เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 23-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพุธที่ 23 เมษายน 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงได้แผ่ลงมาปกคลุมทะเลจีนใต้แล้ว ส่งผลให้ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทยเข้ามาปกคลุมประเทศไทย ประกอบกับประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานคร และภาคตะวันออกมีฝนฟ้าคะนองกับลมกระโชกแรงเพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงในระยะนี้ไว้ด้วย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรง ร้อยละ 30 อุณหภูมิต่ำสุด 27-28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 36-38 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 23-25 เม.ย. ความกดอากาศต่ำเนื่องจากความร้อนยังคงปกคลุมประเทศไทยตอนบน ประกอบกับลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัด ปกคลุมประเทศไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไปและมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงอยู่ในเกณฑ์เป็นแห่งๆ สำหรับภาคใต้จะมีฝนลดลง

ส่วนในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย. บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกในบางพื้นที่ และอากาศจะร้อนลดลงในระยนี้


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 26-28 เม.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย

รูปขนาดเล็ก
คลิ๊กเพื่อดูภาพขนาดใหญ่

Name:	Forecast5.jpg
Views:	0
Size:	56.6 KB
ID:	15451  
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 23-04-2014 เมื่อ 06:33
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 23-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

ไทยรัฐ


ไขปริศนา สาเหตุเรือเฟอร์รี่โสมใต้อับปาง



อุบัติเหตุเรือเฟอร์รี่ 'เซวอล' ของเกาหลีใต้อับปางในทะเลทางใต้ของประเทศเมื่อวันพุธ อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมทางทะเลครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปีของแดนโสมขาว ล่าสุดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้แล้วประมาณ 179 คน พบผู้เสียชีวิตแล้ว 25 ราย แต่ยังมีผู้สูญหายซึ่งส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนชั้นมัธยมอีกกว่า 271 คน

ท่ามกลางข้อสงสัยมากมายว่า ทำไมผู้โดยสารบนเรือจึงถูกสั่งให้ไปรวมตัวกันภายในห้องทั้งที่เรือกำลังจะจม หรือการรุมประณามกัปตันเรือและลูกเรือบางคน ซึ่งถูกกล่าวหาว่า สละเรือก่อนเป็นกลุ่มแรกทอดทิ้งผู้โดยสาร เรื่องสาเหตุที่ทำให้เรือลำนี้ต้องพบจุดจบในทะเลก็กำลังเป็นที่ถกเถียงเช่นกัน โดยเจ้าหน้าที่ของเกาหลีใต้และต่างประเทศได้ตั้งทฤษฎีต่างๆ เอาไว้หลายอย่างเป็นสมมติฐาน เพื่อไขปริศนาการอับปางของเรือลำนี้

หนึ่งในทฤษฎีที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงมากคือ เรืออาจชนกับอะไรบางอย่างใต้ทะเล โดยสังเกตจากความเร็วที่เรือเริ่มเอียงจนกระทั่งตะแคงและพลิกกลับ ทำให้เชื่อว่าเรือได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง และเป็นไปได้มากว่าจะเกิดน้ำท่วมภายในเรือทำให้เรือขนาดยาว 500 ม. ลำนี้พลิกตะแคงข้างอย่างรวดเร็ว และจมลงเกือบมิดลำในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้ ผู้รอดชีวิตบางคนระบุด้วยว่า พวกเขาได้ยินเสียงดังสนั่น ก่อนที่เรือจะเริ่มจม

นางแมรี สคีอาโว อดีตเจ้าหน้าที่สืบสวนของกระทรวงคมนาคมของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่าทฤษฎีนี้เป็นไปได้ เนื่องจากเรือเฟอร์รี่ลำนี้ เดินทางออกจากกรุงโซลท่ามกลางสายหมอก ซึ่งอาจทำให้เรือออกนอกเส้นทางและเป็นสาเหตุทำให้มันชนเข้ากับอะไรบางอย่าง แต่เธอยังเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่เครื่องยนต์ในห้องเครื่องอาจเกิดขัดข้องหรือระเบิด แต่สาเหตุนี้อย่างเดียวไม่ทำให้เรือจมลงอย่างรวดเร็ว จึงอาจมีสาเหตุอื่นร่วมด้วย


จุดเกิดเหตุ และลำดับเวลาการพลิกกลับของเรือ เซวอล (เวลาเป็นเวลาท้องถิ่น)

ส่วนทฤษฎีล่าสุด จากผู้เชี่ยวชาญของหน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้ ระบุว่า การไหลเทของสินค้าภายในเรือ เซวอล อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เรือลำนี้อับปาง โดยพวกเขาระบุว่า เรือเซวอล บรรทุกรถยนต์ถึง 180 คัน และสินค้าอื่นๆ รวมถึงตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักรวมกว่า 1,157 ตัน และหากเรือลำนี้มีการเปลี่ยนเส้นทางอย่างกะทันหัน สินค้าในเรือก็อาจไหลเทรวมไปด้านหนึ่ง ส่งผลให้เรือเอียงอย่างมาก และที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นน่านน้ำห่างจากเกาะบยองพุงไปทางเหนือราว 20 กม. ก็เป็นที่รู้จักกันดีว่า เป็นจุดที่เรือมักเปลี่ยนเส้นทาง

หน่วยยามฝั่งยังเชื่อว่า เสียงดังที่ผู้รอดชีวิตได้ยินก่อนเรือเริ่มจม อาจเป็นเสียงของตู้คอนเทนเนอร์ขนาดใหญ่ไหลไปชนกับกำแพงของตัวเรือ และอาจส่งผลให้เครื่องยนต์ดับด้วย เนื่องจากผู้รอดชีวิตบางรายเผยว่า เรือหยุดนิ่งเป็นเวลากว่าชั่วโมงก่อนมีการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเมื่อเวลา 08:58 น. วันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น)

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์ ยุน จอง-ฮี จากมหาวิทยาลัยมหาสมุทรและการเดินเรือ และเป็นหนึ่งในสมาชิกทีมสืบสวนของรัฐบาลในคดีนี้ โต้แย้งว่าทฤษฎีของหน่วยยามฝั่งเป็นการด่วนสรุปเกินไป เนื่องจากเรือเฟอร์รี่ลำนี้ถูกออกแบบมาให้สามารถเลี้ยวได้ภายในขีดความสามารถของมัน และเรือลำนี้จมลงภายในเวลาเพียง 2 ชั่วโมง 20 นาที หลังจากมันหยุดนิ่ง ซึ่งหากเป็นการจมโดยที่เรือไม่มีรูโหว่ ต้องใช้เวลามากกว่านี้

ศ.ยุน ระบุด้วยว่า สิ่งสำคัญลำดับแรกตอนนี้คือ การค้นหาผู้รอดชีวิต ตามด้วยการหาว่ามีรูที่ตัวเรือหรือไม่ แต่เนื่องจากน้ำทะเลในจุดเกิดเหตุขุ่นมาก จึงอาจต้องใช้เวลาเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หรืออาจต้องรอให้สามารถกู้เรือขึ้นมาได้เสียก่อน


**************************************************************************************


'ขยะเมืองไทย' อะไรจะมากมายก่ายกองได้ขนาดนั้น!!!



'ปัญหาขยะ' ในประเทศ ถูกพูดถึงในวงกว้างอีกครั้ง หลังเกิดเหตุไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา ใน จ.สมุทรปราการ ที่แม้ว่าจะมีการตั้งข้อสังเกตถึงความหละหลวมของเจ้าหน้าที่ ที่คาดว่า อาจมีการนำกากอุตสาหกรรมเข้าไปทิ้ง จนเป็นสาเหตุให้เกิดเพลิงไหม้...

แต่อีกแง่มุมหนึ่งของปัญหา เรากลับพบว่า การดำเนินชีวิตในแต่ละวันของคนยุคปัจจุบัน มีการใช้ประโยชน์และเลือกใช้สิ่งของอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างรวดเร็ว หรืออาจเรียกได้ว่า 'ใช้เร็ว-ทิ้งเร็ว' จนเป็นที่มาของของเสีย ที่เราเหมาเรียกเป็น 'ขยะ' เมื่อของเสียที่ไม่ได้ใช้ ทั้งอาหารและสิ่งของมารวมกัน ก็กลายเป็นขยะปริมาณมหาศาล สะสมพอกพูน โดยเฉพาะในประเทศไทย ยังคงมีปัญหาเรื่องการไม่คัดแยกแยะ หรือการนำกลับมาใช้ใหม่ให้ถูกวิธี


ขยะประเทศไทยเท่าตึกสูง เรียงกันกว่า 100 ตึก!

"ไทยรัฐออนไลน์" ขอหยิบข้อมูลปริมาณขยะมูลฝอย จากการสถานการณ์มลพิษของประเทศไทย ปี 2556 และแนวทางการดำเนินงานในปี 2557 ของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ในวันที่ 19 มี.ค.57 ที่ผ่านมา โดยนายวิเชียร จุ่งรุ่งเรือง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ได้ระบุว่า ขยะมูลฝอยรอบปีที่ผ่านมา มีปริมาณสูงถึง 26.77 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2 ล้านตัน หรือมีปริมาณเท่ากับการนำตึกสูงกว่า 100 ชั้น มากกว่า 100 ตึกมาเรียงต่อกัน ขณะที่ในประเทศมีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยทั้งหมด 2,490 แห่ง เป็นสถานที่มีการกำจัดอย่างถูกต้องเพียง 466 แห่งเท่านั้น ทำให้เกิดปริมาณขยะมูลฝอยสะสมตกค้างเพิ่มสูงขึ้นถึง 19.9 ล้านตัน ส่วนจังหวัดที่เกิดวิกฤติปัญหาการจัดการขยะมูลฝอยมากที่สุด คือ สงขลา สมุทรปราการ กาญจนบุรี นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี

นอกจากนี้ ข้อมูลเพิ่มเติมจากกรมควบคุมมลพิษ ยังพบว่า ของเสียอันตรายจากชุมชน มาจากซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ร้อยละ 65 เช่น โทรทัศน์ เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ซึ่งถือว่า มีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ แต่แบตเตอรี่ หลอดไฟ ภาชนะบรรจุสารเคมี กลับถูกทิ้งรวมกับขยะทั่วไป โดยคาดว่า ในอนาคตการจัดการซากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะเป็นปัญหา โดยเฉพาะในยุคโทรทัศน์ดิจิตอล ที่ผู้บริโภคจะทิ้งโทรทัศน์เครื่องเก่าเพื่อซื้อใหม่ จนอาจกลายเป็นภาระส่วนท้องถิ่นที่หาทางจัดการกันเอง แต่ก็ยังไม่มีสถานที่กำจัดถูกต้อง


1 วันของประเทศไทย มีขยะเพิ่มกว่า 65 ล้านกิโลกรัม!

เมื่อมองย่อยหน่วยเล็กลงมา ยังพบข้อมูลอีกว่า ในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา เราทุกคนในประเทศผลิตขยะกัน เฉลี่ยแล้ว 1-1.5 กก./คน/ วัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2551 ที่ผลิตเฉลี่ย 1.03 กก./คน/วัน

โดยนักวิชาการสิ่งแวดล้อมอย่าง รศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า ปริมาณขยะวันละ 1.-1.5 กก./คน/วัน ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูง

"บางประเทศที่ด้อยพัฒนากว่าเราก็อาจจะขึ้นไปที่ 1.6-1.7 กก./คน/วัน แต่ถ้าเป็นประเทศที่พัฒนามากแล้ว ขยะต่อคนต่อวันจะน้อยกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ 0.6-0.7 กก./คน/วัน แต่ทั้งนี้ สัดส่วนของขยะ ที่ถูกนำกลับมาใช้ใหม่มันสูงมาก แต่ของประเทศเรา นำกลับไปใช้ใหม่ไม่ถึง 10% ของขยะที่ควรนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งในขยะมูลฝอย 100% ประมาณ 85% สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือนำมาใช้ประโยชน์ ขณะที่ประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่างในยุโรป มีเป้าหมายในการนำกลับมาใช้ใหม่ให้ถึง 50%" รศ.ดร.พิสุทธิ์ กล่าว

'ขยะเมืองไทย' อะไรจะมากมายก่ายกองได้ขนาดนั้น!!!


เราแยกแล้ว แต่รัฐบาลไม่ช่วยแยก ไม่เกิดประโยชน์?

สาเหตุหนึ่งที่เราไม่สามาถก้าวผ่านปัญหาขยะไปได้ เนื่องจากคนส่วนใหญ่ไม่ยอมแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง และแม้ว่าหลายฝ่ายจะมีความพยายามในการแยกขยะก็ตาม แต่หากระบบจัดการไม่รองรับ ปัญหานี้ก็ยากที่จะแก้ไข

"บ้านเราแยกขยะ แต่เมื่อรถมาเก็บขน เป็นรถรวมมาหนึ่งคัน เพราะฉะนั้นระบบที่ไม่เอื้อ แม้เราบางคนจะแยก แต่พอรถมาเก็บก็ทิ้งทุกอย่างรวมกัน อย่างที่ญี่ปุ่น จะมีวันเก็บขยะแต่ละประเภท เช่น วันพุธเก็บพลาสติก แต่ถ้ามีคนนำพลาสติกมาทิ้ง วันอื่นก็สามารถแจ้งได้" รศ.ดร.พิสุทธิ์ อธิบาย

ทั้งนี้ ในเชิงของการคัดแยกขยะกว่า 80% ขึ้นอยู่กับ "ประชาชน" เป็นหลัก ที่ทำให้เกิดการคัดแยกที่เป็นระบบ และนำขยะกลับมาใช้ประโยชน์ได้ แต่กุญแจสำคัญของการเรื่องนี้ คือ "ปริมาณขยะ" และ "ปริมาณคนแยกขยะ" ไม่สอดคล้องกัน ก็ยิ่งทำให้ระบบการจัดการตรงนี้ยังไม่ดี รวมถึงส่งผลให้ไม่มีใครกล้ามาลงทุนทำธุรกิจรีไซเคิล ก็ยิ่งทำให้ขยะที่เกิดขึ้น ไร้ประโยชน์มากขึ้นอีกระดับ


สร้างขยะวันคนละกิโลทุกวัน อีก 10 ปี ประเทศจะเป็นยังไง???

"ขยะล้นเมือง" คือคำตอบอย่างแรก ใน 10 ปีข้างหน้า ค่อนข้างหน้าห่วง โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ที่มีขยะกว่า 1 หมื่นตันต่อวัน ซึ่งถือว่ามีปริมาณมหาศาลมาก และปัจจุบันเราใช้จังหวัดอื่น เป็นที่ทิ้งขยะให้คนกรุงเทพฯ นอกจากนี้กว่่า 50% ของขยะมูลฝอยมาจากกรุงเทพมหานคร

"เมื่อมีข่าวไฟไหม้กองขยะ ทำให้ไม่มีใครอยากให้มีบ่อขยะใกล้บ้านมากขึ้น โดยที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่า บ่อขยะลักษณะนี้มีอิทธิพลท้องถิ่น ที่โน้มน้าวเรื่องผลประโยชน์ แต่หลังจากนี้ประชาชนจะคิดมากขึ้น ไม่สามารถเกลี้ยกล่อมได้ในมุกเดิม อนาคตก็จะหาบ่อขยะยากขึ้น" รศ.ดร.พิสุทธิ์ ระบุ


จิตสำนึก-การจัดการที่ดี แก้ปัญหานี้ได้!

รศ.ดร.พิสุทธิ์ ย้ำถึงทางออกของปัญหาไปที่ "การสร้างจิตสำนึก" กันตั้งแต่เด็กๆ นอกจากนั้น คือ การบริหารจัดการขยะที่ดี รวมถึง แนวคิดอะวอยด์ (Avoid) หรือ วันนี้จะไม่ทำขยะ

"ยกตัวอย่าง ถ้าวันนี้สอนหนัง หรือทำอะไรบางอย่าง ในปัจจุบันเราจะเลือกได้ว่า จะพิมพ์ลงไปในคอมพิวเตอร์ หรือใช้กระดาษเขียนแล้วขยำทิ้ง หรือแม้กระทั่งการซื้อของในซุปเปอร์มาร์เก็ต ที่มักมีถุงพลาสติกที่ใส่รวมๆ กัน ถ้าวันนี้เราให้ข้อมูลอกไปว่า คนไทยสร้างขยะ มากกว่า 1 กิโลกรัม ต่อคนต่อวัน เกือบหมื่นตันต่อวัน ถ้าเราร่วมมือกันอะวอย ซัก 1 - 10% ต่อวัน จะช่วยได้เยอะ และการอะวอยในขยะมูลฝอยจะช่วยลดได้เยอะ"

เช่นเดียวกับอธิบดีกรมควบคุมมลพิษที่ระบุว่า จะต้องผลักดันการจัดการขยะมูลฝอยเป็นวาระแห่งชาติ ด้วยกรอบแนวคิดและยุทธศาสตร์สำคัญ คือ การเสริมสร้างสังคมรีไซเคิล การจัดระบบเรียกคืนซากผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ การรวมกลุ่มของ อปท. การแปรรูปขยะมูลฝอยเป็นพลังงาน การวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ และการให้เอกชนมีส่วนร่วมในรูปแบบ Public Private Partnerships (PPPs)

สะกิดกันทุกครั้งที่เกิดปัญหา แต่ท้ายที่สุด สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่า เราใช้ของในแต่ละวันมากน้อยแค่ไหน แต่อยู่ที่ว่า เราหมุนเวียนสิ่งของที่เราใช้ และสร้างขยะให้น้อยลงได้อย่างไร เป็นเรื่องที่เราทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการลงมือทำกันจริงให้เป็นนิสัย ขณะเดียวกับภาครัฐเอง ควรถือเรื่องนี้ให้เป็นวาระระดับชาติ ที่ต้องลงหน่วยย่อยระดับบุคคล และการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ นับตั้งแต่วินาทีถัดไป

เราสร้างขยะน้อยลงได้หรือยัง? หรือขยะแท้จริง คือของใช้ที่ยังมีประโยชน์ แต่เราเพียงอยากปัดไปให้พ้นตัว!!!

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 23-04-2014 เมื่อ 06:42
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 23-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

คม ชัด ลึก


เลาะป่าชายเลน เขาสามร้อยยอด .................... ชวนเที่ยว



ป่าชายเลนขึ้นชื่อว่าเป็นป่าที่เหลือเนื้อที่น้อยที่สุด ปัจจุบันมีอยู่กว่า 113 ล้านไร่ กระจายอยู่ทั่วโลก หากเทียบกับป่าบนบกแล้วเป็นเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก แต่ก็เป็นแหล่งที่ดูดซับก๊าซคาร์บอน ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก สาเหตุของภาวะโลกร้อนได้มากกว่าป่าบนบกอย่างไม่น่าเชื่อ อีกทั้งยังเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้มนุษย์ทั้งในทางตรง และทางอ้อม

เมืองไทย มีพื้นที่ป่าชายเลนกระจายอยู่ทั่วไป ทั้งที่อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และนอกเขตอุทยานแห่งชาติ ปัจจุบัน ผู้คนสนใจหันมาช่วยกันอนุรักษ์ป่าชายเลนกันมากขึ้น รวมถึงการปลูกป่าเพื่อเพิ่มพื้นที่ เพราะเห็นผลแล้วว่า ป่าชายเลน เป็นพื้นที่ช่วยให้เกิดสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่จะเติบโตไปเป็นอาหารของผู้คนเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เป็นแหล่งอาหารของสัตว์เล็ก สัตว์น้อย และนกนานาชนิด ที่สุดท้ายกลายเป็นแหล่งหย่อนใจของผู้คนไปในที่สุด

สัปดาห์นี้เลยอยากชวนไปเที่ยวชิลๆ ที่ป่าชายเลน ในเขต อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด อยู่ในเขตกิ่งอำเภอสามร้อยยอด และอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดที่ยาวที่สุดและแคบที่สุดของประเทศ ทำให้มีเนื้อที่ติดทะเลมากกว่า 200 กิโลเมตร



อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งแรก แต่พื้นที่นี้กลับมีความหลากหลาย ทั้งป่า เขา พื้นที่น้ำเค็ม พื้นที่น้ำกร่อย และแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ รวมทั้งมีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ป่าชายเลนไม่น้อยหน้าใคร

ความหมายของสามร้อยยอด บ้างก็ว่า เป็นเพราะยอดเขาที่มีมากถึง 300 ยอด แต่ก็มีเรื่องเล่าต่อๆ กันมา ว่าเป็นคำที่เพี้ยนเสียงมาจาก "สามร้อยรอด" เมื่อสมัยก่อนที่พื้นที่แถบนี้จะเป็นเทือกเขานั้น เคยเป็นเกาะมาก่อน แล้ววันหนึ่งมีเรือสำเภาจีนบรรทุกผู้โดยสารแล่นผ่านมา ประสบลมพายุรุนแรง จึงแวะหลบภัยเข้ามาตามร่องน้ำด้านทิศตะวันตกของเกาะ แต่เนื่องจากไม่ชำนาญพื้นที่ เรือได้ชนกับหินโสโครกอับปางลง ผู้คนจมน้ำตายจำนวนมากที่เหลือรอดตายขึ้นมาอาศัยอยู่บนเกาะประมาณ 300 คน จึงได้ตั้งชื่อว่า “เกาะสามร้อยรอด” แล้วก็เพี้ยนมาเป็น "สามร้อยยอด” ในทุกวันนี้ ส่วนบริเวณที่สันนิษฐานว่าเรือจมนั้นชาวบ้านเรียกว่า “อ่าวทะเลสาบ” เคยมีผู้พบซากเสากระโดงเรือโบราณด้วย

แต่จะสามร้อยยอดมาจากไหน ที่เห็นทุกวันนี้ พื้นที่แถบนั้นเหมือนเป็นทะเลภูเขาหินปูน ใครๆ คุ้นกันดีกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่ อย่างเช่น หาดแหลมศาลา ถ้ำพระยานคร อันเป็นสถานที่ ที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จมาประทับ ภายในถ้ำมีพระที่นั่งคูหาคฤหาสถ์ เป็นพลับพลาทรงจตุรมุขขนาดย่อม ตั้งอยู่บนเนินดินกลางถ้ำ นอกจากนี้ ยังมี ถ้ำไทร ถ้ำแก้ว จุดชมวิวเขาแดงที่สามารถขึ้นไปชมอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบทะเล และเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล

เขตของอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ยังครอบคลุมไปถึง บึงน้ำจืดทุ่งสามร้อยยอด ขนาดใหญ่ ที่มีแหล่งกำเนิดมาจากเทือกเขาตะนาวศรีไหลผ่านห้วยโพระดก ห้วยขมิ้น ห้วยหนองคาง ห้วยไร่ตาพึง แล้วระบายลงสู่ทะเลตามคลองเขาแดง อีกส่วนหนึ่งไหลจากเทือกเขาสามร้อยยอด ทุ่งสามร้อยยอดมีระดับน้ำลึกเฉลี่ย 3 เมตร และที่นี่กลายเป็นบึงบัวหลากหลายชนิด ที่สวยงามในยามที่ออกดอก เสียดายว่ามาช่วงหลังๆ บึงบัวจะโทรมไป เพราะสภาพน้ำที่เปลี่ยนไปจากการทำเกษตรใกล้เคียง ในบริเวณบึงบัว จะมีสะพานให้เดินชมสถานที่ มีภูเขาหินปูนเป็นฉากหลัง หรือจะใช้บริการเรือถ่อของชาวบ้าน ล่องไปตามบึง ที่นอกจากบัวแล้ว ยังมีพืชน้ำนานาพันธุ์ คราวหน้าจะพาไปเที่ยวชมกันนะคะ

อย่างที่เกริ่นไว้ตอนแรกว่าจะพามาเลาะป่าชายเลนที่เขาสามร้อยยอด ก็ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะอยู่ตรงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดนั่นเลย เพราะที่บริเวณที่ทำการมีทั้งที่พัก ลานกางเต็นท์ และเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าชายเลน ที่เดินเลาะไปตามสะพานไม้ มีระยะทาง 960 เมตร ใช้เวลาเดินราวๆ 40-45 นาที ช่วงเวลาที่เหมาะสุดเจ้าหน้าที่เขาแนะนำช่วงเช้า 06.00-09.00 น. และช่วงเย็น 16.00-17.30 น. เพราะไม่เช่นนั้นร้อนแน่ๆ

แต่คราวนี้ ฉันขอลองกิจกรรมใหม่ๆ ของที่นี่ เป็นบริการล่องเรือชมป่าชายเลน ที่เพิ่งเริ่มให้บริการนักท่องเที่ยวไม่กี่เดือนมานี่เอง

อ๊ะๆๆ อย่าคิดว่าป่าชายเลนจะต้องมีแค่ต้นโกงกาง ต้นแสม ไม้ชายเลนต่างๆ ปลาตีน ปูก้ามดาบ อะไรทำนองนั้น เพราะป่าชายเลนสามร้อยยอดมีมากกว่าที่คิด เพราะที่นี่ มีแหล่งที่อยู่อาศัยของค่างแว่นถิ่นใต้ แล้วยังมีฟอสซิลหอยนางรมอายุเป็นร้อยล้านปีอยู่ในยอดเขาหินปูนให้ได้ชมกันด้วย

ฉันลงเรือพายขนาดกลาง บรรทุกผู้โดยสารได้ราว 7-8 คน มีเจ้าหน้าที่ช่วยพายหัว และท้าย เลาะไปตามลำคลองเล็กๆ ที่มีต้นโกงกางใบเล็ก เป็นเสมือนกองทัพป่าชายเลนแถบนี้ และไม้ป่าชายเลนอีกหลายชนิดให้ร่มเงา เส้นทางก็ขนานไปกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เป็นสะพานไม้ ใช้เวลาล่องเรือไป

พันธุ์ไม้ป่าเขาสามร้อยยอด มีมากถึง 55 ชนิด ทั้งไม้ป่าชายเลน ป่าชายหาด และป่าหินปูน ส่วนสัตว์ก็มีมากถึง 193 ชนิด แยกเป็นนกมากที่สุด 136 ชนิด รองมาเป็นสัตว์เลื้อยคลาย 25 ชนิด สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 18 ชนิดส่วนพวกปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ มีไม่น้อยกว่า 45 ชนิด



ราวๆ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก็ถึงจุดหมายปลายทาง เป็นจุดชมวิวหินเทิน และซากฟอสซิลหอยนางรม แค่ขึ้นฝั่งก็ได้เห็นฟอสซิลของหอยนางรมกระจายไปทั่วบริเวณ ซึ่งจากการตรวจพิสูจน์ พบว่า เป็นซากหอยนางรมที่มีอายุประมาณ 240 ล้านปี โดยภูเขาบริเวณแถบนี้เคยเป็นทะเลที่มีระดับความลึก 30-40 เมตรมาก่อน ต่อมามีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงสภาพเป็นชายทะเล เป็นที่อยู่อาศัยของหอยนานาชนิด ทั้งที่ถูกน้ำทะเลซัดเข้าหาฝั่ง และที่น้ำทะเลกัดเซาะเข้าไปในแผ่นดิน ซากเปลือกหอยกองทับถมกันอยู่ภายใต้แผ่นหินเป็นเวลานาน จนกระทั่งกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

เดินขึ้นฝั่ง แถวนี้ เจอทั้งต้นสลัดไดขนาดสูงท่วมหัว หรือต้นเสลา ตะบองเพชรที่มีดอกสวยๆ ลูกกินได้ (เนื้อคล้ายๆ แก้วมังกร) ขึ้นอยู่เยอะตามสภาพของป่าหินปูน ซึ่งภูเขาแถวนี้ เป็นภูเขาหินปูนยุคเพอร์เมียนซึ่งมีอายุประมาณ 280-230 ล้านปีมาแล้ว ปีนขึ้นไปบนจุดชมวิวหินเทิน มองไปรายรอบเห็นถึงความยิ่งใหญ่ของผาหิน ที่ค่อนข้างจะร้อน มีเพียงต้นสลัดไดที่ให้ร่มเงา

ด้านบนเขายังมีซากหอย รวมถึงหินควอทซ์ สะท้อนแสงอาทิตย์สวยๆ กระจายอยู่ทั่วไป

เลยจากจุดชมวิวไปไม่ไกล เป็นที่อยู่ของค่างแว่นถิ่นใต้ ขากลับเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เห็นทิวเขาหินปูนอยู่รายรอบ เหมือนหลุดออกมาอีกโลกหนึ่ง ต้นเสลาสูงท่วมหัว พื้นเป็นทราย ราวกับเดินอยู่ในแถบทะเลทรายกันทีเดียว ต่างกันก็แต่ที่นี่ยังมีต้นหญ้าขึ้นปกคลุม ไม่ไกลก็เป็นป่าชายเลน

มาเขาสามร้อยยอด เที่ยวนี้ ไม่ต้องสำรวจครบสามร้อยยอด ก็เห็นถึงความหลากหลายของสภาพพื้นที่ ที่หาดูที่ไหนไม่ได้จริงๆ

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 23-04-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,581
Default

บ้านเมือง


วิธีคลายภาวะโลกร้อน (1)



กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแจ้ง 80 วิธีหยุดโลกร้อนขึ้นมา เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนทั่วไปไว้ดังนี้

- ลดการใช้พลังงานในบ้านด้วยการปิดทีวี คอมพิวเตอร์ เครื่องเสียง และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ เมื่อไม่ได้ใช้งาน จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้นับ 1 พันปอนด์ต่อปี/ลดการสูญเสียพลังงานในโหมดสแตนด์บายเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยการดึงปลั๊กออก

- เปลี่ยนไปใช้ไฟแบบหลอด LED จะได้ไฟที่สว่างกว่าและประหยัดกว่าหลอดปกติ 40% การเปลี่ยนหลอดไฟจากหลอดไส้จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 150 ปอนด์ต่อปี

- ขับรถยนต์ส่วนตัวให้น้อยลงด้วยการปั่นจักรยาน ใช้รถโดยสารประจำทาง หรือใช้การเดิน เพราะน้ำมันทุกๆ แกลลอนที่ประหยัดได้ จะลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 20 ปอนด์

- ไปร่วมกันประหยัดน้ำมันแบบ Car Pool นัดเพื่อนร่วมงานที่มีบ้านอาศัยใกล้ๆ นั่งรถยนต์ไปทำงานด้วยกัน ช่วยประหยัดน้ำมัน ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์/จัดเส้นทางรถรับส่งพนักงานเป็น Car Pool ระดับองค์กร

- เปิดหน้าต่างรับลมแทนเปิดเครื่องปรับอากาศ ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ/มองหาผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์คุณภาพสินค้าเกษตรอินทรีย์

- ไปตลาดสดแทนซูเปอร์มาร์เกตบ้าง ซื้อผัก ผลไม้ หมู ไก่ ปลา ในตลาดสดใกล้บ้านแทนการช็อปปิ้งในซูเปอร์มาร์เกตบ้าง ที่อาหารสดทุกอย่างมีการหีบห่อด้วยพลาสติกและโฟม ทำให้เกิดขยะจำนวนมาก

- เลือกซื้อเลือกใช้ เมื่อต้องซื้อรถยนต์ใช้ในบ้าน หรือรถยนต์ประจำสำนักงานก็หันมาเลือกซื้อรถประหยัดพลังงาน ตามความจำเป็น ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเลือกรถโฟร์วีลขับเคลื่อน 4 ล้อ เพราะกินน้ำมันมาก และตะแกรงขนสัมภาระบนหลังคารถก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็น เพราะเป็นการเพิ่มน้ำหนักรถให้เปลืองน้ำมัน

- ขับรถอย่างมีประสิทธิภาพในระยะทางไกล การขับรถด้วยความเร็วไม่เกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะช่วยลดการใช้น้ำมันลงได้ 20% ใช้เอทานอล หรือน้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือกอื่นๆ ด้วย

- เลือกใช้บริการโรงแรมที่มีสัญลักษณ์สิ่งแวดล้อม เช่น มีมาตรการประหยัดน้ำ ประหยัดพลังงาน และมีระบบจัดการของเสีย มองหาป้ายสัญลักษณ์ เช่น โรงแรม ใบไม้สีเขียว มาตรฐานผลิตภัณฑ์คุณภาพ

- เช็คลมยาง การขับรถที่ลมยางมีน้อยอาจทำให้เปลืองน้ำมันได้ถึง 3% จากภาวะปกติ

- เปลี่ยนมาใช้พลังงานชีวภาพ เช่น ไบโอดีเซล เอทานอล ให้มากขึ้น

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 23-04-2014
koy's Avatar
koy koy is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 656
Default ก้อย

ขยะเยอะจริงๆ และระบบจัดการก็ยังไม่ลงตัว ถุงพลาสติกก็แจกจ่ายกันง่าย ฟรี ถ้าตามซุปเปอร์มาร์เก็ตเอาจริง เก็บตังค์ค่าถุงอย่างในตปท. ก็จะมีส่วนลดการใช้ได้เยอะ หรือควรจะมีการเก็บภาษีถุงพลาสติกกันดีครับ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 23-04-2014
koy's Avatar
koy koy is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Jun 2009
ข้อความ: 656
Default

ส่วนเรื่องล่องเรือสามร้อยยอดนั้น วิวทิวทัศน์มีเสน่ห์จริงๆครับ แต่แนะนำว่าควรเป็นเส้นในป่าโกงกางจะสวยกว่าเส้นล่องออกไปในทะเล เพราะในป่าโกงกางร่มรื่น มีเหลื่อม มีซอกมีมุม ทั้งภูเขา ป่า บ้านเรือน ร้านอาหารแถวนั้นก็สด ไม่แพงด้วย
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 23-04-2014
สายชล's Avatar
สายชล สายชล is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 9,321
Default


บ้านเราใช้ถุงพลาสติกกันฟุ่มเฟือย แถมชอบกินทิ้งกินขว้าง เศษอาหารเหลือทิ้งมากมาย ขยะเน่าเหม็นถึงเกลื่อนกลน...

ไปเมืองจีนคราวนี้ ซื้อของตามร้านสะดวกซื้อ เขาไม่ใส่ถุงพลาสติกให้ ต้องหอบของออกไปเอง เศษอาหารที่กินเหลือ เขาจะนำถังฝาปิดมาใส่ แล้วเอาไปเลี้ยงหมู หรือทำปุ๋ยหมด ไม่เหลือไปทิ้งที่กองขยะค่ะ..

__________________
Saaychol

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายชล : 23-04-2014 เมื่อ 09:08
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 05:52


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2022, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger