เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2557

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ในช่วงวันที่ 28 ธันวาคม 2557 - 1 มกราคม 2558 มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังคงมีฝนกระจายและมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสมไว้ด้วย

ส่วนบริเวณอ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นลมแรง โดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปควรงดออกจากฝั่ง

สำหรับบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งได้แผ่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ ลักษณะเช่นนี้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศเย็นลงกับมีลมแรง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีเมฆเป็นส่วนมากกับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2557- 2 ม.ค. 2558 บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนจะแผ่เสริมลงมามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณดังกล่าวอากาศเย็นลงกับมีลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 4-6 องศาเซลเซียส สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมภาคใต้ และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนเพิ่มขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร

อนึ่ง สำหรับในช่วงเทศกาลปีใหม่ (วันที่ 31 ธ.ค. 2557 – 2 ม.ค. 2558) ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศา โดยจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า 15 องศา ในบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนบริเวณยอดเขาสูงจะมีน้ำค้างแข็งเกิดขึ้นในบางพื้นที่


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 28 ธ.ค.-2 ม.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนขอให้รักษาสุขภาพ เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลงไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 28 ธ.ค. 2557- 1 ม.ค. 2558 ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และปริมาณฝนตกสะสม กับขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งขอให้ระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง สำหรับชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast2_01.jpg (32.9 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Sattelite.jpg (75.5 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Preesure-Map.jpg (112.1 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Wave.jpg (118.8 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย สายน้ำ : 28-12-2014 เมื่อ 06:45
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default

ไทยรัฐ


พบ 'วาฬบรูด้า' หนักกว่า 500 กก. ตายเกยหาดที่ชุมพร



จนท.ตรวจสอบ ซาก 'วาฬบรูด้า' อายุประมาณ 3 ปี หนักกว่า 500 กก. หลังตายเกยหาดตะวันฉาย ที่ชุมพร คาดพลัดหลงกับแม่ แล้วมาติดอวนชาวบ้าน ขณะที่ประมงอำเภอห่วง เนื่องจากปัจจุบันจำนวนวาฬ ลดลงเรื่อยๆ ...

เมื่อเวลา 00.20 น. วันที่ 28 ธ.ค.57 น.ส.ราตรี จันทร์รัตน์ ประมงอำเภอละแม จ.ชุมพร รับแจ้ง จาก นายธีระพงศ์ ตุ้นด่าน สารวัตรกำนัน ต.ละแม ว่ามีชาวประมงพื้นบ้านพบ ลูกวาฬบรูด้า ขนาดใหญ่ ลอยมาเกยตื้น หายใจรวยริน อยู่บริเวณชายหาดตะวันฉาย หมู่ที่ 3 ต.ละแม อ.ละแม จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ละแม และ หน่วยกู้ภัยสมาคมพุทธประทีปเขตละแม เกือบ 10 คน รุดไปตรวจสอบ

บริเวณชายหาด พบลูกวาฬบรูด้า อายุประมาณ 3 ปี ลำตัวยาวประมาณ 5 เมตร น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 500 กก. เกยตื้นอยู่ที่ชายหาด เจ้าหน้าที่ประมงอำเภอละแม ทำการตรวจสอบและให้การช่วยเหลือเบื้องต้นพบว่า ลูกวาฬบรูด้า ตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตลงก่อนหน้าที่เจ้าหน้าที่จะมาถึงเพียงไม่กี่นาที ตรวจสอบตามลำตัวและส่วนหางของลูกวาฬบรูด้า พบมีแผลบาดแผลหลายแห่ง หน่วยกู้ภัยจึงช่วยกันนำขึ้นมาไว้บนฝั่ง


จนท.เตรียมนำซากวาฬบรูด้า ไปพิสูจน์ เพื่อหาสาเหตุการตาย

ด้าน นางราตรี เผยว่า เป็นเรื่องที่น่าสลดใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ลูกวาฬบรูด้า ตัวดังกล่าวเสียชีวิตลง เพราะเนื่องจากปัจจุบันจำนวน วาฬบรูด้า ได้ลดลงเรื่อยๆ และหากวาฬบรูด้า ตัวเต็มวัยจะมีน้ำหนักมากถึง 25,000 กก. และมีอายุยืนถึง 25 ปี เบื้องต้น ได้ประสานงานไปยังเจ้าหน้าที่ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3(ชุมพร) ให้รับทราบแล้ว โดยจะส่งเจ้าหน้าที่มารับซากลูกวาฬบรูด้าตัวดังกล่าวไปทำการผ่าพิสูจน์ซาก เพื่อตรวจสอบหาข้อมูลทางวิชาการ รวมถึงแหล่งที่มา และชันสูตร หาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง

เบื้องต้นจะได้นำน้ำแข็งและพลาสติกมาห่อตัวลูกวาฬบรูด้าตัวดังกล่าวไว้ก่อนเพื่อทำการรักษาซาก ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต เบื้องต้นสันนิษฐานว่า ลูกวาฬบรูด้า อาจจะพลัดหลงกับแม่ แล้วถูกคลื่นซัดเข้ามาใกล้ฝั่ง และติดอวนของชาวประมง จึงได้พยายามดิ้นเพื่อช่วยตัวเอง จนหมดแรงและเสียชีวิตในที่สุด.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default

ไทยรัฐ


เครื่องถ้วยจากทะเล ......................... คัมภีร์จากแผ่นดิน



ในคำนำ หนังสือโบราณคดีสีคราม (2) เครื่องถ้วยจากทะเล โครงการโบราณคดีใต้น้ำ ฝ่ายวิชาการโบราณคดี กองโบราณคดี กรมศิลปากร (1 ม.ค.2533) นายทวีศักดิ์ เสนาณรงค์ อธิบดีกรมศิลปากร เขียนไว้ว่า

เครื่องถ้วย หรือเครื่องปั้นดินเผา เป็นหลักฐานทางโบราณคดี ที่คงทนกว่าหลักฐานอื่น อีกหลายประเภท ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่แห้งแล้ง ชื้นแฉะ เป็นกรดเป็นด่าง ในแม่น้ำลำคลองหรือในทะเล

เครื่องถ้วยที่พบบนบก มักเป็นชิ้นแตกหัก ที่ทิ้งเป็นขยะไว้ข้างๆที่อยู่อาศัย ที่อยู่ในสภาพดีในหลุมฝังศพ หรือที่บรรจุไว้ในศาสนสถาน มีอยู่เป็นจำนวนน้อยมาก

เมื่อเทียบกับที่พบในแม่น้ำลำคลอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามแหล่งเรือจมในทะเล เพราะส่วนมากเป็นตัวสินค้าที่อยู่ในระหว่างการขนส่ง แล้วเรือมาอับปางเสียก่อน

เครื่องถ้วยที่พบตามแหล่งเรือจมในทะเล เป็นของสภาพดี มีหลายประเภท และมีเป็นจำนวนมาก นักสะสมจึงแย่งกันซื้อหา จนธุรกิจล่าสมบัติเติบโตขึ้น ถึงขนาดร่วมกันดำเนินการข้ามประเทศ

แหล่งเรือจมเกือบทุกแห่งในอ่าวไทย ที่โครงการโบราณคดีใต้น้ำดำเนินการสำรวจและ ขุดค้นมาตั้งแต่ พ.ศ.2518 ถูกลักลอบขุดหาของขึ้นไปขาย แหล่งเรือถูกระเบิดทำลายจนเสียหาย ไม่สามารถป้องกันได้เลย

แม้หลักฐานเหลืออยู่ไม่เท่าที่เคยมีในเรือแต่ละลำ โครงการโบราณคดีใต้น้ำ ในฝ่ายวิชาการก็ได้กู้เอาโบราณวัตถุต่างๆขึ้นมาศึกษา

ต่อไปนี้ เป็นเนื้อหาเครื่องถ้วยทะเล...ในเล่ม...บางตอน

ประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลรวมราว 2,700 กิโลเมตร เปิดออกสู่ทะเลกว้าง ตามชายฝั่งทะเลหลายแห่งจึงเป็นเมืองท่า แหล่งค้าขายของพ่อค้าวาณิชย์ เป็นที่หมายปลายทางของนักเดินเรือ ที่มุ่งเข้ามาแวะพัก ซื้อน้ำจืด ซื้อเสบียงอาหารเพิ่มเติม

ที่สำคัญที่สุด คือการแวะขายและซื้อสินค้าตามเมืองท่าต่างๆ

การเดินทางติดต่อค้าขายทางเรือ เป็นปัจจัยก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนสินค้า แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม เทคโนโลยี ศาสนา และในที่สุดก็มีการเปลี่ยนถิ่นที่อยู่อาศัย ทำให้เกิดการผสมผสานทางเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ของคนต่างถิ่น และคนพื้นถิ่น

น่านน้ำไทยเป็นแหล่งสัญจร เป็นเส้นทางเดินเรือของคนหลายหมู่ หลายเชื้อชาติเผ่าพันธุ์ และหลากวัฒนธรรม

ราวพุทธศตวรรษที่ 19-24 เป็นระยะที่การเดินเรือเพื่อการค้าในน่านน้ำทะเลไทย เป็นไปอย่างคึกคักและคับคั่ง มีเรือจากภูมิภาคต่างๆแวะเวียนเข้ามา และมีเรือออกไปจากน่านน้ำไทยจำนวนมาก

เรือประเภทสำคัญที่มีบทบาทมากในการนำเอาสินค้าจากแดนไกล เข้ามาสู่ผืนแผ่นดินประเทศไทย และนำเอาสินค้าจากประเทศไทยออกไปสู่ดินแดนอื่นๆ ทั้งไกลและใกล้ คือเรือเดินทางในตระกูลสำเภา ซึ่งเป็นเรือของโลกตะวันออก เช่น จีน ญี่ปุ่น และเอเชียอาคเนย์

กับเรือในตระกูล “กำปั่น” ซึ่งมีกำเนิดจากโลกตะวันตก โดยเฉพาะยุโรป

ยังอาจจะมีเรือในกลุ่มเปราฮู จากหมู่เกาะอินโดนีเซีย และเรือแบบโธว์ จากแถบเปอร์เซีย อาหรับ และอินเดีย เข้ามามีบทบาทบ้าง

สินค้าสำคัญที่ส่งไปจากแถบเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะจากสยาม หรือกรุงศรีอยุธยา และกรุงเทพฯ ได้แก่ของป่า เช่น ไม้หอม ครั่ง เครื่องเทศบางชนิด หนังสัตว์ ข้าว ตะกั่ว น้ำตาล

และเครื่องถ้วยชาม

สินค้าขาเข้า ที่เรือบรรทุกผ่านน่านน้ำไทยไปยังถิ่นอื่น ได้แก่ เครื่องถ้วยจากจีน เวียดนาม ญี่ปุ่น ผ้าแพรพรรณ ผ้าไหม เครื่องภาชนะโลหะ และอาวุธปืนจากยุโรป

การเดินทางทางเรือส่วนมากประสบความสำเร็จ แต่มีเรือจำนวนไม่น้อย ที่การเดินทางล้มเหลว ประสบภัยพิบัติอับปาง ณ ที่ใดที่หนึ่ง ทำให้สินค้า ข้าวของต่างๆ จมสูญไปกับเรือ

น่านน้ำไทยเป็นย่านหนึ่งที่มีเรือจำนวนมากล่มจม เหลือร่องรอยและซากเรือ และโบราณวัตถุไว้ให้ศึกษาจำนวนมาก

ตั้งแต่ต้นปี พ.ศ.2517 มีการสำรวจและขุดค้นแหล่งเรือจม กู้เอาโบราณวัตถุประเภทเครื่องถ้วยขึ้นมาศึกษาและเก็บรักษาใน 25 แห่ง มีแหล่งที่พบเครื่องถ้วย 19 แห่ง

มีเครื่องถ้วยเป็นตัวอย่างในการศึกษาราว 1 หมื่นชิ้น ประกอบด้วย เครื่องถ้วยไทย เครื่องถ้วยจีน เครื่องถ้วยเวียดนาม หรืออันนัม อายุสมัยตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 19–24

เครื่องถ้วยบางชนิดเป็นสินค้า บางกลุ่มเป็นภาชนะที่ใช้ในการหุงต้ม บรรจุอาหารแห้ง น้ำ ข้าวสาร ข้าวเปลือก

เครื่องถ้วยที่นำมาเป็นภาพประกอบชิ้นนี้...ชุดความรู้จากนักวิชาการ เรียกว่า ขวดสองหูทรงมะละกอ ขนาดใหญ่ รูปทรงคล้ายลูกมะละกอ คอสั้นแคบมาก ปากบานออก ขอบปากแบออก ไหล่ลาดลงสู่ส่วนกว้างของตัวช่วงล่าง ก้นแบนเรียบ ไม่มีขอบฐานตรงรอยต่อของคอกับไหล่

มีหูปั้นแปะเป็นห่วงตามแนวตั้ง ปล่อยชายหูด้านล่างแปะยาวแนบตัวขวดลงไปถึงเกือบกึ่งกลางของความสูง เนื้อดินหยาบแกร่งมาก สีเทา สีเทาแกมชมพู ไม่เคลือบผิว

พบในแหล่งเรือสีชัง 1 เรือสีชัง 3

แต่เครื่องถ้วยชิ้นนี้ มีส่วนล่างผายออกมา สัณฐานไม่กลมเหมือนมะละกอแต่ออกไปทางแป้น...นักเล่นเครื่องถ้วยรุ่นใหม่ เรียกกันอีกชื่อว่า ทรงลูกแพร์ เครื่องถ้วยรูปทรงนี้มีน้อยมาก

ผู้รู้ชี้ว่า เป็นเครื่องถ้วยจากแหล่งเตา แม่น้ำน้อย ต.เชิงกลัด อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default

เดลินิวส์


ภูเขาไฟระเบิดในเม็กซิโก



ภูเขาไฟโปโปคาเตเปลต์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี้ ประเทศเม็กซิโก เกิดปะทุขึ้นมาอีกครั้ง พ่นกลุ่มควัน แก๊ส และ เถ้าละอองขึ้นไปในอากาศสูงถึง 3.5 กม.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเม็กซิโกซิตี้ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่28ธ.ค.ว่า ศูนย์เพื่อป้องกันภัยพิบัติแห่งชาติของเม็กซิโกแจ้งว่า ภูเขาไฟโปโปคาเตเปลต์ได้เกิดปะทุขึ้นมาอีกครั้งเมื่อบ่ายวันศุกร์ที่ผ่านมาพ่นกลุ่มควัน แก๊ส และ เถ้าละอองลอยขึ้นไปในอากาศสูงถึง3.5กม.แต่ปริมาณนั้นถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง

ภูเขาไฟโปโปคาเตเปลต์จัดว่าเป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่และสูงสุดเป็นอันดับสองของเม็กซิโกตั้งอยู่ห่าง 72กม.ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงเม็กซิโกซิตี้และใกล้กับรัฐมอเรโลส,ปวยบลา และเม็กซิโก

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default

มติชน


เขาใหญ่ปรับนักเที่ยวให้อาหารลิง อุทยานปางสีดาเผยผีเสื้อกินปลาร้า



เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม นายครรชิต ศรีนพวรรณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า อยากให้นักท่องเที่ยวทุกคนปฏิบัติคือ การเคารพกฎกติกาภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการให้อาหารสัตว์ ต้องขอร้องเลยว่า ขอให้ใจแข็งสักนิดเรื่องการให้อาหารสัตว์ ทั้งลิงและกวาง โดยเฉพาะลิงนั้น การที่คนให้อาหารจนกลายเป็นลิงนิสัยไม่ดีมารอรับแต่อาหารจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ในป่ามีอาหารให้กินมากมาย ที่ผ่านมาพยายามเคร่งครัด หากเห็นนักท่องเที่ยวคนไหนให้อาหาร จะปรับทันที ตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไป แม้ปริมาณการให้อาหารสัตว์จะน้อยลง แต่ยอมรับว่าเมื่อลับหูลับตาเจ้าหน้าที่ ก็ยังคงมีการให้อาหารสัตว์อยู่ โดยตลอดช่วงเดือนตุลาคม 2556-พฤศจิกายน 2557 เราสามารถเก็บเงินค่าปรับจากนักท่องเที่ยวได้เงินถึง 92,000 เลยทีเดียว เฉพาะเดือนพฤศจิกายนได้มากถึง 17,000 บาท" นายครรชิตกล่าว



นายนุวรรต ลีลาพตะ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติปางสีดา กล่าวว่า อุทยานแห่งชาติปางสีดาเป็นพื้นที่ที่มีผีเสื้อหลากหลายชนิดและชุกชุมที่สุดในประเทศไทย เป็นผีเสื้อ ที่เป็นที่รู้จัก หรือได้รับการตั้งชื่อจากนักวิทยาศาสตร์แล้วประมาณ 450 ชนิด อีก 50 ชนิด ยังไม่ได้ตั้งชื่อ และอยู่ระหว่างการค้นคว้า น้อยคนที่จะรู้ว่าเบื้องหลังความงดงามของผีเสื้อในอุทยานแห่งชาติปางสีดา คือการกินอาหารเสริมหรือเกลือแร่ อาหารหลักของผีเสื้อคือน้ำหวานจากดอกไม้ ซึ่งทุกๆ 3 วัน เจ้าหน้าที่จะต้องเอาอาหารที่มีเกลือคือ น้ำปลาร้า ไปราดเอาไว้ตามโป่ง เพื่อให้ผีเสื้อมากิน ต้องใช้น้ำปลาร้าประมาณ 3-5 กิโลกรัม ผสมกับน้ำ แล้วน้ำไปราดไว้ตามโป่งผีเสื้อทุกๆ โป่ง ผีเสื้อก็จะลงมากิน สังเกตว่าจุดไหนที่ราดน้ำปลาร้า ผีเสื้อจะลงมาเกาะกินมาก ก่อนหน้าเคยเอาน้ำเกลือไปราด พบว่าผีเสื้อมาเกาะไม่มากเท่ากับน้ำปลาร้า โดยอุทยานฯจะต้องซื้อน้ำปลาร้ามาให้ผีเสื้อเดือนละ 4,000 บาท หรือปีละ 48,000 บาท กำลังหารือกับนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเรื่องผีเสื้อของอุทยานฯอยู่ว่า จะตั้งกองทุนผีเสื้อเพื่อหาเงินมาซื้อปลาร้าให้ผีเสื้อกิน

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 28-12-2014
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 25,288
Default

ข่าวสด


สุราษฎร์ธานีเจอเต่าตนุยักษ์



เมื่อวันที่ 27 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านคลองราง หมู่ที่ 2 ต.ลีเล็ด อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี บ้านของนายประเสริฐ ชัญจุกรณ์ กำนันตำบลลีเล็ด พบเต่าทะเลขนาดใหญ่ซึ่งกำนันได้นำมาจากชาวประมงพื้นบ้าน ที่ได้มาขณะกำลังออกเรือหาปลาก็พบเต่าตัวดังกล่าวว่ายน้ำอยู่ในบริเวณใกล้แนวป่าชายเลน จึงช่วยกันนำขึ้นเรือ และแจ้งให้กำนันประเสริฐทราบ หลังจากนั้นกำนันจึงประสานไปยังศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จังหวัดชุมพร ให้มาตรวจสอบ

นายสุเทพ เจือละออง ผู้อำนวยการศูนย์ และคณะเดินทางมาตรวจสอบในเบื้องต้นระบุว่า เป็นเต่าตนุเพศเมียและเป็นสัตว์สงวน ไม่พบไมโครชิพฝังอยู่ในตัว อายุประมาณ 25-30 ปี น้ำหนักประมาณ 70-80 กิโลกรัม ส่วนหัวมีแผลเล็กน้อย ขนาดลำตัวยาว 85.5 เซนติเมตร กว้าง 80.5 เซนติเมตร โดยรวมสุขภาพแข็งแรง สันนิษฐานว่าสาเหตุที่เข้ามาอยู่ในบริเวณดังกล่าวอาจเป็นผลมาจากสภาพอากาศที่แปรปรวนและคลื่นลมแรง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำไปตรวจให้ละเอียดว่ามีโรคแทรกซ้อนหรือไม่ หากอยู่ในสภาพสมบูรณ์แข็งแรงก็จะทำประวัติก่อนปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติต่อไป อย่างไรก็ตาม ศูนย์มีการสร้างเครือข่ายระหว่างชุมชนและสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันอนุรักษ์สัตว์สงวนไม่ให้โดนล่า อันจะส่งผลดีต่อระบบนิเวศ

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +7 และเวลาในขณะนี้คือ 16:51


vBulletin รุ่น 3.8.10
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2020, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger