เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 08-03-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอังคารที่ 8 มีนาคม 2554

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยและทะเลจีนใต้แล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและมีลูกเห็บตกได้ในบางพื้นที่ โดยเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนในภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนในช่วงวันที่ 8-12 มี.ค. 2554


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

อากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่กับลมกระโชกแรงในบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศา อุณหภูมิสูงสุด 35-36 องศา ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 7-10 มี.ค.บริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เข้ามาปกคลุมภาคประเทศไทยตอนบน โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อนในคืนนี้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนโดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรงและลูกเห็บตกในบางพื้นที่

ส่วนในช่วงวันที่ 11-13 มี.ค.บริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนมีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณบริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีฟ้าหลัวในตอนกลางวันและฝนจะลดลง เว้นแต่ในบริเวณภาคเหนือจะมีคลื่นกระแสลมตะวันตกเคลื่อนผ่านเข้ามาในช่วงวันที่ 12-13 มี.ค.ทำให้บริเวณภาคเหนือมีพายุฤดูร้อนโดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ลมระโชกแรง และลูกเห็บตกเกิดขึ้นได้


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 8-9 มี.ค. ประชาชนโดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ส่วนในช่วงวันที่ 12-13 มี.ค.ประชาชนในภาคเหนือให้ระมัดระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast3.jpg (60.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake.jpg (77.5 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 08-03-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default

ข่าวสด


พื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 เข้ม หวั่นไฟไหม้ ป่าพรุควนเคร็ง-จัดเจ้าหน้าที่ร่วมลาดตระเวน


นครศรีธรรมราช - จากกรณีปัญหาไฟไหม้ป่าบริเวณป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้งของทุกปี โดยเฉพาะในช่วงปี 53 ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด นายศรัญ ใจสอาด ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 (นครศรีธรรมราช) เปิดเผยว่า ขณะนี้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วย อาทิ ฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กองกำลังทหาร อาสาสมัคร ตลอดจนเจ้าหน้าที่สำนักงานป่าไม้จังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมวางมาตรการรับมือปัญหาไฟป่าที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้ง โดยเฉพาะที่บริเวณป่าพรุควนเคร็งที่ครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ชะอวด อ.หัวไทร อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียรใหญ่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช ที่มีพื้นที่กว่า 350,000 ไร่

วาง 3 มาตรการหลักๆ ดังนี้ คือ
1.มาตรการเร่งด่วน คือ ได้มีการจัดวางกำลังเจ้าหน้าที่จำนวน 7 ชุด ในแต่ละชุดมีจำนวน 10 คน ผลัดเปลี่ยนออกปฏิบัติการเกี่ยวกับการลาดตระเวน สกัดการเดินทางเข้า-ออกของประชาชนและนายทุนในกลุ่มที่อาจจะนำไปสู่การเกิดไฟป่า
2.มาตรการระยะกลาง คือ ให้มีการขุดคันดิน ตลอดจนการขุดบ่อน้ำในจุดที่มักจะเกิดไฟไหม้ป่าที่บริเวณป่าพรุควนเคร็ง ทั้งนี้ เพื่อให้มีจำนวนแหล่งน้ำที่เพียงพอต่อการควบคุมไฟป่าไม่ให้เกิดลุกลามในวงกว้างกรณีที่เกิดเหตุขึ้น และ
3.มาตรการระยะยาว ล่าสุดได้มีการร่างข้อกำหนด eia เพื่อของบประมาณจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เกี่ยวกับการจัดวางระบบน้ำ โดยจะเน้นการจัดระบบน้ำในป่า โดยเฉพาะปริมาณน้ำใต้ดินให้มีความคงที่ โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง เชื่อว่าจะสามารถแก้ปัญหาไฟไหม้ป่าได้เต็มรูปแบบ

"จากความพร้อมทำให้หายห่วง แม้ว่าปีที่แล้วจะเกิดไฟไหม้ป่าบริเวณดังกล่าวจำนวน 330 ครั้ง มีความเสียหายกินพื้นที่ไปกว่า 19,000 ไร่ นอกจากสกัดการเข้า-ออกของกลุ่มนายทุนที่มักลักลอบเผาป่าเพื่อเอาพื้นที่ปลูกปาล์มนั้น เชื่อว่าปัญหาไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งในปีนี้คงจะเกิดขึ้นบ้างเล็กน้อย จากการสะสมของใบไม้ที่ทับถมกัน ประกอบกับอากาศที่แห้งอาจจะทำให้เกิดประกายไฟขึ้น"


****************************************************


อุทยานฯใช้พรบ.ม.22 รื้อถอนปาล์มน้ำมัน

รื้อถอน- นายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นำกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าดำเนินการทำลายรื้อถอนต้นปาล์มน้ำมัน ออกไปให้พ้นอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504

พังงา - นายวัฒนา พรประเสริฐ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายปี 2553 เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาลำปี-หาดท้ายเหมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองรักษาความปลอดภัย ฐานทัพเรือพังงา ร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ในเขตอุทยานฯ ขณะตรวจถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งมีลักษณะเป็นป่าพรุ พบร่องรอยการบุกรุก ป่ามีร่องรอยการแผ้วถางลักษณะเจาะเป็นช่องเข้าไปข้างในและมีการตัดฟันต้นไม้ไปด้วยกัน กระทั่งพบกลุ่มคนจำนวน 6 คน แสดงตัวและเรียกให้หยุดการดำเนินการในพื้นที่ป่าทั้งหมด พร้อมกับควบคุมตัวและตรวจยึดอุปกรณ์กระทำผิด ซึ่งมีต้นกล้าปาล์มน้ำมันจำนวน 110 ถุง ผู้ต้องหาทั้งหมดขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินคดีในชั้นศาล ต่อมาอุทยานฯออกคำสั่งให้รื้อถอนต้นปาล์มน้ำมันที่ปลูกลงในพื้นที่บุกรุกออกให้หมด

ด้านนายสุรินทร์ เพชรสังข์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา กล่าวว่า ปัจจุบันเนื่องจากราคายางพาราและปาล์มน้ำมันมีราคาสูงขึ้นมาก ทำให้มีประชาชนเข้าไปบุกรุกที่ดินสาธารณะ โดยเฉพาะในเขตอุทยานแห่งชาติต่างๆ ลักลอบแผ้วถางและตัดไม้ทำลายป่ากันเป็นจำนวนมาก มีมาตรการในการระงับยับยั้งผู้บุกรุกแผ้วถางป่าเหล่านี้พร้อมกับติดประกาศในพื้นที่ที่ได้จับกุมดำเนินคดีไปแล้ว และจัดทำโครงการเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกบุกรุกให้กลับคืนเป็นผืนป่าอีกครั้ง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 08-03-2011
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,301
Default

คม ชัด ลึก


ภูเขาไฟฮาวายระเบิดถี่ที่สุดลูกหนึ่งในโลก



ภูเขาไฟในฮาวายที่ระเบิดถี่ที่สุดลูกหนึ่งในโลก ปะทุพ่นลาวา สร้างความตื่นเต้นแก่นักวิทยาศาสตร์

นักวิทยาศาสตร์ ที่เข้าไปสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของภูเขาไฟคิลาเว (Kilauea) ทางตะวันตกของเมือง ปูอู โอโอ ภายในอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟของฮาวาย ที่ได้ชื่อว่า เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีการระเบิดถี่ที่สุดลูกหนึ่งของโลก เปิดเผยว่า ได้เกิดรอยแยกที่ปากปล่องภูเขาไฟ ก่อนที่ปล่องภูเขาไฟจะพังลงมา ส่งผลให้ลาวาพุ่งขึ้นไปในอากาศด้วยความสูง 65 ฟุต หรือ 20 เมตร

วนอุทยานแห่งชาติภูเขาไฟฮาวาย มีอายุมากกว่า 70 ล้านปี ส่วนยอดของภูเขาไฟคิลาเว อยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 4 พันฟุต มีสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรวดเร็ว และยังมีการเคลื่อนไหวที่พร้อมจะระเบิดได้ตลอดเวลา

ผู้เชี่ยวชาญด้านภูเขาไฟระบุว่า การเฝ้าจับตาการระเบิดของภูเขาไฟคาลาเว เป็นประสบการณ์ที่ถือเป็นสุดยอดของความตื่นเต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าเป็นการเฝ้าจับตามาตั้งแต่ภูเขาไฟเริ่มปะทุอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม ปี 2526

เมื่อวันเสาร์ ปริมาณลาวาที่พวยพุ่งขึ้นไปบนยอดปล่องภูเขาไฟได้ลดลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะค่อยๆช้าลงเมื่อวันอาทิตย์ ส่งผลบให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ 150 ครั้ง บริเวณรอบภูเขาไฟคิลาเวตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา นักวิทยาศาสตร์ในพื้นที่ ได้เห็นการประทุและการพังถล่มของปล่องภูเขาไฟอย่างไม่คาดฝัน ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่ต้องการไปดูปรากฎการณ์ครั้งนี้หรือผู้ที่สัญจรผ่านไป-มา โดยเฉพาะอันตรายจากก๊าซ ซัลเฟอร์ ไดอ๊อกไซด์ และก๊าซอื่นๆ รวมถึงฝุ่นผงที่พวยพุ่งขึ้นจากปากปล่องภูเขาไฟเป็นระยะทางถึง 800 เมตร ซึ่งเมื่อสิ่งเหล่านี้ ทำปฏิกิริยากับอ๊อกซิเจนและความชื้นในอากาศภายใต้แสงอาทิตย์ จะเกิดเป็นหมอกชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า หมอกควันภูเขาไฟ หรือ ว็อก

ซึ่งเป็นคำที่นิยมใช้ในแถบหมู่เกาะฮาวาย นับตั้งแต่ภูเขาไฟคีลาเวปะทุขึ้นอย่างต่อเนื่อง และบ่อยครั้งที่หมอกภูเขาไฟนี้ สร้างปัญหามลพิษในอากาศ เนื่องจากก่อให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดอาการแสบคอและหายใจไม่สะดวก


__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 18:43


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger