เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 11-01-2018
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 1,770
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม : วันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561

ขอบคุณข้อมูลพยากรณ์จาก กรมอุตุนิยมวิทยา


ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา
"อากาศหนาวเย็นลงบริเวณประเทศไทยตอนบน และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2561)"

ฉบับที่ 13 ลงวันที่ 11 มกราคม 2561
1.อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน

ในวันที่ 11-15 มกราคม 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้ 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศเย็นมากที่สุดในช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2561 อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

2.ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-15 มกราคม 2561

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สภาวะอากาศทั่วไป

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบน มีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงไว้ด้วย สำหรับบริเวณอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง จนถึงวันที่ 15 ม.ค. 61 นี้


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุด 18-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 26-27 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 11 - 14 ม.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนมีอากาศจะหนาวเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 15-17 ม.ค. 61 ประเทศไทยตอนบนมีอุณหภูมิจะสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีอากาศเย็นกับมีหมอกบางในตอนเช้า
สำหรับภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่งในช่วงวันที่ 11-15 ม.ค. 61 ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูง 2-3 เมตร


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 11 - 14 ม.ค. 61 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย สำหรับประชาชนที่อาศัยบริเวณชายฝั่งภาคใต้ให้ระวังคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11 - 15 ม.ค. 61
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg latest110118.jpg (26.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-01-11_DFTH2_1200.jpg (13.3 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-01-11_DFTH1_1200.jpg (36.4 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg 2018-01-11_TopChart_07.jpg (128.8 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 11-01-2018
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,359
Default

ผู้จัดการออนไลน์


ด่วน!! เกิดแผ่นดินไหว 6 ครั้ง เขย่าแนวพรมแดนอิหร่าน-อิรัก สะเทือนไกลไปถึงแบกแดด



เอพี - วันนี้(11 ม.ค) เกิดระลอกแผ่นดินไหวถึง 6 ครั้งที่มีความแรงไม่ต่ำกว่าระดับ 5 แมกนิจูด เกิดขึ้นตามบริเวณพรมแดนอิหร่าน-อิรัก แรงแผ่นดินไหวยังสั่นสะเทือนไปถึงกรุงแบกแดด และบางส่วนในเขตชนบทของอิรัก เกิดขึ้นบริเวณเดียวกันกับที่เคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งร้ายแรงเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา สังหารชีวิตไปร่วม 530 ศพ ในเบื้องต้นยังไม่มีรายงานเสียชีวิตหรือความเสียหาย

เอพีรายงานวันนี้(11 ม.ค)ว่า สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ USGS ออกมาชี้ว่า แผ่นดินไหวทั้ง 5 ครั้งเกิดขึ้นใกล้กับเมืองมานดาลี(Mandali)ของอิรัก ตามหลังแผ่นไหว 1 ครั้งที่เกิดขึ้นที่เมห์ราน(Mehran) ทางตะวันตกของอิหร่าน ซึ่งการเกิดแผ่นดินไหวทั้ง 6 ครั้งนั้น USGS ยืนยันว่า เกิดขึ้นภายใน 1 ช.ม หลังจากครั้งแรกสุดเกิดในเวลา 06.59 ตามเวลามาตรฐานกรีนวิช

สถานีโทรทัศน์ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า ผู้คนต่างแตกตื่นวิ่งออกมาลงบนถนนในขณะที่เกิดแผ่นดินไหว ส่วนในกรุงแบกแดด เมืองหลวงของอิรัก สามารถรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือน เกิดขึ้นหลังจากการเกิดอาฟเตอร์ช็อก

พบว่าแผ่นดินไหวทั้ง 6 ครั้งนั้นเกิดในความลึกระดับ 10 ก.ม อ้างอิงจากสำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ ซึ่งเอพีระบุว่าความแรงแผ่นดินไหวระดับ 5 ถูกจัดว่าอาจสร้างความเสียหายได้ และนอกจากนี้ระลอกแผ่นดินไหวทั้งหมดยังเกิดขึ้นในระดับตื้น ซึ่งจะทำให้พื้นผิวสั่นสะเทือนมากขึ้น และสร้างความเสียหายเป็นอย่างมากได้โดยเฉพาะในเขตที่การก่อสร้างไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้

เอพีรายงานว่า จากการรายงานข่าวทางโทรทัศน์อิหร่าน พบว่าเจ้าหน้าที่อิหร่านได้รายงานตัวเลขข้อมูลแผ่นดินไหวที่คล้ายกัน แต่ทว่าข้อมูลทั้งหมดยังเป็นการรายงานเบื้องต้น และอาจมีการเปลี่ยนแปลงภายหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบตัวเลขเหล่านั้นแล้ว



แก๊งมอดไม้เหิมหนัก บุกตัดไม้พะยูงห่างค่ายลูกเสือวชิราวุธฯ ไม่ถึง 1 กม.




ศูนย์ข่าวศรีราชา- แก๊งมอดไม้เหิมหนัก อาศัยจังหวะนักเรียนเข้าค่าย ทำกิจกรรมเสียงดัง ลอบตัดไม้พะยูงห่างค่ายลูกเสือวชิราวุธ ศรีราชา ไม่ถึง 1 กม. พบอุปกรณ์ตัด ลาก และไม้พะยูงแปรรูปหลายท่อน ซุกซ่อนเพื่อเตรียมขนย้าย

วันนี้ (11 ม.ค.) นายนริศ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ปลัดอำเภอศรีราชา จ.ชลบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารชุด คสช.ศรีราชา เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ชบ.1 (บ่อทอง) เจ้าหน้าที่ค่ายลูกเสือวชิราวุธ ศรีราชา ได้ร่วมกันตรวจสอบบริเวณเขาฉลาก หลังได้รับแจ้งว่า พบอุปกรณ์ตัดไม้พะยูง ทั้งเครื่องปั่นไฟฟ้า เลื่อยยนต์ เลื่อยโค้งสายไฟ เชือก ล้อและเพลารถสำหรับลากไม้พะยูง และไม้พะยูงแปรรูปหลายท่อนซุกซ่อนอยู่ในพงหญ้า

โดยบริเวณที่พบไม้พะยูงนั้นอยู่บริเวณตีนเขาฉลาก ห่างจากทางรถไฟประมาณ 50 เมตร และห่างจากค่ายลูกเสือวชิราวุธ ศรีราชา ไม่ถึง 1 กิโลเมตร โดยพบว่า ทำเป็นขบวนการไม่ต่ำกว่า 3-5 คน เนื่องจากมีขวดน้ำดื่ม น้ำอัดลม ปลากระป๋อง ซองมาม่า และซองขนมทิ้งเกลื่อบริเวณดังกล่าว

พ.ท.สุรพล มีโภคกิจ ผู้บังคับหมวดกองร้อยรักษาความสงบที่ 3 อำเภอศรีราชา (คสช.) กล่าวว่า แก๊งมอดไม้แก๊งดังกล่าวเหิมเกริมมาก จึงกล้าลักลอบตัดไม้พะยูงที่อยู่ไม่ไกลจากค่ายลูกเสือวชิราวุธ ศรีราชา และยังอยู่ไม่ห่างจากเส้นทางรถไฟ และเชื่อว่าน่าจะลักลอบตัดไม้พะยูงในช่วงที่มีนักเรียมาเข้าค่าย และมีการทำกิจกรรมเสียงดังขณะที่เจ้าหน้าที่ของค่ายยังต้องดูแลความสงบเรียบร้อย จึงไม่ทันระวังว่าจะมีการลักลอบตัดไม้ดังกล่าว

นอกจากนั้น แก๊งมอดไม้ยังได้ดัดแปลงอุปกรณ์ เช่น เลื่อยยนต์ไฟฟ้าแบบเก็บเสียง และเครื่องปั่นกระแสไฟแบบเงียบ จนทำให้ไม่ได้ยินเสียงการลักลอบตัดไม้ และแปรรูปไม้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดอุปกรณ์ตัดไม้ และไม้พะยูงแปรรูปไว้ทั้งหมดเพื่อทำการตรวจสอบต่อไป

พ.ท.สุรพล ยังกล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร และเจ้าหน้าที่จากค่ายลูกเสือวชิราวุธ เฝ้าระวังบริเวณพื้นที่ดังกล่าวมากขึ้น โดยคาดว่าแก๊งมอดไม้จะต้องกลับมาขนไม้ และอุปกรณ์ต่างๆ ที่ซุกซ่อนไว้ในป่า เพื่อดำเนินการจับกุม และลงโทษตามกฎหมายต่อไป


?กะปอมยักษ์? พลัดหลง.. สมาชิกน้องใหม่สวนสัตว์ศรีสะเกษ รอต้อนรับหนูน้อย ?วันเด็กแห่งชาติ?


ศรีสะเกษ - ?อีกัวน่าเขียว? สมาชิกน้องใหม่สวนสัตว์โครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ รอต้อนรับหนูน้อย ?วันเด็กแห่งชาติ? หลังอดีตผู้ใหญ่บ้านจับได้ในป่าละเมาะ คาดหลุดพลัดหลงออกมาจากกรงของคนเลี้ยง จึงมอบให้สวนสัตว์นำมาเลี้ยงไว้ให้เด็กได้ชม ศึกษาเรียนรู้


วันนี้ (11 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านหนองไผ่ ม.3 ต.โนนสูง อ.วังหิน จ.ศรีสะเกษ นายอรัญ สิงห์คำ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ พร้อมด้วย นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว ข้าราชการบำนาญ นายนครินทร์ หนูสวัสดิ์ หัวหน้างานสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ ได้มาพบกับ นายเฉลา จันทร์ด้วง อายุ 63 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหนองไผ่ ม.3 ต.โนนสูง ซึ่งจับอีกัวน่าไว้ได้และมีชาวบ้านข้างเคียงมาดูกันอย่างต่อเนื่อง

นายอรัญได้นำตัวอีกัวน่าที่มีลักษณะค่อนข้างเชื่องมากมาตรวจสอบดูลักษณะต่างๆ พบว่ายังคงมีสุขภาพสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยบาดแผลได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ซึ่งนายเฉลาได้มอบอีกัวน่าให้แก่นายนครินทร์ ที่รับผิดชอบงานสวนสัตว์ เพื่อให้นำเอาไปเลี้ยงไว้ที่สวนสัตว์ต่อไป โดยนายอรัญได้มอบเงินจำนวน 500 บาทให้แก่นายเฉลาเพื่อเป็นการขอบคุณที่มอบอีกัวน่าให้ทางสวนสัตว์ และเมื่อเด็กๆ พบเห็นตัวอีกัวน่าได้พากันมาเฝ้าดูด้วยความสนใจเป็นอย่างมาก

นายเฉลาเล่าว่า เมื่อช่วงใกล้ค่ำของวันที่ 9 ม.ค. ตนเห็นสัตว์คล้ายกับกิ้งก่าแต่มีขนาดใหญ่กว่ามากเกาะอยู่บนกิ่งไม้ จึงได้ใช้บ่วงคล้องที่คอจับเอามาไว้ ซึ่งสังเกตดูแล้วพบว่ามีลักษณะไม่เหมือนกับสัตว์ที่มีอยู่ในบริเวณนี้ จากนั้นได้ถามชาวบ้านหลายคนทราบว่า สัตว์ที่จับมาคือ อีกัวน่า อายุประมาณ 2 ปี ความยาวจากบริเวณปากถึงหางยาวประมาณ 80 ซม. คาดว่าคงเป็นของคนแถวนี้ที่เลี้ยงเอาไว้แล้วหลุดออกมา จึงได้แจ้งให้ นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว ซึ่งเป็นญาติได้ทราบ โดยประสงค์ที่จะมอบให้แก่สวนสัตว์พระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ เนื่องจากหากเลี้ยงเอาไว้เกรงว่าอาจมีความผิดตามกฎหมาย และไม่รู้ว่าจะเลี้ยงเอาไว้ทำไม

นายอรัญ สิงห์คำ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ กล่าวว่า อีกัวน่าตัวนี้จะนำไปเลี้ยงภายในบริเวณสวนสัตว์ของโครงการอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ ซึ่งอยู่ภายในบริเวณวิทยาลัยเกษตรและและเทคโนโลยีศรีสะเกษ และอีกัวน่าตัวนี้จะเป็นน้องใหม่ของสวนสัตว์ เนื่องจากมีตัวอีกัวน่าอยู่ก่อนแล้ว 4 ตัว เป็นอีกัวน่าสีแดง 2 ตัว และอีกัวน่าเขียว 2 ตัว และตัวที่ได้รับมอบใหม่นี้เป็นอีกัวน่าสีเขียว ซึ่งจะเป็นน้องใหม่ที่จะให้เด็กๆ มาเข้าชมในวันเด็กแห่งชาติปีนี้ที่สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ

นายนครินทร์ หนูสวัสดิ์ หัวหน้างานสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ศรีสะเกษ กล่าวว่า อีกัวน่าเป็นสัตว์ที่พบกระจายพันธุ์ในเม็กซิโก อเมริกากลาง รวมทั้งเกาะต่างๆ ในภูมิภาคแคริบเบียนและพอลินีเซีย ขณะนี้มีการนำมาเลี้ยงอย่างแพร่หลาย การเลี้ยงเอาไว้ไม่ถือว่าผิดกฎหมายแต่อย่างใด ซึ่งจะนำเอาอีกัวน่าสีเขียวตัวนี้ไปอยู่ในกรงรวมกับอีกัวน่าที่มีอยู่แล้ว 4 ตัว เป็นการเลี้ยงเหมือนธรรมชาติ โดยอีกัวน่าชอบกินผักกาดขาว แมลง จิ้งหรีด และนก ซึ่งจะเลี้ยงดูอย่างดีเพื่อไว้ให้เด็กๆ ได้ศึกษาเรียนรู้ต่อไป

นายวิวัฒน์ รุ้งแก้ว ข้าราชการบำนาญ กล่าวว่า ธรรมชาติของเด็กจะชอบเที่ยวชมสวนสัตว์มาก อีกัวน่าตัวนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการดึงดูดให้เด็กเข้ามาศึกษาเรียนรู้วิถีชีวิตของสัตว์ป่าในวันเด็กแห่งชาติ ซึ่งจะเป็นการช่วยให้เด็กมีจิตใจเมตตา และที่สำคัญคือจะทำให้เด็กมีความรักและความเมตตาต่อสัตว์ป่าอีกด้วย


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 11-01-2018 เมื่อ 15:13
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 11-01-2018
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,359
Default

อึ้ง! สหรัฐฯ หนาวจัดถึงขั้นชายหาดเป็นน้ำแข็ง เปลี่ยนจากอาบแดดเป็นเล่นสเกตแทน




เอบีซีนิวส์ - ในขณะที่สภาพอากาศหนาวสุดขั้วซึ่งปกคลุมสหรัฐฯ และแคนาดาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ก่อความทุกข์ยากในบางพื้นที่ แต่มีบางคนใช้โอกาสนี้ทำกิจกรรมบางอย่างที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้บนชายหาด นั่นคือโชว์ลีลาสเกตน้ำแข็งและเดินเล่นบนคลื่นทะเล ภาพที่เรียกกระแสความฮือฮาบนสื่อสังคมออนไลน์

สภาพอากาศอันหนาวเหน็บทำให้น้ำในมหาสมุทรกลายเป็นน้ำแข็งซึ่งแข็งแรงเพียงพอที่จะรับน้ำหนักของชาวบ้านที่ออกมาเดินเล่นริมชายหาดในรัฐแมสซาซูเซตส์และรัฐเมน

ขณะเดียวกัน ได้ปรากฏวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์อย่างยูทูป เป็นภาพเหตุการณ์ชายคนหนึ่งกำลังเล่นสเกตน้ำแข็งอยู่ติดกับมหาสมุทรเยือกแข็งบริเวณชายหาดลองแซนด์สบีช ในรัฐเมน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ

ปีเตอร์ เลกูซี เป็นผู้บันทึกวิดีโอของเหตุการณ์ดังกล่าวซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ (7 ม.ค.) ระหว่างที่เขาและภรรยาออกไปเดินเล่นริมฝั่ง

เลกูซี โพสต์เฟซบุ๊ก ด้วยความอยากรู้ชื่อเสียงเรียงนามของนักสเก็ตรายนี้ พร้อมเขียนข้อความติดตลกว่า ?ผมพยายามบอกกับทุกคนมาตลอดว่า ทุกๆ วันในรัฐเมน เป็นวันท่องเที่ยวตามชายหาด?

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ ถูกโหมกระหน่ำด้วยพายุฤดูหนาวที่นานทีจะเกิดขึ้นสักครั้ง



แอ็กคิวเวทเธอร์ บริษัทพยากรณ์สภาพอากาศ ระบุว่าพายุหิมรุนแรงเป็นผลจาก ?บอมโบเจเนซิส? (bombogenesis) หรือ ?ระเบิดสภาพอากาศ? (bomb cyclone) ซึ่งหมายถึงพายุไซโคลนความกดอากาศต่ำ ที่ปกติแล้วจะเกิดขึ้นตลอดแนวชายฝั่งด้านตะวันออกทุกช่วงฤดูหนาว เพียงแต่ครั้งนี้มีความรุนแรงมากกว่าทุกปี



สลดใจ! ออสซี่พบซาก ?โคอาลา? ถูกคนใจร้าย "ขันน็อต" ติดกับเสา




เอเอฟพี - ชาวเน็ตออสซี่ต่างเศร้าสลดใจหลังมีการแชร์ภาพซากโคอาลาถูกขันน็อตติดอยู่กับเสาในอาคารไม้หลังหนึ่งวันนี้ (11 ม.ค.) จุดกระแสประณามมนุษย์ใจบาปที่ทรมานสัตว์ไร้ทางสู้ ขณะที่บางคนตั้งคำถามว่าเจ้าหมีเคราะห์ร้ายอาจถูกตรึงทั้งที่ยังเป็นๆ อยู่หรือไม่

หน่วยคุ้มครองโคอาลาแห่งรัฐควีนส์แลนด์ (KRQ) ได้รับแจ้งเมื่อวันพุธ (10) ว่าพบโคอาลาตัวหนึ่งเกาะติดอยู่บนเสาอาคารปิกนิคที่ บรูลู พาร์ค ลุคเอาท์ ใกล้กับเมืองกิมพี (Gympie) ห่างจากบริสเบนไปทางเหนือราว 175 กิโลเมตร แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามันตายแล้ว แต่ถูกใครบางคนใช้น็อตตรึงซากเอาไว้กับเสา

?โคอาลาที่น่าสงสารตัวนี้ถูกยึดติดกับเสาด้วยน็อตที่ใช้สำหรับก่อสร้าง? KRQ แถลงผ่านเฟซบุ๊ก

?มันตายแล้ว แต่เราไม่ทราบว่ามันเป็นหรือตายขณะที่ถูกตรึงอย่างโหดเหี้ยม?

เมอร์เรย์ เชมเบอร์ส ประธาน KRQ บอกกับสถานีโทรทัศน์เอบีซีว่า ?ที่ผ่านมาเราเคยเจอโคอาลาถูกยิงบ้าง ถูกขับรถทับอย่างจงใจบ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่มีพวกจิตวิปริตจับโคอาลามาตรึงกับเสา?

?สังคมเราเป็นไปได้ขนาดนี้เชียวหรือ? มันทำให้ผมรู้สึกสะอิดสะเอียน?

เพจเฟซบุ๊กของ KRQ เต็มไปด้วยข้อความด่าทอจากชาวเน็ต ซึ่งรับไม่ได้กับการกระทำป่าเถื่อนต่อสัตว์ที่อ่อนโยนอย่างโคอาลา

?ไม่นึกเลยว่าจะมีใครต่ำทรามได้ถึงขนาดนี้? ผู้ใช้เฟซบุ๊กที่ชื่อ ทิม ซิกก์ ระบุ ขณะที่ เอลลี บันทิง บอกว่า ?สยองสุดๆ หวังว่ามนุษย์โสโครกพวกนี้จะถูกจับได้และโดนลงโทษ และไม่ใช่แค่เบาะๆ นะ?

ประชากรโคอาลาในออสเตรเลียลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา ทั้งจากการถูกบุกรุกถิ่นที่อยู่ ติดโรคระบาด ถูกสุนัขล่า และไฟป่า

จากการสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2012 พบว่ามีโคอาลาอยู่ประมาณ 330,000 ตัวทั่วออสเตรเลีย แต่เนื่องจากพวกมันมักอาศัยอยู่ตามยอดไม้ การระบุตัวเลขที่แน่นอนจึงค่อนข้างยาก



จับตา ?เทียนกง-1? สถานีอวกาศจีนจะตกสู่โลก ก.พ.-เม.ย.




ผู้เชี่ยวชาญกลศาสตร์วงโคจรจาก ?จิสด้า? เผยสถานการณ์ ?เทียนกง-1? สถานีอวกาศจีนที่จะตกสู่โลกโดยไร้การควบคุม ระบุคร่าวๆ ชิ้นส่วนจากอวกาศจะตกราวปลายเดือน ก.พ. ถึงต้นเดือน เม.ย. แต่ยังระบุชัดไม่ได้ว่าจะตกพื้นที่ไหน ต้องรอให้ลงต่ำกว่านี้ก่อน แต่ไม่น่ากังวล เพราะน่าจะตกลงพื้นน้ำที่เป็นพื้นที่มากสุด อีกทั้งในรอบ 60 ปี ยังไม่เคยมีใครได้รับอันตรายจากชิ้นส่วนอวกาศที่มนุษย์สร้างขึ้น

ดร.สิทธิพร ชาญนำสิน ผู้เชี่ยวชาญกลศาสตร์วงโคจร สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (จิสด้า) เผยถึงสถานการณ์ของเทียนกง-1 (Tiangong-1) สถานีอวกาศของจีน ที่จะตกสู่โลกโดยไร้การควบคุมให้ตก ว่า ขณะนี้สถานีอวกาศอยู่ที่ความสูง 280 กิโลเมตร ซึ่งคำนวณได้คร่าวๆ ว่า สถานีอวกาศจะตกในช่วงปลายเดือน ก.พ.- ต้น เม.ย. ซึ่งต้องรอให้สถานีอวกาศลดระดับความสูงลงมาต่ำกว่านี้จึงจะคำนวณเป็นไปได้ว่าจะตกที่ไหนในช่วงเวลาที่แคบลง หากลงมาถึงระดับ 170 - 180 กิโลเมตร ก็เริ่มคำนวณได้ว่าสถานีอวกาศจะตกลงที่ไหน

?เครื่องมือที่ใช้คาดการณ์นั้นแม่นยำแค่ล่วงหน้า 3 - 4 วัน เนื่องจากแรงเสียดทานของอากาศในแต่ละที่ไม่เท่ากัน อีกทั้งลมสุริยะที่มีผลต่อการตกของสถานีอวกาศก็มีความไม่แน่นอน? ดร.สิทธิพร อธิบาย

ส่วนแนวทางการรับมือเมื่อสถานีอวกาศจะตกใส่พื้นที่ไหนนั้น ดร.สิทธิพร ระบุว่า ต้องให้แน่ใจก่อนว่าสถานีอวกาศจะตกที่ไหน เช่น ถ้าตกที่ไทยก็ต้องได้แจ้งจากหน่วยงานนานาชาติที่ยืนยันแล้ว จากนั้นจิสด้าจะแจ้งแก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ถ้าจำเป็นต้องอพยพคนก็ต้องอพยพ ทว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าจะตกทะเล เพราะเป็นพื้นที่มากถึง 3 ใน 4 ของพื้นที่โลกทั้งหมด อีกทั้งยังไม่น่ากังวลนัก เพราะตลอด 60 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เราส่งวัตถุอวกาศที่คนสร้างขึ้น ก็ยังไม่เคยมีรายงานคนได้รับอันตรายหรือบาดเจ็บจากการตกใส่ของวัตถุเหล่านั้น และสถานีอวกาศหรือดาวเทียมที่เคยตกสู่โลกก่อนหน้านี้ก็มีขนาดใหญ่กว่าเทียนกง-1 มาก

?เมื่อ เทียนกง-1 ตกลงมาจะเหลือขนาดเพียง 40% ของขนาดเดิม และโอกาสที่จะตกใส่คนน้อยมาก คิดเป็นแค่ 1 ในล้านล้าน แต่ที่เป็นกังวลกัน เพราะว่าควบคุมการตกไม่ได้ ถึงอย่างนั้นจิสด้าก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรามีเครื่องมือติดตามว่าตอนนี้ เทียนกง-1 อยู่ตรงไหนแล้ว ซึ่งมีโอกาสที่จะตกในทะเลมากกว่า และโอกาสที่จะตกในเมืองไทยก็น้อยมาก ยิ่งโอกาสจะตกใส่คนยิ่งน้อยเข้าไปอีก? ดร.สิทธิพร ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวผู้จัดการออนไลน์

เมื้อเร็วๆ นี้ จิสด้ายังได้จัดเสวนา ?จับตาสถานการณ์ เทียนกง-1? ณ อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่ง ดร.สิทธิพร กล่าวว่า การเสวนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเน้นให้ประชาชนทราบว่า เหตุการณ์นี้ไม่น่าตื่นเต้นหรือตกใจเกินไป แต่ในกรณีแย่สุดๆ ที่สถานีอวกาศตกใส่คนนั้น ก็มีกฎหมายที่จะนำมาใช้เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ แต่โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เลวร้ายดังกล่าวนั้นน้อยมากๆ


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 11-01-2018 เมื่อ 15:10
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 11-01-2018
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 1,359
Default

ข่าวสด

ลุ้นอีกรอบเย็นนี้! ?ฝนหอบหนาว? เตรียมรับมืออุณหภูมิลดทั่วไทย-กรุงเทพฯจ่อลด 6องศา


เมื่อวันที่ 10 ม.ค. วันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า บริเวณภาคเหนือ และด้านตะวันตกของภาคกลาง จะยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นได้ ส่วนบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนลดลง หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 11-15 มกราคม 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบน จะมีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้ 4-6 องศาเซลเซียส

สำหรับบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะแผ่ปกคลุมประเทศไทยจนถึงวันที่ 15 ม.ค.นี้

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทย และทะเลอันดามัน มีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 10-15 มกราคม 2561

สำหรับพยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น.วันนี้ ถึง 12.00 น.ของวันที่ 11 ม.ค.นี้ ภาคเหนือ อากาศเย็นกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจ.แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และตาก อุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ำสุด 8-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นถึงหนาวกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ส่วนมากทางด้านตะวันตกของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 24-29 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 5-9 องศาเซลเซียส
ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


เสาร์-อาทิตย์นี้หนาวแน่! กทม.อุณหภูมิต่ำสุด 16 องศา ดอยเหนือ-อีสานเย็นสะท้าน




1.อากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ในวันที่ 11-15 มกราคม 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงโดยทั่วไปกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลงได้ 3-5 องศาเซลเซียส ส่วนบริเวณภูเขาสูงในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 4-10 องศาเซลเซียส สำหรับกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีอากาศเย็นมากที่สุดในช่วงวันที่ 13-14 มกราคม 2561 อุณหภูมิต่ำสุดประมาณ 16-18 องศาเซลเซียส จึงขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่องในระยะนี้

2.ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้และคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรง ทำให้ภาคใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปจะมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 11-15 มกราคม 2561

จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


สุดสะพรึง! จระเข้ถูกแช่แข็งจมูกโผล่ขึ้นมาผิวน้ำ ซูมใกล้ๆ ยังหายใจอยู่!!



วันที่ 10 ม.ค. เดลี่เมล์ นำเสนอคลิปธรรมชาติน่าตื่นตะลึง เมื่อจระเข้ถูกแช่แข็งในบ่อน้ำ ที่สวนบึงแชลล็อตต์ ชายหาดโอเชียน ไอเอล มลรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา ยื่นจมูกขึ้นมาเหนือพื้นน้ำแข็ง จนสังคมออนไลน์ต่างสงสัยและแทบไม่อยากเชื่อว่า มันมีชีวิตรอดในสภาพน้ำแข็งได้อย่างไร

สัตว์เลือดเย็นไม่สามารถสร้างพลังงานกักเก็บไว้ให้ร่างกายตัวเองได้ แต่ควบคุมไว้ได้ โดยเปลี่ยนสภาพแวดล้อมในการอยู่อาศัยที่เรียกว่า ?ภาวะจำศีล? สัตว์จะลดอุณหภูมิร่างกายและการสันดาปของร่างกาย (เมตาบอลิซึม) คือ การหายใจและการเต้นของหัวใจจะแผ่วเบาลง ทำให้สัตว์เลือดเย็นมีชีวิตรอดมาได้

ผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า จระเข้จะรู้โดยสัญชาตญาณว่า น้ำในบ่อจะแข็งตัวเมื่อไร โดยจะยื่นจมูกขึ้นมาเหนือผิวน้ำในช่วงเวลาที่เหมาะเจาะ และปล่อยให้น้ำกลายเป็นน้ำแข็งเกาะรอบตัวมัน

แต่ในกรณีรุนแรงจริงๆ จระเข้จะปล่อยให้ถูกแช่แข็งในผิวน้ำเป็นเวลาหลายวัน จนกระทั่งน้ำแข็งละลาย จระเข้จะปรับอุณหภูมิร่างกายของมันเอง และว่ายน้ำอย่างอิสระอีกครั้ง


คลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ โดยหลายคนตั้งคำถามว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากใครสักคนไปเดินเหยียบจระเข้แช่แข็ง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญอธิบายว่า จระเข้มีแนวโน้มจะไม่ตอบสนองใดๆ ตราบเท่าที่น้ำแข็งยังเกาะรอบตัว เพราะต้องพยายามกักเก็บพลังงานเพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายมันไว้




แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย แมลงปอ : 11-01-2018 เมื่อ 15:50
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 01:19


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2018, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger