เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันอังคารที่ 9 มกราคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"อากาศหนาวเย็นลงบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 10-15 มกราคม 2561)"
ฉบับที่ 5 ลงวันที่ 09 มกราคม 2561

ในช่วงวันที่ 10-11 มกราคม 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นบางแห่ง และอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว โดยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ส่งผลให้มีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 12-15 มกราคม 2561 อุณหภูมิจะลดลงได้อีกเล็กน้อย ทำให้มีอากาศหนาวเย็นได้ต่อเนื่อง สำหรับบริเวณยอดดอย และยอดภู ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนแล้วในวันนี้(9 ม.ค. 61) และจะแผ่เข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบนจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2561

สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 11-15 มกราคม 2561 ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง คลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามัน มีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 11.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปใน วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2561 เวลา 17.00 น.

สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีฝนฟ้าคะนองและมีอากาศหนาวเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอย่างรวดเร็ว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

การคาดหมายลักษณะอากาศ ในช่วงวันที่ 9 - 11 ม.ค. 61 อากาศจะหนาวเย็นลงอย่างรวดเร็วกับมีลมแรง โดยอุณหภูมิลดลง 6-8 องศาเซลเซียส ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส ในช่วงวันที่ 12-13 ม.ค. 61 อุณหภูมิจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ส่วนในช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคใต้ตอนล่างในช่วงวันที่ 10-15 ม.ค. 61 คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่10 - 13 ม.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับในช่วงวันที่ 10 - 15 ม.ค. 61ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่ง และชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนในช่วงวันที่ 14-15 ม.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg latest090118.jpg (142.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-01-08_DFTH1_2300.jpg (205.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-01-09_TopChart_07.jpg (124.0 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

คลื่นซัดเรือประมงจอดหน้าเกาะตะเภาใหญ่ จ.ภูเก็ต ล่ม จนท.เร่งใช้บูมล้อมคราบน้ำมัน



ศูนย์ข่าวภูเก็ต - คลื่นซัดเรือประมงนอกน่านน้ำ ชื่อ ?เชริบู? ตะแคงเกือบจมอยู่หน้าเกาะตะเภาใหญ่ จ.ภูเก็ต หลังจากถูกดำเนินคดีข้อหาทำผิด พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ไม่กลับมารายงานตัวตามกำหนดเวลา เจ้าหน้าที่เร่งวางบูมล้อมคราบน้ำมัน มั่นใจไม่กระจายออกสู่วงกว้างเพราะมีปริมาณน้อย



รายงายข่าวจากภูเก็ต แจ้งว่า เมื่อวันที่ 8 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุเรือประมงชื่อ ?เชริบู? ของบริษัท ทรีวันเดอร์ฟูล จำกัด ซึ่งจอดอยู่ที่บริเวณหน้าเกาะตะเภาใหญ่ ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้ถูกคลื่นซัดอย่างหนัก ประกอบกับเรือมีสภาพที่เก่าชำรุด ทำให้เรือเอียงเหมือนจะคว่ำ จำนวน 1ลำ จากที่จอดอยู่ทั้งหมด 6 ลำ ทำให้คราบน้ำมันซึ่งเหลืออยู่ในตัวเรือไหลออกมาในบริเวณดังกล่าว



โดยเรือทั้ง 6 ลำ ได้จอดอยู่ที่บริเวณหน้าเกาะตะเภาใหญ่มาตั้งแต่ปี 2559 เนื่องจากถูกดำเนินคดีในข้อหาทำผิด พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 และถูกตรึงพังงา (ล็อกพวงมาลัยเรือ) ตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 22/2560 เนื่องจากเรือทั้ง 6 ลำ ซึ่งเป็นเรือประมงนอกน่านน้ำไม่กลับเข้ามารายงานตัวตามประกาศของกรมประมง ที่กำหนดให้เรือประมงที่ออกไปทำประมงนอกน่านน้ำไทยจะต้องมารายงานตัวภายในเวลาที่กำหนด จึงถูกดำเนินคดี และนำมาจอดไว้ที่จุดเกิดเหตุดังกล่าว



อย่างไรก็ตาม ในส่วนปัญหาคราบน้ำมันที่รั่วไหลออกจากตัวเรือนั้นมีปริมาณไม่มากนัก ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบด้วย ศรชล.เขต 3 เจ้าท่าภูเก็ต สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 15 คลังน้ำมัน ปตท ภูเก็ต ได้ประชุมหารือ และกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยใช้บูมล้อมคราบน้ำมัน ซึ่งเป็นมาตรการาขจัดคราบน้ำมันแบบสากล ล้อมไว้ประมาณ 100 เมตร หลังจากนั้น ก็จะใส่สารเคมีที่ทำให้คราบน้ำมันจับตัวเป็นก้อน และจมในที่สุด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในวันนี้
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ดรามาหนัก! แชร์ชาวเลถูกน้ำหนีบจอดเรือรักษา แต่ถูกจับ จนท.แจงคนร้องเรียนไม่รู้มีผู้ป่วย

ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ดรามาหนัก! โซเชียลแชร์ชาวเลราไวย์ เจอน้ำหนีบ อาการบาดเจ็บกำเริบจอดเรือในเขตอุทยานเพื่อลงน้ำปรับสมดุลร่างกาย แต่ถูกจับดำเนินคดี ระบุเป็นการกระทำไร้ซึ่งมนุษยธรรม ยืนยันไม่จับปลาในเขตอุทยาน ขณะหัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ แจงเข้าจับกุมตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน พบเรือประมงลอบจับปลาในเขต ระบุตอนจับไม่ทราบมีคนป่วย รู้หลังจากนำตัวมาสอบสวนที่ทำการ เรียกรถพยาบาลนำส่งรักษาทันที



กลายเป็นประเด็นดรามาของสังคมอีกแล้ว หลังผู้ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวชื่อ Maitree Jongkraijug โพสต์ภาพชาวเลหาดราไวย์ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต และข้อความระบุว่า ?ผมไม่คิดเลยว่าจะมีคดี ชาวเลราไวย์ถูกจับกุมโดยอุทยานอีก เมื่อมีการแจ้งกันในไลด์กลุ่มชาวเลว่า ?ชาวเลราไวย์เจอน้ำหนีบ จอดเรือในเขตอุทยานเพื่อหยุดปรับสมดุล โดยลงในน้ำอีกครั้งที่เขตอุทยาน และถูกจับดำเนินคดี?

?ตอนนี้ชาวเลราไวย์ ภูเก็ต 6 คน ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานสิรินาท ภูเก็ต จับ เพราะชาวเลกลับจากหาปลาที่พังงา และมีคนป่วย 1 คน เพราะน้ำหนีบ จึงต้องจอดเรือฉุกเฉินที่เขตอุทยานฯ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ปรับตัวจากสภาพน้ำหนีบ คือ การลงน้ำ และขึ้นจากน้ำอย่างช้าๆ ตามวิธีชาวเล แต่เจ้าหน้าที่อุทยานฯ จับ และจะให้ชาวเลรับสารภาพจ่ายค่าปรับคนละ 2-3 พันบาท ชาวเลไม่ยอมเพราะไม่ได้ทำผิด ปลาที่หามาไม่ได้หาในเขตอุทยานฯ จึงต้องถูกส่งสถานีตำรวจ หมายเหตุ.(คนป่วยได้นำส่งโรงพยาบาลแล้ว หากส่งตัวไม่ทันอาจพิการ หรือเสียชีวิตได้)?



ผมก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่า ไปจับเขาทำไม ตอนเขาโผล่มาจากน้ำก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่มีเหล็กยิงปลา ไม่มีเครื่องมือจับปลา เขาจอดเรือเพื่อเอาคนป่วยดำลงไปเพื่อปรับน้ำในร่างกาย เพื่อยื้อชีวิตต่อตามวิถีชาวเล ก่อนถึงมือหมอ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานก็เกือบคร่าชีวิตเขาไป เขาถูกจับกุม แต่ยอมส่งคนป่วยไปโรงพยาบาล

แม้มีมติคณะรัฐมนตรีผ่อนปรนหากินในเขตอนุรักษ์ ตามวิถีชีวิตดั้งเดิมก็ตาม ซึ่งในความจริงหาก จะคิดว่าเขาจับปลาในเขตจริง ก็ยังมีการผ่อนปรน แต่นี่ไม่เลย เขาก็ทราบเมื่อเขาส่งคนป่วยไปโรงพยาบาลแล้ว แต่ด้วยใจโหดเหี้ยม เขาก็คงดำเนินคดี ทั้งที่ผู้ใหญ่ในจังหวัดหลายคนอธิบายด้วยเหตุต่างๆ แล้ว แต่เขาก็ไม่ฟัง คดีจับสัตว์ในเขตอุทยานจึงถึงมือตำรวจ



คนป่วยถึงมือหมออาจช้าไปหรือเปล่า เพื่อนชาวเลแจ้งว่า เขาเสียตาไป 1 ข้าง หูอีก 1 ข้าง อาจเสียขาอีก 1 ข้าง รอหมอยืนยันอีกครั้ง น้ำหนีบมันรุนแรงถึงชีวิต ชาวเลมีวิธีอยู่ แต่เขาอาจไม่ได้ใช้วิธีรักษาอย่างเต็มที่ หรือเพราะเขาอาจเสียเวลาไปกับการดำเนินการก็เป็นได้ แต่เขาก็รอดชีวิต แต่อาจเป็นคนพิการตลอดชีวิต

นักการเมืองท้องถิ่น ผู้ใหญ่บ้าน หมอ ข้าราชการ หลายคนคงรับไม่ได้ จึงช่วยกันมาประกันออกไปตอนประมาณ 4 ทุ่ม ซึ่งในตอนแรกกำหนดทุนประกันไว้คนละ 100,000 บาท แต่มีผู้ใหญ่ในระดับกระทรวงประสานมาขอให้ลดทุนประกัน จนนำไปสู่การประกันตัว นโยบายที่มีเคยร่วมกันทำความเข้าใจกับหัวหน้าอุทยานคนก่อน แต่ผู้มาใหม่อาจไม่ทราบ ไม่เข้าใจ ดำเนินการตามกฎหมาย ตามตัวหนังสือ อาจหลงลืมความเป็นมนุษย์ไปเลย หรือชีวิตแค่ผัก ปลา แต่อาจมีค่าน้อยกว่าปลาเสียอีก จากการกระทำดังกล่าว



หรือนี่เป็นวิธีคิดของมนุษย์กรมนี้ที่เห็นค่าแค่สัตว์ กับต้นไม้ โดยลืมคุณค่าความเป็นมนุษย์ สักวันเมื่อความอดทนถึงที่สุด ปัญหาก็อาจลุกลามบานปลาย ผมเสนอว่าคุณควรคิดถึงชีวิตมนุษย์ก่อนอื่นใดนะครับ เอาหละผมก็วิพากษ์ตามคำบอกเล่าของเพื่อนชาวเลที่โทร.มารายงาน โทร.มาเล่า โทร.มาปรึกษา และการแชร์เรื่องราวจากเพื่อนๆ ทบทวนเสียทีเถอะมนุษย์กรมนี้บางคน ให้มีความเป็นมนุษย์เท่าๆ กับคนอื่นบ้าง

อย่างไรก็ตาม หลัวจากมีการโพสต์ข้อความ และภาพดังกล่าวออกไป ได้มีการแชร์ข้อมูล และวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางถึงการดำเนินการเข้าไปจับกุมชาวเลดังกล่าวของทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ ภูเก็ต จนกลายเป็นประเด็นสังคมในขณะนี้

ขณะที่ นายวิทูร เดชประมวลพล นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติสิรินาถ กล่าวว่า เมื่อวานนี้ทางอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีเรือเข้ามาลักลอบจับปลาในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่นำโดย นายพงษ์พันธ์ แพน้อย พนักงานพิทักษ์ป่า หัวหน้าชุดปฏิบัติการสายตรวจ พร้อมกำลังพลออกตรวจสอบ โดยนำเรือประมงของชาวบ้านออกไปตรวจสอบเมื่อแล่นเรือไปถึงบริเวณอ่าวหน้าหาดในทอน ต.เชิงทะเล ตรวจสอบพบกลุ่มบุคคล พร้อมเรือ จำนวน 3 ลำ จอดทิ้งสมอ และมีกลุ่มบุคคลประมาณ 2-3 คนกำลังดำน้ำอยู่ในทะเล จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ และจับกุม โดยผู้ต้องหา จำนวน 6 คน เป็นผู้ใหญ่ 5 คน และเด็ก อายุ 14 ปี จำนวน 1 คน ทั้งหมดเป็นชาวไทยใหม่จากพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมือง จ.ภูเก็ต

พร้อมตรวจยึดของกลางหลายรายการ ประกอบด้วย เรือไม้ จำนวน 3 ลำ สัตว์ทะเลชนิดต่างๆ เช่นปูแดง กุ้งมังกรเจ็ดสี กุ้งมังกรแดง ปลาสินสมุทร ปลานกแก้วหัวโหนก นอกจากนั้น ยังมีอุปกรณ์การจับปลา เครื่องปั๊มอากาศ สายท่ออากาศ และอื่นอีกหลายรายการ จึงนำตัวมาสอบสวนที่ทำการอุทยานแห่งชาติสิรินาถ และส่งตัวดำเนินคดีที่ สภ.สาคู อ.ถลาง จ.ภูเก็ต


นายวิทูร กล่าวต่อไปว่า ในการเข้าจับกุม ทางเจ้าหน้าที่ไม่ทราบว่ามีคนป่วย หลังจากจับกุมก็นำตัวมาสอบสอบตามปกติ และเพิ่งได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า หนึ่งในผู้ที่ถูกจับมีอาการป่วย จึงได้ประสานไปยัง 1699 เพื่อให้มารับคนป่วยไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลถลาง ขณะที่ผู้ต้องหาที่เหลือก็ส่งตัวดำเนินคดีตามปกติ

ขณะที่ นายวรวิทย์ สีสาคูคราม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ช่วยประกันตัวชาวไทยใหม่ กล่าวว่า ตนได้รับการประสานมาจากทีมงานให้ช่วยมาประกันตัวชาวไทยใหม่ที่ถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสิรินาถ จับกุมมาดำเนินคดีที่ สภ.สาคู หลังจากได้รับการประสานตนจึงเดินทางมายังอุทยานฯ และมีการพูดคุยเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ทราบว่า ชาวไทยใหม่ทั้ง 5 คน และเด็ก 1 คน ล่องเรือมาการจับปลาในพื้นที่จังหวัดพังงา ระหว่างที่แล่นเรือมาถึงบริเวณหาดในทอน ซึ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติฯ ได้มีชาวไทยใหม่ที่ออกจับปลาด้วยกันมีอาการบาดเจ็บจากแรงดันใต้น้ำ ที่ชาวบ้านเรียกว่าโรคน้ำหนีบ จึงได้หยุดเรือที่บริเวณดังกล่าว และให้คนเจ็บลงไปในน้ำเพื่อปรับสภาพสมดุลซึ่งเป็นวิธีการรักษาของชาวเล

แต่ระหว่างนั้นได้มีเจ้าหน้าที่ของอุทยานฯ ออกตรวจพื้นที่ และมาพบกับกลุ่มชาวไทยใหม่ที่จุดดังกล่าว และมีการตรวจสอบพบปลา และสัตว์ทะเลเป็นจำนวนมาก จึงแสดงตัวจับกุม โดยชาวไทยใหม่บอกว่า ปลา และสัตว์ทะเลดังกล่าวไม่ได้จับในเขตอุทยานฯ และปลาทั้งหมดจับมาจากจังหวัดพังงา และขณะที่ผู้บาดเจ็บอยู่ในน้ำก็ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ แต่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมาดำเนินคดีในที่สุด

นายวรวิทย์ กล่าวต่ออีกว่า หลังจากที่ตนสอบถามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้มีการพูดคุยกับพนักงานสอบสวน สภ.สาคู ซึ่งต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวประมาณคนละ 100,000 บาท ชาวไทยใหม่ไม่มีเงินในการประกันตัว ตนจึงใช้ตำแหน่งผู้ใหญ่ ร่วมกับนายแพทย์วิชิต บุรพชนก แพทย์ประจำ รพ.สต.สาคู ใช้ตำแหน่งประกันชาวไทยใหม่ เพื่อให้เจ้าหน้าปล่อยตัวชั่วคราวต่อไป

ขณะที่ นายสนิท แซ่ฉั่ว หนึ่งในชาวเลราไวย์ ซึ่งได้ไปร่วมให้กำลังใจชาวไทยใหม่ที่ถูกจับในครั้งนี้ กล่าวว่า ในส่วนของชาวเลที่ถูกจับกุมนั้นได้มีการประกันตัวออกมาแล้ว โดยทางผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ได้ใช้ตำแหน่งมาประกันตัวให้ยกเว้น ในส่วนของนายทะนงศักดิ์ เกาะงาม อายุ 41 ปี ซึ่งมีอาการน้ำหนีบที่ยังต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล และเช้าวันนี้ (9 ม.ค.) ชาวเลทั้งหมดได้ไปพบกับพนักงานสอบสวน สภ.สาคู เพื่อทำการให้ปากคำเพิ่มเติม

โดยทั้งหมดยืนยันว่า ไม่ได้จับปลาในเขตอุทยานฯ และไม่ได้เป็นผู้ประกอบการตามที่ถูกกล่าวหา โดยเหตุที่เข้าไปลอยเรือในพื้นที่ดังกล่าวนั้นเนื่องจากในระหว่างเดินทางกลับจาก อ.คุระบุรี จ.พังงา เพื่อกลับบ้านที่หาดราไวย์ ระหว่างทางเมื่อมาถึงบริเวณพื้นที่ทะเลในเขตอุทยานฯ นายทะนงศักดิ์ ได้เกิดอาการน้ำหนีบ จึงได้หาบริเวณจุดที่เหมาะสมทอดสมอเรือลอยลำ และให้นายทะนงศักดิ์ ดำลงไปในน้ำเพื่อปรับสภาพร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีการรักษาของชาวเล

ขณะเดียวกัน ก็มีชาวเลอีก 2 คน ลงไปอยู่ข้างเรือเพื่อทำภารกิจส่วนตัว และปลาที่เห็นในเรือนั้นก็ไม่ได้จับในเขตอุทยานฯ แต่เป็นปลาที่ได้มาจากการจับในทะเลลึกในพื้นที่ อ.คุระบุรี โดยขณะนี้ได้มีการประสานกับทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดภูเก็ต เพื่อหาหลักทรัพย์มาประกันตัว และต่อสู้คดีต่อไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก ผู้จัดการออนไลน์

ช้างป่าอาละวาดอีก! ล่าสุดบุกที่ทำกินเข้าใกล้เขตบ้านเรือนประชาชนในคีรีเขต


ยะลา - ยังคงเป็นปัญหา! ช้างป่าออกอาละวาดบุกรุกที่ทำกินในพื้นที่ ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา ล่าสุด พบมีโขลงช้างป่าราว 3-4 ตัว ได้เข้าไปในพื้นที่เขตที่อยู่อาศัยของประชาชนแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา นายเสกสรร ไตรสุวรรณ ผู้ใหญ่บ้าน ม.3 ต.คีรีเขต อ.ธารโต จ.ยะลา ได้รับแจ้งจาก นายบ่าว ภาวไตร ชาวบ้านว่า มีโขลงช้างป่าประมาณ 3-4 ตัว ได้เข้ามาหากินใกล้บ้านของตนเอง หลังรับแจ้งผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยพระครูสมุหพิสิทธิ์ อนาลโย เจ้าอาวาสวัดศรีนคร และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ได้เดินทางเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุทันที

โดยพบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นขนำของลูกจ้างกรีดยางพารา และพบร่องรอยความเสียหายจากการบุกรุกทำลายของช้างป่า นายบ่าว กล่าวว่า ตนได้อยู่ในสถานที่ดังกล่าว ซึ่งช้างป่าได้พากันมาปิดล้อมรอบบริเวณบ้าน และหาของกินอยู่นานหลายนาที ก่อนที่จะเดินออกไปหากินในพื้นที่ใกล้เคียง

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง และผู้ใหญ่บ้านจะได้เข้าไปสำรวจความเสียหาย พร้อมทั้งติดตามร่องรอยของช้างป่าในช่วงสายของวันนี้อีกครั้ง





ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง

ฮือฮา!พบซากฟอสซิลสุสานหอยหลายพันปี



ฮือฮา!พบซากฟอสซิลสุสานหอยหลายพันปี



เมื่อวันที่ 9 ม.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าชาวบ้านพบซากฟอสซิลสุสานหอยซึ่งคาดว่ามีอายุหลายพันปี วางเรียงรายอยู่ที่ หมู่ 11 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งเป็นเขตรอยต่อในพื้นที่ของชาวบ้านกับเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร จึงอยากให้มาตรวจสอบเพื่อประชาสัมพันธ์พัฒนาเป็นแห่งท่องเที่ยงแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพรต่อไป



ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้พบนายภูษิต หรือไข่เจียม วงษ์ทอง อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/1 หมู่ 11 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร ซึ่งนายภูษิตฯได้พาไปดูซากฟอสซิลหอยดังกล่าวพบว่าวางเรียงรายเป็นจำนวนมากอยู่บริเวณหน้าบ้านริมเชิงเขามีความสูงจากริมชายทะเลประมาณ 10-15 เมตร เมื่อสังเกตุดูใกล้ๆเห็นเป็นซากฟอสซิลหอยตามที่ได้แจ้งฝังอยู่กับก้อนหินขนาดเล็กใหญ่แต่ซากหอยดังกล่าวยังไม่ทราบว่าเป็นชนิดใดมีขนาดลำตัว2-3 ซม.ทั้งนี้ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป



นายภูษิต เล่าให้ฟังว่า เมื่อปี 2540 ?ตนได้ขุดปรับที่ดินบริเวณดังกล่าวซึ่งอยู่ติดกับทะเลเพื่อปลูกบ้านพบว่าขณะที่รถไถกำลังปรับพื้นดินอยู่นั้นได้ขุดเจอก้อนหินขนาดเล็กใหญ่จำนวนหลายก้อนจึงได้แจ้งไปยังกรมทรัพย์ฯเพื่อให้มาตรวจสอบสำรวจภายหลังตรวจสอบจึงรู้ว่าเป็นซากฟอสซิลหอยฝังอยู่เป็นจำนวนมากซึ่งซากดึกดำบรรพ์อายุหลายพันปีมีมูลค่าสูง หลังจากนั้นก็ได้แจ้งให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้รับรู้และได้ขอซากฟอสซิลไปจำนวนหนึ่ง จนถึงปัจจุบันก็ไม่เห็นมีหน่วยงานไหนให้ความสนใจจนกระทั้งได้ประสานมายังผู้สื่อข่าวให้เป็นสื่อกลางในการประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาตรวจสอบสำรวจดูอีกครั้งเพื่อที่จะได้พัฒนาเป็นแห่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดชุมพร ซึ่งตนเองคิดว่าในเมื่อจังหวัดชุมพรเรามีของดีอยู่ในมือไม่แพ้จังหวัดอื่นๆ อย่างเช่นซากฟอสซิลหอยดึกดำบรรพ์ใกล้เคียงจังหวัดกระบี่?



ซึ่งสุสานหอยหรือฟอสซิลหอยดังกล่าวคาดว่าจากสภาพแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง พืชและสัตว์ล้มตายลงตามวงจรชีวิต เกิดการสะสมและทับถมกัน อีกนับล้านปีต่อมาก็เกิดเป็นชั้นหินแข็งตามกระบวนการทางธรณีวิทยา ซากหอยกลายเป็นฟอสซิลหรือซากดึกดำบรรพ์ ส่วนซากพืชกลายเป็นถ่านหินลิกไนต์ซึ่งอยู่ชั้นล่างซากหอยอีกที ต่อมาเปลือกโลกและสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้พื้นที่บริเวณดังกล่าวถูกยกตัวสูงขึ้นเป็นที่ดอน จนเมื่อ 1,000-6,000 ปีที่ผ่านมาเกิดปรากฏการณ์ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทั่วโลก แล้วลดระดับลงมาเรื่อยๆ ทำให้บริเวณสุสานหอยกลายเป็นพื้นที่ชายฝั่งทะเลเช่นปัจจุบัน

อย่างไรก็ตามซากฟอสซิลหอยดังกล่าวต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเช่น กรมทรัพยากรกรณีเข้ามาสำรวจอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อยืนยันให้แน่ชัดก่อนจะร่วมกันหาแนวทางพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไป

http://www.banmuang.co.th/news/region/99805
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก บ้านเมือง

แผ่นดินไหวที่จีน 4.7 ริกเตอร์





แผ่นดินไหวที่จีน 4.7 ริกเตอร์



รายงานจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เกิดแผ่นดินไหวที่มลฑลยูนนาน,ประเทศจีน วันที่ 9 มกราคม 2561 เมื่อเวลา 06:21 น. ขนาดแรงสั่นสะเทือน 4.7 ริกเตอร์ ละติจูด 22.58 ลองจิจูด 103.91 ระดับความลึกจากผิวดิน 10 กิโลเมตร

http://www.banmuang.co.th/news/inter/99767

******************************************

แผ่นดินไหวที่พม่า 2.7 ริกเตอร์




แผ่นดินไหวที่พม่า 2.7 ริกเตอร์



รายงานจากสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า วันที่ 4 มกราคม 2561 เมื่อเวลา 22:01 น. ขนาดแรงสั่นสะเทือน 2.7 ริกเตอร์ ละติจูด 20.61 ลองจิจูด 98.94 ระดับความลึกจากผิวดิน 8 กิโลเมตร

http://www.banmuang.co.th/news/inter/99535
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

กฎเหล็กIUU ป่วนอาหารทะเลขึ้นยกแผง ปูม้าดีมานด์พุ่ง ?ปูไข่ดอง? ฮิตพ่อค้าแห่นำเข้ากัมพูชา



กฎเหล็ก IUU ทำประมงอ่วม วัตถุดิบต้นน้ำขาด ราคาพุ่ง เผยปูม้าเป็นสุดฮิต เมืองไทยไม่พอจากน้ำท่วมภาคใต้ ต้องนำเข้ากัมพูชา ตราดเตรียมยกระดับปูม้าติดคิวอาร์โค้ดระบุที่มาเพิ่มมูลค่า ขณะที่ซัพพลายเชนโตพรึ่บ แม่ค้าออนไลน์แห่ขายปูไข่ดอง อู้ฟู่รายได้วันละแสนบาท

นายประเสริฐ ศิริ เจ้าของเรือประมงและกิจการท่าเทียบเรือกัลปังหา บ้านคลองสน อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า พ.ร.ก.การประมง พ.ศ. 2558 และคำสั่ง คสช.ที่ 10/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ IUU ที่มีผลการบังคับใช้ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำให้เรือประมงในจังหวัดตราดมีการปรับตัวขนานใหญ่ ซึ่งต้นทุนการทำประมงที่สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแรงงานชาวกัมพูชา และโทษปรับสูง ทำให้ปริมาณเรือประมงที่จดทะเบียนถูกต้องลดลง หรือเลิกอาชีพไป เห็นได้ชัดจากเรือประมงที่ใช้ท่าเทียบเรือกัลปังหาลดลงถึง 60% และปริมาณสัตว์น้ำลดลง 50%

ทั้งนี้จากปัญหาดังกล่าว ทำให้ระยะหลังเรือประมงไทยจำนวนหนึ่งปรับไปทำประมงในกัมพูชา และขายให้พ่อค้าในกัมพูชา เนื่องจากกฎระเบียบไม่เข้มงวด อีกทั้งศักยภาพด้านประมงกัมพูชายังด้อยกว่าไทย โดยเฉพาะเมืองสีหนุวิลล์ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว มีนักลงทุนและนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้าไปมาก

ปูม้าราคาลิ่วกิโลกรัมละ 550 บ.

ผู้สื่อข่าว ?ประชาชาติธุรกิจ? ได้สำรวจตลาดอ่างศิลา จ.ชลบุรี โดยสอบถามพ่อค้าแม่ค้าพบว่า ราคาอาหารทะเลปรับขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว เนื่องจากวัตถุดิบที่ลดน้อยลง อาทิ หมึกหอม กิโลกรัมละ 240-300 บาท หอยแครง กิโลกรัมละ 150-180 บาท ปูม้า กิโลกรัมละ 300-550 บาท ปูทะเล กิโลกรัมละ 280-450 บาท ปลากะพง ตัวละ 170-190 บาท

ขณะที่ราคาอาหารทะเลในตลาดสดเทศบาลเมืองตราด อาทิ ปลาน้ำดอกไม้ กิโลกรัมละ 140-160 บาท ปลาอินทรี 200-280 บาท ปลาเรียวเซียว 180 บาท ปลากุเลา 170 บาท ปลากะพง 150 บาท ปลาหมึกกระดอง 200-250 บาท กุ้งทะเล 240-250 บาท กุ้งลายตัวใหญ่ 650-700 บาท เป็นต้น

นางสาวลลิตา เฉยศิริ ร้านปูม้าสด ล็อก 104 ตลาดอ่างศิลา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ปกติที่ร้านจะรับซื้อปูม้าจากเรือวันละ 80-90 กิโลกรัม มีหลายขนาด ตั้งแต่ราคา 380-550 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันผู้บริโภคบางรายนิยมซื้อปูไข่โดยเฉพาะ เราต้องคัดไว้ทุกวัน แต่จะมากหรือน้อยนั้นกำหนดไม่ได้ เพราะปูม้าต้องจับในทะเล

?คนนิยมปูม้า เพราะอร่อย เนื้อหวาน ยิ่งตอนนี้ฮิตปูไข่ดอง มีแม่ค้าออนไลน์ที่ลองขายแล้วขายดี ก็มาสั่งที่ร้าน ออร์เดอร์ปูไข่สัปดาห์ละ 70-180 กิโลกรัม ส่วนราคาขายส่งและขายปลีกไม่ต่างกันมากนัก ขนาดใหญ่สุด 5 ตัว 1 กิโลกรัม ขายกิโลกรัมละ 550 บาท?

นายภาวร ถวิลวงษ์ ผู้ประกอบการรับซื้อปูม้าและกั้งเป็น บ้านอ่าวกรูด ต.ห้วงน้ำขาว อ.เมืองตราด จ.ตราด กล่าวว่า ปูม้าเป็นได้รับความนิยมสูง โดยตนจะรวบรวมส่งให้ร้านอาหารทะเลที่พัทยา วันละ 50-60 กิโลกรัม โดยราคาปูม้าในปี 2560 สูงกว่าปี 2559 โดยปูขนาดใหญ่จากกิโลกรัมละ 270-280 บาท เป็น 300-320 บาท ขนาดกลาง 230 บาท ขึ้นเป็น 250-270 บาท ทั้งนี้เนื่องจากสภาพอากาศและปัญหาน้ำท่วมภาคใต้

?ปูม้าที่รับซื้อจะคัดขนาดปูเป็น 5 ตัว/กิโลกรัมเนื้อแน่นส่งร้านอาหาร ส่วนที่ตกไซซ์จะต้มแกะเนื้อขายและดองน้ำแข็งส่งแม่ค้า ขายปลีก ร้านส้มตำ ร้านอาหารทำปูดอง? นายถาวรกล่าว



ปูม้าต้องการสูง ? จากปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ รวมถึงความนิยมในการบริโภคปูม้าอีกทั้งเมนูปูไข่ดองที่ขายดีในปัจจุบัน ทำให้ความต้องการปูม้าพุ่งสูงขึ้น ซัพพลายไม่เพียงพอต่อความต้องการตลาด ส่งผลให้ราคาดีดสูงขึ้น จนต้องแข่งขันนำเข้าปูม้าเป็นจากฝั่งกัมพูชาที่ราคาต้นทุนต่ำกว่า

แห่นำเข้าจากกัมพูชาต้นทุนต่ำ

นายเฉลิม สุดประเสริฐ เจ้าของเรือประมงอวนปู และผู้รวบรวมปูม้าเป็น บ้านตาหนึก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด กล่าวว่า ทำธุรกิจส่งปูม้าเป็นมากว่า 10 ปี มีเรืออวนปูของตัวเอง 5 ลำ และรับซื้ออีก 3 ลำ ปัจจุบันปริมาณปูที่จับได้น้อยลงมาก ต้องใช้เรือใหญ่วางอวนปูในทะเลนาน 1 เดือน และกลับเข้าฝั่ง 1 ครั้ง ระหว่างนั้นจะใช้เรือทัวร์ หรือเรือเร็วมารับปูมาจากกลางทะเลทุกวัน โดยใส่ถังออกซิเจนมาขึ้นท่าเรือคลองใหญ่ เพื่อรวบรวมคัดแยกส่งลูกค้ารายใหญ่ที่พัทยา ในราคากิโลกรัมละ 300-400 บาท นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันนำเข้าปูม้าเป็น ๆ จากฝั่งกัมพูชาที่ต้นทุนต่ำกว่า เพราะไม่ต้องทำตามกฎหมายประมงที่ออกมาบังคับใช้กับเรือประมงไทย เพียงแต่ต้องเสียภาษีนำเข้าสัตว์น้ำ โดยให้ชิปปิ้งจัดทำให้ และแม้ว่าปูม้าจะเป็นที่ต้องการของตลาดก็ไม่คิดขยาย เพราะปูม้าจับได้น้อย บางวันไม่ถึง 100 กิโลกรัม

ล่าสุด มูลนิธิเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และศูนย์พัฒนาประมงแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAFDEC) ได้เข้าสำรวจเพื่อทำข้อมูลปูม้าจังหวัดตราด โดยให้ติดคิวอาร์โค้ดระบุแหล่งที่มา เพื่อทำคุณภาพเป็นอาหารส่งตลาดกำลังซื้อสูง เช่น โรงแรม 5 ดาว หรือร้านอาหารหรู ที่สั่งอาหารทะเลสดจากญี่ปุ่น เป็นการเพิ่มมูลค่าให้กับปูม้าของจังหวัดตราดที่มีรสชาติอร่อยแตกต่างจากที่อื่น

ปูไข่ดองฮิตทำเงินวันละแสน

ด้านนางสาวชลดา อุปวรรณ หุ้นส่วนบริษัท ปูขี่พริก จำกัด เปิดเผย ?ประชาชาติธุรกิจ? ว่า ความนิยมเมนูปูไข่ดอง ขณะนี้ทำให้ธุรกิจบูมมาก แต่มองว่าตลาดปูเป็นตลาดที่ใหญ่ ไม่คิดว่าใครจะมาแย่งมาร์เก็ตแชร์ อีกทั้งมีสูตรเฉพาะตัว คือ เป็นร้านต้นตำรับปูดองน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรปลาร้านัวเจ้าแรกของโลก มีขายทั้งปูม้าและปูทะเล ในช่วงแรกที่ทำธุรกิจนั้น ปูมีราคาแพงมาก แล้วพบความเสี่ยง คือ รับวัตถุดิบจากรายเดียว สั่งวัตถุดิบจากจังหวัดทางภาคใต้ คัดคุณภาพ เวลาสั่งจะไม่สั่งทีเดียวมาก ๆ เช่น ครั้งละ 500 กิโลกรัม เพราะเราเน้นความสด จะสั่งวันละ 60 กิโลกรัมเท่านั้น และมีคนครัว 10 คน ทำทุกวัน แต่เนื่องจากเคยมีกรณีปูขาด เพราะฝนตกทั้งสัปดาห์ จึงตัดสินใจลองรับวัตถุดิบเจ้าอื่นมาขาย พบว่าเป็นไข่กลวงเยอะ คือ อาจจะมีไข่ที่ตัว แต่ที่กระดองมีนิดเดียว ครั้งนั้นได้ตัดสินใจลดราคาสินค้า จึงเป็นที่มาของการสต๊อกของ ปัจจุบันมีการสต๊อกในช่วงหน้ามรสุม มีทั้งหมด 8 ตู้ ขณะนี้เริ่มสต๊อกแล้ว 4 ตู้ บรรจุได้ตู้ละ 180-200 ตัว

https://www.prachachat.net/hilight-p...hat/news-98190
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #8  
เก่า 09-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,631
Default

ขอบคุณข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ

สารคดีเสียงจากแผ่นดิน season 2 EP.13 พัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชุบชีวิตชาวประมงชายฝั่ง



ชุมชนประมงชายบ้านหัวแหลม อ.นายายอาม จ.จันทบุรี ชุมชนชายฝั่งเล็กๆ ที่ร่วมใจกันพลิกฝืนท้องทะเล อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จัดตั้งธนาคารปูม้า สร้างวินัยคนในชุมชน เน้นทำประมงอย่างพอเพียง

https://www.prachachat.net/hilight-p...hat/news-98149

******************************************

ปี 2560 ?ภัยธรรมชาติ? สร้างความเสียหายมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ



รัฐบาลสหรัฐระบุว่า ปี 2560 ที่ผ่านมา เป็นปีที่มีมูลค่าความเสียหายอันเนื่องมาจากภัยธรรมชาติ ทั้งไฟไหม้ ภัยหนาว น้ำท่วม และพายุเฮอริเคน สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ คิดเป็นมูลค่าถึง 306,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 10,098,000 ล้านบาท

รายงานข่าวระบุว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในปี 2560 ราว 16 ครั้ง สร้างความเสียหายถึง 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่า และทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 362 คน แต่ตัวเลขความเสียหายที่แท้จริงน่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีกหลังการประเมินความเสียหายในเปอร์โตริโกแล้วเสร็จ

มูลค่าความเสียหายในปี 2560 แซงหน้าปี 2559 ที่เคยครองตำแหน่งเดิมด้วยมูลค่าความเสียหายรวม 215,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยความเสียหายหลักๆ มาจากเฮอริเคนหลายลูกที่พัดถล่มทำให้ปี 2560 ครองสถิติความเสียหายที่เกิดจากเฮอริเคนที่สูงที่สุดในประวัติศาตร์สหรัฐ โดยเฮอริเคนฮาร์วีย์ครองอันดับ 1 ที่ 125,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ยังน้อยกว่าเฮอริเคนแคทรีนาที่พัดถล่มเมื่อปี 2548 ขณะที่ไฟป่าและภัยหนาวก็สร้างความเสียหายอย่างหนักเช่นกัน

ปีที่ผ่านมายังถือเป็นปีที่อากาศในสหรัฐร้อนที่สุดเป็นลำดับ 3 ตามหลังปี 2555 และ 2559 ค่าเฉลี่ยนอุณหภูมิในสหรัฐอยู่ที่ 12.2 องศาเซลเซียส ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของศตวรรษที่ 20 โดยรวม โดยอุณหภูมิในทุกรัฐของสหรัฐยังสูงขึ้นเรื่อยๆ นับจากปี 2569 เป็นต้นมา

https://www.prachachat.net/world-news/news-98370
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 23:27


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger