได้เลย.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ดริฟท์รถเขาใหญ่ฉาว!!! ชาวเน็ตประณาม กรมอุทยานฯเตรียมฟ้อง


ภาพจากรายการ ฅ-คนรักรถ

กรมอุทยานฯ เตรียมฟ้องรายการ ฅ-คนรักรถ เหตุเข้าไปถ่ายทำการดริฟต์รถลงเขาภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ผิด พรบ.อุทยานแห่งชาติ หลังกลุ่มอนุรักษ์ออกมาต่อต้าน และมีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่ออินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย ด้านรายการอ้างได้ควบคุมและป้องกันการสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว

จากกรณีที่รายการ ฅ-คนรักรถ ได้ออกอากาศการดริฟท์รถลงเขา หรือ Downhill Drift Show บนเส้นทางธรรมชาติ ทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยมีนักขับจาก ทีม PTT PERFORMA DRIFT TEAM ได้แก่ พีท ธนภณ ทองเจือ, เดร ดาวิเด โดริโก, เอ็ม อรรถพล ประกอบทอง, มิกซ์ ณัฐพล เตี่ยวไพบูลย์ และโจ้ วัทนพร พึ่งเพียร เป็นผู้ขับขี่ และจะมีการออกอากาศต่อเนื่องในวันจันทร์หน้า (29 ก.ค.)


ถนนบนอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่อนุญาตให้วิ่งด้วยความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม.

ทั้งนี้มีผู้สังเกตว่า สถานที่ที่ทางรายการไปถ่ายทำนั้นคือที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ซึ่งนับเป็นการกระทำผิดตาม พรบ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ 2504 ในมาตรา 16 (9) ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดนำยานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และ มาตรา 16 (17) ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดส่งเสียงอื้อฉาวหรือกระทำการอื่นอันเป็นการรบกวน หรือเป็นที่เดือดร้อนรำคาญแก่คนหรือสัตว์ อีกทั้งภายในพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ได้ห้ามขับรถเร็วเกินกำหนด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามส่งเสียงดังเกินกว่า 80 เดซิเบล อีกด้วย

ต่อกรณีดังกล่าว มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่ออินเตอร์เน็ตอย่างแพร่หลาย และทางชมรมอนุรักษ์ต่างๆ เช่น ชมรมฅนรักสัตว์-ป่า และกลุ่มรักษ์เขาใหญ่ ได้เรียกร้องให้ทางรายการ ฅ-คนรักรถ ยุติการออกอากาศตามวันเวลาดังกล่าว


ระหว่างทางจะมีป้าย "ขับช้าๆ ระวังสัตว์ข้ามถนน"

หลังจากมีกระแสต่อต้านการกระทำดังกล่าว รายการ ฅ-คนรักรถ ได้ประกาศผ่านหน้าเพจเฟสบุค ฅ-คนรักรถ ว่า “ในนามของรายการ ฅ-คนรักรถ ต้องขออภัยเป็นอย่างสูง กับเทปรายการที่นำเสนอเนื้อหารายการในเรื่องของการโชว์ทักษะการควบคุมรถ (Drift) บนเส้นทางธรรมชาติ จนทำให้ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกต่อผู้ชม เนื้อหาในการนำเสนอนี้เป็นการโชว์ทักษะการควบคุมรถซึ่งไม่ได้เป็นการแข่งขันแต่อย่างใด และทุกขั้นตอนทางรายการได้มีการควบคุมและป้องกันในเรื่องของการสร้างผลกระทบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยต่อประชาชนในสถานที่ ความปลอดภัยผู้ขับ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทีมงาน รวมถึงการไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้เวลาในการถ่ายทำในระหว่างที่รถวิ่งจริงไม่ถึง 1 ชั่วโมง รายการ ฅ-คนรักรถ ขอรับในความบกพร่องครั้งนี้แต่เพียงฝ่ายเดียวและขออภัยทุกท่านอีกครั้ง และขอแจ้งให้ทราบว่าได้ระงับการออกอากาศเทปรายการที่เหลือแล้ว”


ภาพจากเฟสบุค group ชมรมฅนรักสัตว์-ป่า ที่เผยแพร่กันในอินเตอร์เน็ต

ล่าสุด ในวันนี้ (24 ก.ค.) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชได้เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นผ่านมากว่า 2 เดือน โดยบริษัทอมรวิชั่น เจ้าของรายการ ฅ-คนรักรถ ได้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ถ่ายทำรายการเพื่อโฆษณารถยนต์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นการดริฟท์รถลงเขา จึงทำให้ทีมงานเข้าไปใช้สถานที่ได้ โดยทันทีที่เจ้าหน้าที่ทราบว่าเป็นการดริฟท์รถ ซึ่งผิด พรบ.อุทยานแห่งชาติฯ เจ้าหน้าที่จึงเข้าไปสั่งห้ามถ่ายทำทันที และเชิญทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่ พร้อมทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

นอกจากนั้น ในขณะนี้ทางกรมอุทยานฯ ได้ออกคำสั่งขึ้นบัญชีดำบริษัทอมรวิชั่น ห้ามทำกิจกรรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง อีกทั้งได้มอบหมายทีมที่ปรึกษากฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวแล้ว ส่วนการออกอากาศตอนที่เหลือจะทำหนังสือขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ให้ระงับการออกอากาศ

สำหรับ“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในเมืองไทยเมื่อปี 2505 มีพื้นที่ประมาณ 2,168 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัดคือ ปราจีนบุรี นครนายก นครราชสีมา และสระบุรี นอกจากนั้น ยังได้รับการประกาศจากองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติเมื่อปี 2548 โดยได้ผนวกผืนป่าอีก 4 แห่งคือ อุทยานแห่งชาติทับลาน-ปางสีดา-ตาพระยา-และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ นับเป็นมรดกโลกแห่งล่าสุดของไทย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

มติชน


เดินหน้าปลุกกระแสอนุรักษ์ "โลมาอิรวดี" ป้องกันสูญพันธุ์

สมาคมอนุรักษ์โลมาอิรวดี เตรียมเดินหน้าปลุกกระแสการอนุรักษ์โลมาอิรวดี ในทะเลสาบสงขลาเพิ่มมากขึ้น ภายหลังพบว่ากระแสการอนุรักษ์โลมาอิรวดีมีอยู่น้อยเสี่ยงจะสูญพันธุ์ ประสบปัญหาติดอวนชาวประมง การผสมพันธุ์สายเลือดชิดกัน ทะเลสาบตื้นเขิน ทำให้มีแหล่งอาหารของโลมาลดน้อยลงไป

นายชยันต์ สังขไพทูรย์ นายกสมาคมอนุรักษ์โลมาอิรวดี กล่าวว่า ได้ร่วมกับจังหวัดสงขลา จังหวัดพัทลุง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันหาแนวทางในการอนุรักษ์โลมาอิรวดี เริ่มต้นจากการขอความร่วมมือชาวประมงในการเก็บอวนปลาบึก จากชาวประมง เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โลมาอิรวดีเสียชีวิต

แต่หลังเก็บอวนในจังหวัดสงขลาตั้งแต่เดือนตุลาคมจนถึงปัจจุบัน มีโลมาอิรวดีตายแล้ว 3-4 ตัว จากช่วงระยะเดียวกันจะพบโลมาตายถึง 10 ตัว ถือว่าการคืนอวนปลาบึก สามารถช่วยบรรเทาอัตราการตายของโลมาอิรวดีลงได้บ้าง แม้จะยังไม่ใช่การแก้ปัญหาระยะยาวก็ตาม

ส่วนปัญหาทะเลสาบตื้นเขิน ขาดแคลนแหล่งอาหาร สามารถดำเนินการฟื้นฟูด้วยการจัดทำซั้งให้เป็นแหล่งอาหารของโลมา แต่คงต้องเป็นการทำงานในภาพใหญ่ เนื่องจากทะเลสาบสงขลาในภาพรวมประสบปัญหาต่อเนื่องมานาน

โดยสมาคมอนุรักษ์โลมาอิรวดีมีแนวคิดที่จะปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้มีเพิ่มมากขึ้น ด้วยการจัดเตรียมมาตรการต่างๆ ทั้งการส่งเสริมการท่องเที่ยว การจัดทริปชมโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา หรือระดมทุน ด้วยกิจกรรมรูปแบบต่างๆ อาทิ การจัดงานศพให้โลมาอิรวดี เป็นต้น ตั้งเป้าหมายให้เยาวชน ประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่โดยรอบทะเลสาบสงขลา สำนึกรักโลมาอิรวดี และขยายออกไปยังชุมชนรอบนอก ก่อนจะช่วยกันอนุรักษ์โลมาอิรวดีให้อยู่คู่กับทะเลสาบสงขลาสืบไป


************************************************************************************


กรมอุทยานฯฟ้อง"ฅ-คนรักรถ"ลอบแข่ง"ดริฟต์"บนเขาใหญ่

กรณีบริษัท อมรวิชั่น ผู้ผลิตรายการ ฅ-คนรักรถ ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม มีการนำเสนอการแข่งขันรถยนต์ ในลักษณะการดริฟต์รถลงจากเขา โดยนักแข่งนักแสดงชื่อดัง แต่พบว่าเป็นพื้นที่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จนกระทั่งเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดีย ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมากนั้น

วันที่ 24 กรกฎาคม นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาบริษัทอมรวิชั่นได้ทำหนังสือขอใช้สถานที่ถ่ายทำรายการเพื่อโฆษณารถยนต์ แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นการแข่งรถแบบดริฟต์ จึงอนุญาตให้ทีมงานเข้าไปใช้สถานที่ได้ แต่เมื่อทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯเขาใหญ่ ทราบว่าเป็นการแข่งดริฟต์รถ ซึ่งผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 จึงเข้าไปสั่งห้ามถ่ายทำทันที และเชิญทีมงานทั้งหมดออกจากพื้นที่ โดยในพื้นที่อุทยานแห่งชาตินั้นจะห้ามไม่ให้มีการขับรถเร็วเกินกำหนด 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และห้ามส่งเสียงดังเกินกว่า 80 เดซิเบล และเป็นการรบกวนสภาพแวดล้อมธรรมชาติและสัตว์ป่า พร้อมทำการเปรียบเทียบปรับตามกฎหมาย

นายมโนพัศกล่าวอีกว่า วันที่ 22 กรกฎาคม รายการ ฅ-คนรักรถ ได้มีการนำเทปถ่ายทำบางส่วนมาออกอากาศ กรมอุทยานฯจึงขึ้นแบล๊กลิสต์กับบริษัทอมรวิชั่น ที่ฝ่าฝืนกฎระเบียบของกรมอุทยานฯ โดยห้ามทำกิจกรรมในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทุกแห่งทั่วประเทศ พร้อมมอบหมายทีมที่ปรึกษากฎหมายฟ้องร้องดำเนินคดีกับบริษัทดังกล่าวจนถึงที่สุด คาดว่าจะดำเนินการได้ภายในสัปดาห์นี้ ส่วนการออกอากาศตอนที่เหลือจะทำหนังสือขอความร่วมมือกับสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ให้ระงับการออกอากาศทั้งหมด

สำหรับการแข่งขันดริฟต์รถ คือ รูปแบบการขับขี่รถยนต์ในทางโค้ง โดยผู้ขับจะขับรถพุ่งเข้าหาโค้ง แล้วผ่านโค้งนั้นไป มีจุดประสงค์ที่ผสมผสานระหว่างความสนุกกับการเสริมทักษะในการควบคุมรถ หรืออาจใช้ในการแข่งขันก็ได้ การแข่งที่ดูจากพฤติกรรมการดริฟต์มากกว่าความเร็วที่วิ่งได้ต่อรอบหรือตำแหน่งที่เข้าเส้นชัย เกณฑ์การตัดสินหลักๆ จะขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย ได้แก่ มุมการเข้าโค้ง ไลน์ ความเร็ว และลูกเล่นหรือสไตล์การดริฟต์ โดยปกติแล้วการดริฟต์ไม่ใช่วิธีที่ทำให้ไปได้เร็วที่สุดในสนามแข่ง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

ข่าวสด


กรมอุทยานฯ เตรียมส่งสัตว์ป่าคืนธรรมชาติกว่าสี่พันตัว

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (อส.) นายมโนพัศ หัวเมืองแก้ว อธิบดีอส. จัดแถลงข่าว การดำเนินนโยบายเชิงรุก ยับยั้งการสูญพันธุ์ของสัตว์ป่าไทย เร่งเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายาก 31 ชนิด 9,787 ตัว ส่งคืนสู่ผืนป่าธรรมชาติ ภายใต้โครงการ ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์

นายมโนพัศ กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันทรัพยากรสัตว์ป่าลดลงจำนวนมาก หลายชนิดสูญพันธ์ไป อีกหลายชนิดตกอยู่ในภาวะถูกคุกคาม ดังนั้นอส.จึงพยายามผลักดันให้มีการฟื้นฟูประชากรสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งหลังจากประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์สัตว์ป่าหายากใกล้สูญพันธุ์หลายชนิด เช่น กวางผา เลียงผา ละมั่ง กวางป่า จึงมีแนวทางที่จะต่อยอดไปสู่การฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ป่าในผืนป่าอนุรักษ์ทั้ง 20 กลุ่มป่า โดยมีเป้าหมายปล่อยคืนสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 29 แห่ง จำนวน 31 ชนิด รวม 9,787 ตัว ภายใน 3 ปี (พ.ศ.2554-2556) ซึ่งเป็นโครงการนำร่องโดยใช้งบประมาณปีละ 50 ล้านบาทในการศึกษาความเป็นไปได้ และเตรียมความพร้อมสำหรับจัดทำแผนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์ป่าในพื้นที่อนุรักษ์ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2557-2561) ต่อไป

“โดยในปี 56 มีเป้าหมายในการนำสัตว์ป่าได้ที่ได้จากการเพาะเลี้ยง 29 ชนิด จำนวน 4,600 ตัว เช่น กวางผา เลียงผา เนื้อทราย เก้ง กระจงหนู นกยูง นกหว้า ไก่ฟ้าชนิดต่างๆ เป็นต้น ปล่อยคืนสู่พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 14 แห่ง เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำภาชี จ.ราชบุรี เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ อุทยานฯกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ อุทยานฯ ศรีพังงา จ.พังงา เป็นต้น โดยแต่ละแห่งจะมีการจัดงาน ส่งสัตว์ป่าคืนวนา เพื่อป่าสมบูรณ์ เพื่อให้ประชาชน ชุมชนหรือหมู่บ้านรอบพื้นที่ป่า เข้ามามีส่วนร่วมเป็นสักขีพยานในการปล่อยสัตว์ป่า และร่วมกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยจะเริ่มปล่อยสัตว์ป่าในพื้นที่แรกที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำภาชี ในวันที่ 5 ส.ค.นี้” นายมโนพัศ กล่าว

อธิบดี อส. กล่าวอีกว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานก่อนปล่อยสัตว์ป่าคืนส่ธรรมชาตินั้น จะต้องใช้ความรู้ทางวิชาการด้านสัตว์ป่า โดยสัตว์ป่าที่จะปล่อยต้องเป็นสัตว์ป่าที่มีอยู่เดิม มีศักยภาพที่จะอาศัยอยู่ในธรรมชาติได้ รวมทั้งในส่วนของพื้นที่ที่ปล่อยสัตว์ป่า ก็ต้องมีการเตรียมความพร้อมและการจัดการพื้นที่ให้เหมาะสมและมีศักยภาพในการรองรับประชากรสัตว์ป่าด้วย เช่น การทำโป่งเทียม การปลูกพืชอาหารสัตว์ เป็นต้น จากนั้นจะมีการติดตามสัตว์ป่าที่ปล่อยไปในลักษณะของการเฝ้าระวังภัยให้แก่สัตว์ป่า โดยมีการติดกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ในพื้นที่ที่นำสัตว์ป่าไปปล่อย ซึ่งพบว่าสัตว์เหล่านั้นมีการขยายพันธุ์และมีลูกอ่อนเพิ่มขึ้นจำนวนมาก นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 25-07-2013
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

แนวหน้า


กระเพาะปลา...คว้าพุงเพียวๆมากิน



เป็นที่เข้าใจคลาดเคลื่อนอยู่บ่อยๆ ว่ากระเพาะปลานั้นคือส่วนกระเพาะในตัวพุงปลา อันที่จริงแล้ว กระเพาะปลา คือถุงลมของปลา คล้ายกับฟองน้ำสำหรับสูบอากาศเข้าออก เพื่อที่ปลาจะสามารถลอยตัวขึ้นลงในน้ำ บางทีชาวบ้านก็เรียกหลอดลมปลานั่นเอง กระเพาะปลาแบ่งเป็นหลายเกรดหลากประเภท ตั้งแต่ใหญ่ยาวเป็นเมตร จนเหลือขนาดจิ๋วๆ เท่านิ้วก้อยชนิดที่ร้านอาหารใช้ทำยำสามกรอบสี่กรอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดกับพันธุ์ของปลานั้นๆ

กระเพาะปลาบางชนิดที่ลักษณะแผ่เป็นแผ่นแข็งกลมรีไม่ได้ทอดขนาดไม่เกิน 12 นิ้ว คือกระเพาะรุ่นสุดยอด ชื่อว่า “เหมี่ยนฮื้อเผีย” ที่เคยเห็นบ้านคนจีนแขวนเป็นพวงเหนือเตาไฟอยู่ชั่วนาตาปี ชิ้นที่เข้าตาซื้อขายกันตัวละหกเจ็ดหมื่นบาท สอบถามได้ความว่าไว้เข้ายาจีน มีสรรพคุณบำรุงไต บำรุงเลือด บำรุงผิวพรรณ กำลังวังชา เสริมน้ำนมในสตรีหลังคลอด เพราะกระเพาะปลาเป็นคอลลาเจน (Collagen) ชั้นดี


กระเพาะปลาสอดไส้หมูสับนึ่ง

กระเพาะปลาที่ใช้ประกอบอาหารจีนมีหลากหลายชนิดดังที่ได้เกริ่นไว้ข้างต้น ชนิดกระเพาะที่แพงที่สุด คือ เหมี่ยนฮื้อเผีย มีถุงลมลักษณะเป็นแผ่นกลมดังกล่าว ถัดมาคือปลามังกรทอง (กิมเล้งเผีย-Yellow Croaker) ซึ่งเป็นปลาทะเลน้ำลึกขนาดกลาง ลักษณะเป็นหลอดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว รองลงมาคือปลาไหลทะเล (มั่วเผีย) ปลาจวด ปลาริวกิว ส่วนมากที่วางขายในราคาที่ไม่สูงนักจะเป็นของปลากะพงลักษณะเป็นแผ่น เขาชำแหละตากแห้งแล้วทอดจนพองฟูจึงส่งตลาด การเลือกซื้อกระเพาะปลานั้น เบื้องต้นควรนับสตางค์ในกระเป๋าเสียก่อนว่ามีเท่าไหร่ แล้วไปร้านของชำคนจีนแถวเยาวราช กลั้นใจถามราคาแต่ละขนาดและชนิดว่าสมดุลกับเงินที่เตรียมมาไหม เมื่อเลือกขนาดได้ดั่งใจแล้ว ให้สังเกตดูว่าไม่อมน้ำมันมาก เพราะน้ำมันจะทำให้เหม็นหืน แล้วสุ่มหยิบกระเพาะทอดมาเคาะสักสองสามชิ้น หากเสียงเคาะโปร่งๆ เป็นอันใช้ได้ แสดงว่าเขาทอดมาพองกำลังดี ถ้าเคาะแล้วรู้สึกทึบๆ แปลว่ายังทอดไม่ได้ที่ มีอีกวิธีหนึ่ง ให้ลองหยิบกระเพาะมาหักกลาง แล้วดูหน้าตัดกระเพาะว่าเป็นรูพรุนทั่วไหม ถ้าตรงกลางเห็นเป็นแกนแข็งขาวๆ แปลว่าทอดยังไม่ได้ที่ ต้มแล้วเนื้อกระเพาะจะเละๆ เลือกๆ ไม่อร่อย บางทีเผลอต้มนานเกินไป เนื้อจะแตกรุ่ยกระจุยกระจาย ข้อสำคัญอย่าเผลอไปหยิบเอาหนังหมูทอดเข้า กลับบ้านถูกเมียตีตาย

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 25-07-2013
koy's Avatar
koy koy is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 656
Default

ยังฉุนไม่หายเรื่องดริฟท์รถบนเขาใหญ่ครับ แม้คนจัดจะออกมาขอโทษ(อย่างไม่ได้สำนึกที่แท้จริงว่าสิ่งที่ตัวเองทำนั้น มันไม่ได้ใช้สติและสมองส่วนรับรู้คิด)

"และทุกขั้นตอนทางรายการได้มีการควบคุมและป้องกันในเร ื่องของการสร้างผลกระทบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัยต่อประชาชนในสถานที่ ความปลอดภัยผู้ขับ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทีมงาน รวมถึงการไม่สร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม"

ช่วง 1 ชม.ในการถ่ายทำ (แต่ยังไม่รวมถึงช่วงเตรียมถ่ายทำ ซักซ้อม) ส่งผลกระทบมากแค่ไหน ที่แน่ๆคือเสียงดังหนวกหูจากรถที่ดริฟท์ ควันไอเสียจากรถ และกลิ่นเหม็นคลุ้งของยางรถที่บดกับพื้นผิวถนน... แต่ละคนที่ไปร่วมรายการก็ดูดีมีสตางค์ทั้งนั้น แต่สติไม่มีอยู่เลย

ที่รับไม่ได้คือเมื่อสองสามปีก่อน รายการทีวีเดียวกันนี้เคยจัดดริฟท์รถรอบอนุสาวรีย์ชัย ผมเคยเขียนไปต่อว่า คนจัดก็มาเสไสว่า การดริฟท์เป็นการศึกษาพัฒนารถยนต์และยางรถยนต์ให้ดีขึ้น ผมก็บอกไปว่าเราไม่ได้ห้ามจัดดริฟท์ มันเป็นสิทธิ์ของคุณที่จะทำ แต่ต้องทำให้ถูกที่ถูกทาง ไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น สนามแข่งรถมีอยู่ถมเถ ทำไมไม่ดริฟท์ จะดริฟท์ให้ยางไหม้ ยางระเบิด ก็ไม่มีใครว่า แต่คุณมาใช้พท.สาธารณะอย่างอนุสาวรีย์ชัย ทำให้คนอื่นเดือดร้อน ซ้ำเติมมลพิษทางเสียงและทางอากาศ

ผ่านมาสองสามปี พอคนลืม รายการนี้ก็จัดดริฟท์อีก หนนี้โผล่ไปทำบนเขาใหญ่ ถ้าไม่จัดการให้จริงจัง สงสัยหนต่อไปโปรดิวเซอร์ และครีเอทีฟอาจมีไอเดียบรรเจิด จัดดริฟท์ลงดอยอินทนนท์ ดอยสุเทพก็ได้

สิ่งที่ชาวบ้านตัวเล็กๆอย่างผมพอจะทำได้คือไปกดดันตามหน้าเพจของผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งช่อง 5 ผู้ให้พท.ออกอากาศ ปตท.สปอนเซอร์สนับสนุน และดารานักขับซิ่งที่ไปร่วมงานอย่างพีท ทองเจือ และพวกดีเจจัดรายการวิทยุ

วันนี้มีกลุ่มคนทนไม่ได้ รวมตัวกันไปยื่นจดหมายทางช่อง 5 และกสทช.เพื่อให้มีมาตรการจัดการจริงจัง ป้องกันไม่ให้ทำพฤติกรรมอย่างนี้อีกครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย koy : 25-07-2013 เมื่อ 08:05
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 06:03


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2022, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger