เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 01-09-2010
เด็กน้อย เด็กน้อย is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: Aug 2009
ข้อความ: 865
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพุธที่ 1 กันยายน 2553

กรมอุตุนิยมวิทยา

สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออก เฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบ างแห่ง จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยตามที่ลาดเชิงเขาใ กล้ทางน้ำไหลผ่านโดยเฉพาะในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังต้องระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ที่เกิดขึ้นได้ในระยะนี้
อนึ่ง สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปประเทศจีนด้านตะวันออก ฮ่องกง และ ไต้หวัน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางเนื่องจากมีพายุโซ นร้อน“ไลออนร็อก“ (lionrock) และพายุดีเปรสชัน “น้ำเทิน” (namtheun) อยู่ใกล้บริเวณดังกล่าว

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25 องศา สูงสุด 34 องศา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

คาดหมาย

คาดหมาย ในช่วงวันที่ 1-4 ก.ย. ร่องมรสุมพาดจะเลื่อนลงมาผ่านตอนกลางของประเทศไทยและ มีกำลังแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนชุกหนาแน่นต่อเ นื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ต่อจากนั้นร่องมรสุมจะอ่อนกำลังลงทำให้ฝนลดลง ส่วนมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังปานกลางพัดปกคลุมทะเลอ ันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยตลอดช่วง
สำหรับ พายุโซนร้อน “ไลออนร็อก (lionrock)” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีแนวโน้มจะเคลื่อนขึ้นทางด้านตะวันออกเฉียงใต้ของปร ะเทศจีนประมาณในวันที่ 1 ก.ย. พายุนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย

ข้อควรระวัง

ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณพื้นที่ลาด เชิงเขา ที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำ ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน ของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง และภาคตะวันออก ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในระยะนี้
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg FC010910.JPG (21.7 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg EQ010910.JPG (48.0 KB, 0 views)
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 01-09-2010
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 998
Default

เดลินิวส์

น้ำป่าทะลักพื้นที่เกษตรเชียงใหม่เสียหายยับ



น้ำป่าไหลหลากทำลายพื้นที่การเกษตรเชียงใหม่หลายพื้น ที่ ปภ.เฝ้าระวังตั้งศูนย์อำนวยการเคลื่อนที่เร็ว

วันนี้ 1 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 00.45 น. ฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ ได้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร และรีสอร์ตหลายแห่งในพื้นที่บ้านปงใต้ อ.หางดง จ.เชียงใหม่ โดยมีปริมาณน้ำที่สูงขึ้นในลำน้ำหลายสายไหลเฉี่ยวกรา ด ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และชาวบ้านในพื้นที่ออกมาเฝ้าระวังเหตุดังกล่าวอย่าง ต่อเนื่อง เพราะพื้นที่ดังกล่าว เคยถูกน้ำไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนมาแล้ว นอกจากนี้ ยังเกิดน้ำเอ่อล้นบริเวณคันคลองชลประทานด้านหลังศูนย ์ราชการ และศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ติดตามเหตุดังกล่าวเป็ นระยะ

นายประจญ ปรัชญ์สกุล หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชี ยงใหม่ เปิดเผยว่า จากเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมาได้รับรายงานว่า มีน้ำป่าที่ไหลหลากมาตามลำน้ำแม่ตาช้างที่ไหลมาจากดอ ยสุเทพ โดยเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชนบางส่วน โดยไหลไปท่วมถนนสายหลักเชียงใหม่-ฮอด บริเวณหน้าหมู่บ้านท้าวบุญเรือง ต.บ้านแหวน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนวิ่งรถสัญจรไปมาได้เพียงเลนเดียว นอกจากนี้ ยังมีน้ำไหลเอ่อท่วมบ้านเรือนประชาชนบางส่วนบริเวณบ้ านตองกาย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และเขตติดต่อพื้นที่ ต.แม่เหียะ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นไหลมาตามคันคลองชลประทาน โดยทางจังหวัดเชียงใหม่ได้ให้อำเภอหางดงตั้งศูนย์เฉพ าะกิจ เพื่อประสานงานเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมีเจ้าหน้าที่ และมิสเตอร์เตือนภัยที่อบรมมาแล้วคอยเฝ้าระวังอยู่ หากเผชิญเหตุรุนแรงทางจังหวัดเชียงใหม่ก็จะส่งเจ้าหน ้าที่ พร้อมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าช่วยเหลือทันที.



แนวพระราชดำรินำขยะผลิตไฟฟ้า

ประสบผลสำเร็จครั้งแรกในโลก



จากแนวพระราชดำริใน พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว พระราชทานไว้ในงานนิทรรศการอุทยานวิจัยและงานเกษตรแห ่งชาติ ประจำปี 2538 เกี่ยวกับการกำจัดขยะแบบครบวงจร ก่อเกิดเป็นแรงผลักดันให้เกิดการพัฒนาไม่หยุดยั้งจนไ ด้องค์ความรู้มากมาย หนึ่งในนั้นเป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากความร่วมมือของ ม.เกษตรศาสตร์ และ บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด เกิดประโยชน์มหาศาลทั้งการผลิตกระแสไฟฟ้าจากขยะ และยังสามารถนำดินมาหมุนเวียนในการฝังกลบขยะได้อย่าง ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยไม่เปลืองทรัพยากรที่ดิน ทั้งนี้ทั้งสองหน่วยงานได้จัดสัมมนาเผยแพร่องค์ความร ู้ดังกล่าวในงาน “การจัดการขยะแบบครบวงจรตามแนวพระ ราชดำริ” เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยมี นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี และนายกสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นประธานในงาน ที่ห้องแซฟไฟร์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

นายอำพล เสนาณรงค์ กล่าวว่า เมื่อปี 2538 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พร้อมด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงเปิดงานวันเกษตรแห่งชาติและทอดพระเนตรนิทรรศการขอ งหน่วยงาน ต่าง ๆ เมื่อทรงพระดำเนินถึงนิทรรศการศูนย์ปฏิบัติการวิศวกร รมพลังงานและสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ทรงสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับโครงการผลิตแก๊สจากขยะ และได้พระราชทานแนวพระราชดำริในส่วนการใช้ประโยชน์จา กแก๊ส ตลอดจนการบำบัดและใช้ประโยชน์จากขยะในพื้นที่ฝังกลบ และพระราชประสงค์ให้โครงการนี้ดำเนินไปอย่างรวดเร็วแ ละจริงจัง ในการนี้ได้พระราชทานเงิน 1 ล้านบาท จากมูลนิธิชัยพัฒนาให้แก่คณะทำงาน เพื่อดำเนินการในรูปแบบของ “กองทุนบำบัดและใช้ประโยชน์จากขยะ”

“โครงการนี้เป็นเรื่องใหม่ของประเทศมีอุปสรรคมา กมาย คณะทำงานนักวิชาการได้ศึกษาหาความรู้และดูงานในต่างป ระเทศ และดำเนินงาน เรื่อยมาตลอดเวลา 15 ปี ประสบปัญหามากมายทั้งในด้านวิศวกรรมศาสตร์ สังคมศาสตร์ และ บริหารจัดการ อาทิ แก๊สเป็นพิษ น้ำปนเปื้อน ฯลฯ กระทั่งปี 2552 จึงประสบความสำเร็จ สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 480,080 ยูนิต โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามความคืบหน้าโครงการตลอดเวลา ด้วยแนวพระราชดำริเสมือนเป็นไม้ขีดไฟก้านแรกที่จุดปร ะกายการพัฒนานี้ ทำให้มีการนำที่ดินมาหมุนเวียนเพื่อใช้ในการฝังกลบขย ะ ทำให้เรามีพื้นที่กำจัดขยะต่อเนื่องถาวร ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก จึงเป็นครั้งแรกของโลก แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถเป็นเลิศ” นายอำพลกล่าว

ด้านประธานที่ปรึกษา บริษัท กลุ่ม 79 จำกัด นายไชย ยศ สะสมทรัพย์ ผู้สนับสนุนพื้นที่การศึกษา กล่าวว่า เพราะความสุขคือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ชีวิตอยู่กับขยะทุกวัน อยู่กับสิ่งที่ทุกคนรังเกียจ ถ้าปราศจาก ความพึงพอใจความภูมิใจสุขใจ ทำไม่ได้ เครื่องจักรที่มีมาตรฐาน แค่ไหนจากภายนอก แต่ถ้าใจอ่อนแอก็ไม่มีทางสำเร็จ เมื่อ ตนมีโอกาสทำให้สิ่งไร้ค่าอย่าง “ขยะ” ให้มีคุณค่าขึ้นมา และต่อยอดจนกลายเป็นไฟฟ้า ซึ่งอาจจะเป็นแหล่งพลังงานทดแทนในอนาคต อีกทั้งได้เดินตามรอยพระราชดำริในการจัดการขยะแบบครบ วงจร ทำให้ประเทศชาติได้รับประโยชน์มากมายในทุก ๆ ด้าน

นอกจากนี้ยังมีการประสานงานกับท้องถิ่นให้สอดคล้องกั บพระราชดำรัส “เข้าใจ-เข้าถึง-พัฒนา” โดยเปิดโอกาสให้ชาวกำแพงแสนซึ่งเป็นพื้นที่ก่อตั้งบ่ อฝังกลบขยะ และชาว บ้านทุกตำบลพร้อมผู้นำท้องถิ่นหมุนเวียนมา เดินรอบบ่อฝังกลบในช่วงเช้าตรู่ผ่านกิจกรรม “เสาร์สุขภาพ” ทุกวันเสาร์ที่ 2 ของเดือน เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดทัศนคติร่วมกัน ทำให้ชาวบ้านเข้าใจกระบวนการทำงาน เข้าถึงด้วยการได้เห็นและสัมผัส และเกิดการพัฒนาในพื้นที่และได้ประโยชน์ร่วมกัน.
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 01-09-2010
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 998
Default

ไทยรัฐ


20ปีแห่งการจากไปของคนดี ที่จะอยู่ในใจคนไทยเสมอ


ปีที่ 20 ในการจากไปของนักอนุรักษ์ และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรมชาติคนสำคัญของไทย "สืบ นาคะเสถียร" อดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จ.อุทัยธานี เขามีบทบาทและชื่อเสียง จากการทำงานอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ และสัตว์ป่า และเขาก็จบชีวิตตัวเองลงที่ผืนป่าแห่งเดียวกันนี้ เพื่อสร้างกระแสการรักป่าให้เกิดขึ้น

ชื่อของ "สืบ นาคะเสถียร" เริ่มจางหายไปตามกาลเวลา เด็กวัยรุ่นยุคใหม่กว่า 90% ไม่รู้จักชื่อ และตัวตนของเขาว่าเป็นใคร มาจากไหน ทำอะไร มีเพียง 10% ที่รู้จักชื่อของเขา และในจำนวนนั้นก็มีเพียง 5% ที่รู้เขาเป็นใคร และทำอะไร นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร เผยว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่คนรุ่นนี้จะไม่รู้จัก "สืบ" แล้ว เพราะเขาเสียชีวิตไปนาน ดังนั้นคนที่รู้จักเขาจะเป็นคนที่มีอายุรุ่นราว 30 ปีขึ้นไป การจำได้หรือไม่ว่า "สืบ" เป็นใครไม่ใช่เรื่องสำคัญ เท่ากับการที่ทุกคนจะได้มีโอกาสทำตามในสิ่งที่ "สืบ" ต้องการให้เป็น คือ การดูแลอนุรักษ์ธรรมชาติ ปัจจุบันประชาชนทั่วประเทศให้ความสนใจกันมาก ถือว่า สิ่งที่ "สืบ" ได้พยายามทำนั้นประสบความสำเร็จแล้ว

"สืบ" หรือ "สืบยศ" ในวัยเยาว์ เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2492 เป็นคนปราจีนบุรี บุตรของ นายสลับ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และนางบุญเยี่ยม สืบมีพี่น้องทั้งหมด 3 คน บุคลิกประจำตัว คือ เมื่อเขาสนใจหรือตั้งใจทำอะไรแล้วก็จะมีความมุ่งมั่น ตั้งใจทำอย่างจริงจังจนประสบความสำเร็จ ยามว่างจากภารกิจต่างๆ นจะออกท่องเที่ยวไปกับเพื่อน โดยมีหนังสติ๊กคู่ใจ หลังจากจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เริ่มชีวิตข้าราชการ โดยบรรจุเข้ารับราชการ ตำแหน่งพนักงานป่าไม้ตรี กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ งานแรกของสืบที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเขียว-เขาชมภู่ จังหวัดชลบุรี เป็นจุดที่ทำให้สืบได้เรียนรู้ว่าได้มีผู้มีอิทธิพลบ ุกรุกทำลายป่าจำนวนมาก โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ต่อมาในปี พ.ศ. 2522 ได้เรียนต่ออีกที่อังกฤษ ถึงปี 2524 ได้กลับมารับตำแหน่งหัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบางพระ มีส่วนร่วมในการจัดการและประสานงาน รวมทั้งเป็นวิทยากร ฝึกอบรมพนักงานพิทักษ์ป่าอีกหลายรุ่น และ 2 ปีต่อมา ในปี 2526 สืบได้ขอย้ายตัวเองเข้ามาเป็นนักวิชาการ กองอนุรักษ์สัตว์ป่า ทำหน้าที่วิจัยสัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว

ตำนานของห้วยขาแข้ง "สืบ" ได้กลับเข้ามารับราชการที่กองอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ ในปี พ.ศ. 2531 และพยายามเสนอให้ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร และป่าห้วยขาแข้ง มีฐานะเป็นมรดกโลกอย่างเป็นทางการ จากองค์การสหประชาชาติ โดยเล็งเห็นว่าฐานะดังกล่าวจะเป็นหลักประกันสำคัญ ที่จะคุ้มครองป่าผืนนี้เอาไว้อย่างถาวร โดย ปลายปี พ.ศ. 2532 ได้รับทุนเรียนต่อระดับปริญญาเอกที่อังกฤษ พร้อมกับได้รับมอบหมาย ให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแ ข้ง ซึ่งเป็นป่าอนุรักษ์ที่มีความสำคัญมากไม่แพ้ป่าทุ่งใ หญ่นเรศวร ในปี พ.ศ. 2533 ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อรักษาป่าห้วยขาแข้งและทุ่งใหญ่ นเรศวร ได้เป็นวิทยากรบรรยาย และร่วมอภิปรายในโอกาสและสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง โดยเน้นเรื่อง "การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและปัญหาที่เกี่ยวข ้อง" และ "การอพยพสัตว์ป่าตกค้างในเขื่อนเชี่ยวหลาน"

ด้วยป่าห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่อุดมไปด้วยพรรณไม้และ สัตว์ป่าอันล้ำค่า ทำให้หลายฝ่ายต่างก็จ้องบุกรุกเข้ามาหาผลประโยชน์ สืบได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะรักษาป่าผืนนี้ไว ้ให้ได้อย่างชัดแจ้ง ได้ประกาศให้รู้ทั่วกันว่า "ผมมารับงานที่นี่ โดยเอาชีวิตเป็นเดิมพัน" ตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปรับงานหัวหน้าเขตฯ ถึงแม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถปกป้องป่าได้ เนื่องจาก การดูแลผืนป่าขนาดมากกว่าหนึ่งล้านไร่ ด้วยงบประมาณและกำลังคนที่จำกัด รวมถึงการทุจริตของเจ้าหน้าที่ กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่สามารถแก้ไขได้โดยง่าย และมากกว่านั้นปัญหาความยากจนของชาวบ้านที่อยู่อาศัย โดยรอบเขตรักษาพันธุ์ สัตว์ป่า ทำให้กลุ่มผู้มีอิทธิพลที่หวังผลประโยชน์ ได้ว่าจ้างชาวบ้านในเขตป่าสงวนเข้ามาตัดไม้ และลักลอบล่าสัตว์ในเขตป่าอนุรักษ์

เช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 "สืบ" ตัดสินใจจบชีวิตตัวเองลง ได้สั่งเสียลูกน้องคนสนิทและเขียนจดหมายสั่งเสีย 6 ฉบับ ชำระสะสางภาระรับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ เพื่อนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว ตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้าที ่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบ เสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งในราวป่าลึก ที่ห้วยขาแข้ง "สืบ" จบชีวิตของเขาลง และเป็นจุดเริ่มต้นของ "ตำนานนักอนุรักษ์ไทย สืบ นาคะเสถียร ผู้ที่รักป่าไม้ สัตว์ป่าและธรรมชาติ ด้วยกายและใจ"

การจากไปของ "สืบ" ส่งผลสะเทือนอย่างล้ำลึกต่อผู้คนที่รักธรรมชาติ และแสวงหาความเป็นธรรมในสังคม เพราะว่าในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ เขามิได้เป็นเพียงข้าราชการอาชีพที่มีภาระการงานเกี่ ยวกับการพิทักษ์ป่า และสัตว์ป่าเท่านั้น หากเป็นผู้นำคนสำคัญของขบวนการอนุรักษ์ธรรมชาติในประ เทศไทย เป็นผู้ที่เคยต่อสู้เพื่อปกปักรักษาทรัพยากรป่าไม้ และสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ โดยไม่คำนึงภัยอันตราย การจากไปของเขานับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ และเป็นความสูญเสียที่นักอนุรักษ์ธรรมชาติทุกคน ไม่อาจปล่อยให้ผ่านพ้นไป โดยปราศจากความทรงจำ
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 01-09-2010
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 998
Default

ผู้จัดการออนไลน์


คืนมะพร้าวให้เกาะสมุย/วินิจ รังผึ้ง



เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมมีโอกาสเดินทางไปเกาะสมุย แต่เป็นการเดินทางแบบเช้าไปเย็นกลับ เพื่อไปเป็นกรรมการตัดสินประกวดภาพ “face of samui” ที่ทางศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุยจัดขึ้น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย เป็นการไปเกาะสมุยแบบกระหืดกระหอบที่สุดในชีวิต เพราะไปแบบเช้าไปเย็นกลับทั้งที่ตอนแรกวางแผนไว้ว่า ไหนๆไปแล้วก็จะถือโอกาสไปนอนพักดูทะเลใต้ต้นมะพร้าวข องเกาะสมุยสักวันสองวัน แต่เอาเข้าจริงๆด้วยภารกิจที่วุ่นวายไปหมดเมื่อถึงวั นตัดสินประกวดภาพเข้าจริงๆ ก็ต้องรีบไปรีบกลับเพราะต้องกลับมาร่วมงานตอนค่ำในกร ุงเทพฯ เสียดายครับต้องฝากไว้ก่อน โอกาสหน้าจะหาเวลามานอนกอดสมุยให้หายเหนื่อยสัก 2-3 วัน

เกาะสมุยวันนี้มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ โดยสายการบินบางกอกแอร์เวย์ทุกวันตั้งแต่เช้ายันค่ำอ อกเกือบทุกชั่วโมง และทางการบินไทยมีเที่ยวบินเช้าเที่ยวเย็นเที่ยว แต่แทบไม่น่าเชื่อครับว่าเที่ยวบินไปเกาะสมุยวันที่ผ มไปนั้นเต็มทุกที่นั่ง ทุกเที่ยวบิน จนเที่ยวกลับผมแทบจะหาตั๋วกลับไม่ได้ ต้องจำใจควักกระเป๋าซื้อชั้นธุรกิจที่มีเหลืออยู่เพี ยงที่เดียวบินกลับมาเพื่อให้ทันงาน ที่เล่ามาก็อยากจะบอกว่าการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยนั้น ได้ฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว เที่ยวบินที่ผมไปมีแต่นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเกื อบทั้งลำ ส่วนใหญ่เดินทางมาจากต่างประเทศแล้วต่อเครื่องไปเกาะ สมุย ที่บอกว่าการท่องเที่ยวของเกาะสมุยฟื้นตัวอย่างเต็มท ี่แล้วนั้นไม่ใช่แค่วัดจากสายตา วัดจากเที่ยวบินที่เต็มลำเกือบตลอดทั้งวันในวันนั้น แต่ยังได้รับคำยืนยันจากคุณสายโพยม สมสุข หัวหน้าศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวเกาะสมุยของ ททท. ที่บอกว่าได้สำรวจตรวจสอบโรงแรมระดับ 4 ดาว 5 ดาวบนเกาะสมุยแล้ว ปรากฏว่าส่วนใหญ่มีแขกเข้าพักมากถึง 85-90 เปอร์เซ็นต์ และยังมีการจองกันเกือบเต็มไปจนถึงปลายปีเลยทีเดียว ก็น่าชื่นใจไปกับผู้ประกอบการบนเกาะสมุยด้วยครับ

มาเกาะสมุยเที่ยวนี้มีทั้งสิ่งที่น่าดีใจและสิ่งที่น ่าเป็นห่วงเป็นใย ซึ่งสิ่งที่น่าเป็นกังวลใจแทนชาวสมุยนั้นปรากฏให้เห็ นได้ชัดเจนตั้งแต่เครื่องบินยังลงไม่แตะพื้น นั่นก็คือมะพร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะสมุยมาตั้งแ ต่สมัยโบราณนั้นกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤต ซึ่งมะพร้าวนั้นเป็นสิ่งที่อยู่คู่เกาะสมุยมาตั้งแต่ ยุคที่การท่องเที่ยวยังไม่เกิดยังไม่เติบโต ชาวเกาะสมุยก็มีมะพร้าวเป็นสิ่งที่ทำรายได้เลี้ยงคนบ นเกาะมาเป็นเวลายาวนานแล้ว แม้นปัจจุบันก็ยังเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่สำคัญที่ท ำรายได้มากมายให้คนบนเกาะ แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนในวันนี้ก็คือ มะพร้าวบนเกาะสมุยกำลังมีใบแห้งเฉา มียอดที่ไม่เขียวขจีแทรกแซมอยู่ทั่วไปเป็นบริเวณกว้า ง บางสวนก็ตายลงจนเหลือเป็นมะพร้าวยอดด้วนเรียงรายเต็ม ไปหมด มะพร้าวบนเกาะสมุยกำลังถูกด้วงมะพร้าวและแมลงดำหนามแ พร่ระบาดเข้ามาทำลายอย่างหนักจนมะพร้าวบนเกาะล้มตายแ ละลดปริมาณผลผลิตลงไปเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเจ้าแมลงดำหนามซึ่งเป็นด้วงปีกแข็งชนิดหนึ่ง มีปีกสีเหลืองส้ม ใต้ลำตัวมีสีดำ ลำตัวมีความยาวประมาณ 1 เซนติเมตร เป็นแมลงต่างถิ่นที่มีแหล่งกำเนิดแถวประเทศอินโดนีเซ ีย และได้แพร่ระบาดเข้าไปทำลายสวนมะพร้าวและสวนปาล์มน้ำ มันอย่างรุนแรงในหลายประเทศมาแล้ว เช่น ตาฮิติ ไต้หวัน มัลดีฟส์ สิงคโปร์ เวียดนาม และเข้ามาระบาดในประเทศไทยหลายพื้นที่ ตั้งแต่ เกาะหมาก เกาะช้าง จังหวัดตราด เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี แมลงดำหนามนั้นจะกัดกินยอดอ่อนของมะพร้าวและแพร่พันธ ุ์เป็นตัวอ่อนที่มีวงจรชีวิตเป็นหนอนมะพร้าวกัดกินยอ ดอ่อนของมะพร้าวจนยอดแห้งตาย หรือแตกใบออกมาขาดวิ่นไม่สมบูรณ์และในที่สุดก็จะเหี่ ยวเฉากลายเป็นใบสีน้ำตาลแซมยอดที่เคยเขียวขจีจนมองดู เหมือนเป็นมะพร้าวหัวหงอกไปทั่วเกาะ


การระบาดของแมลงดำหนามนั้นรุนแรงและกว้างขวางจนยากจะ แก้ไข การใช้สารเคมีก็เป็นเรื่องยาก เพราะยอดมะพร้าวอยู่สูงการจะพ่นสารเคมีก็จะเป็นเรื่อ งอันตรายกับคนมากกว่าและสิ้นเปลืองไม่ค่อยจะคุ้มกัน หนทางเยียวยาแก้ไขที่ดีที่สุดโดยทางกรมวิชาการเกษตรก ำลังดำเนินการอยู่ก็คือ การใช้แมลงจัดการกับแมลง โดยใช้แตนเบียนด้วงมะพร้าวมาเพาะพันธุ์แล้วปล่อยให้แ พร่กระจายไปจัดการกับเจ้าแมลงดำหนาม ซึ่งแตนเบียนตัวเมียจะบินไปวางไข่ในตัวหนอนแมลงดำหนา ม จากนั้นก็จะฟักเป็นตัวอ่อนในตัวหนอนแมลงดำหนาม และจะอาศัยดูดกินน้ำในตัวแมลงดำหนามจนหนอนแมลงดำหนาม แห้งตายในที่สุด เป็นการตัดวงจรการขยายพันธุ์ของแมลงดำหนาม ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งดำเนินการอยู่

ความจริงแม้นไม่มีการระบาดของแมลงดำหนาม มะพร้าวบนเกาะสมุยก็ยังประสบภาวะวิกฤตลงเรื่อย ๆ อยู่แล้ว เพราะการเติบโต การขยายตัวของโรงแรม รีสอร์ท ทำให้พื้นที่สวนมะพร้าวอันร่มรื่นเขียวขจีถูกถากถางล งไปทุกวัน แรก ๆ ก็อาจจะยังไม่รู้ตัว ยังไม่ค่อยมีใครคิดถึง แต่เมื่อพื้นที่สวนมะพร้าวบนเกาะหดหายลงไปเรื่อยๆ ชาวเกาะก็เริ่มตระหนักและเริ่มกังวลว่าเอกลักษณ์ของเ กาะสมุยกำลังจะเลือนหายไปทุกวัน ทั้งที่ความจริงแล้วมะพร้าวนั้นก็นับเป็นจุดขายทางกา รท่องเที่ยวอย่างหนึ่งของเกาะสมุย เพราะมะพร้าวซึ่งเป็นพืชตระกูลปาล์มที่มีรูปทรงสวยงา ม ให้ความร่มเย็น มีใบที่สวยงามเขียวขจีตลอดทั้งปี ใช้เป็นไม้ประดับที่เหมาะกับหาดทรายสวยงามเป็นอย่างย ิ่ง ซึ่งหลายๆประเทศในโลกโดยเฉพาะประเทศในเขตหนาวนั้นเขา ไม่มีมะพร้าวเหมือนบ้านเรา นักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยจึงชื่นชอบชายหาดที่มีมะพร ้าวเป็นส่วนประกอบเป็นอย่างยิ่ง เพราะให้ความรู้สึกที่สวยงามร่มรื่นสบายตา ใบมะพร้าวที่โอนไกวพลิ้วไหวก็ให้ความรู้สึกที่เป็นอิ สระและปล่อยวาง เมื่อมะพร้าวที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะสมุยกำลังจะหดหา ยลงไปทุกที หลายๆหน่วยงานบนเกาะเช่นเทศบาลเมืองเกาะสมุย กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยและ ททท.จึงได้ร่วมกันจัดทำโครงการคืนมะพร้าว 1 ล้านต้นให้เกาะสมุย โดยรณรงค์ให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม รีสอร์ท และชาวเกาะสมุย ช่วยกันปลูกมะพร้าวเพื่อคืนความเขียวขจีให้กับเกาะสม ุย เมื่อแนวคิดการคืนมะพร้าวให้เกาะสมุยถูกรณรงค์เผยแพร ่ออกไป ก็ได้รับการตอบรับจากคนบนเกาะสมุยเป็นอย่างดี ทำให้เกิดกิจกรรมต่างๆขึ้นมากมาย เช่นทาง ททท.ก็ได้จัดคาราวานปลูกมะพร้าวคืนความเขียวขจีให้เก าะสมุย โดยนำคาราวานท่องเที่ยวโดยรถยนต์จากกรุงเทพฯไปเที่ยว เกาะสมุย และไปช่วยกันปลูกมะพร้าวบนเกาะสมุย นอกจากนี้บรรดาโรงแรมรีสอร์ทบนเกาะสมุยก็พยายามปลูกม ะพร้าวเป็นไม้ประดับในพื้นที่ของตน และยังมีการจัดทำแพ็คเกจปลูกมะพร้าวสำหรับแขกที่เข้า มาพัก สำหรับคู่รัก คู่ฮันนีมูน มาซื้อแพ็คเกจปลูกต้นไม้แห่งความรักโดยปลูกต้นมะพร้า ว ซึ่งได้กลายเป็นแพ็คเกจยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวบน เกาะสมุยไปแล้ว แพ็คเกจนี้น่าส่งเสริมเป็นอย่างยิ่ง เพราะทางโรงแรมรีสอร์ทจะทำการส่งภาพถ่ายและรายงานการ เติบโตของต้นมะพร้าวที่ลูกค้าปลูกไปให้ทางอีเมล์อยู่ เป็นระยะๆ เป็นเสมือนการย้ำเตือนให้เขามีความผูกพันกับต้นมะพร้ าวที่เขาปลูก และหาโอกาสเดินทางกลับมาชื่นชมต้นมะพร้าวแห่งความรัก ของเขา ซึ่งเป็นการส่งการท่องเที่ยวที่ดียิ่ง

นอกจากนี้หน่วยงานใหญ่ๆ อย่างทางบริษัท ปตท.จำกัดมหาชน ที่ทำโครงการปลูกต้นไม้ 1 ล้านต้นถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก็จะมาทำการปลูกต้นมะพร้าวบนเกาะสมุยจำนวน 1 แสนต้น เพื่อร่วมในโครงการนี้ด้วย นอกจากโครงการคืนมะพร้าวให้เกาะสมุยแล้ว ประชาคมชาวเกาะสมุยยังมีโครงการดีๆ เพื่อร่วมกันดูแลเกาะสมุยให้ดำรงความเป็นเกาะสีเขียว ที่งดงามและยังคงรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีให้คงอยู่ได้อ ย่างยั่งยืนอีกหลายโครงการ หลายกิจกรรม โอกาสหน้าผมจะนำเรื่องราวมาบอกเล่าให้ทราบกันอีก
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 01-09-2010
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 998
Default

นศ.วนศาสตร์ ม.เกษตร ชวนร่วม "สืบสาน วันสืบ นาคะเสถียร"


เมื่อเสียงปืนที่ดังขึ้นในป่าลึกห้วยขาแข้ง ของเช้ามืดวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2533 เป็นเสียงปืนแห่งการตัดสินใจจบชีวิตตนเองของ “สืบ นาคะเสถียร” โดยก่อนจากไปได้สั่งเสียต่อลูกน้องคนสนิทและเขียนจดห มาย6 ฉบับ สะสางภาระรับผิดชอบ และทรัพย์สินส่วนตัวที่คั่งค้าง รวมถึงมอบหมาย เครื่องใช้ และอุปกรณ์ในการศึกษาวิจัยด้านสัตว์ป่า ให้สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ และตั้งศาลเพื่อแสดงความคารวะต่อดวงวิญญาณของเจ้าหน้ าที่ ซึ่งพลีชีพรักษาป่าห้วยขาแข้ง แล้วสวดมนต์ไหว้พระจนจิตใจสงบก่อนจากไป


2 อาทิตย์ถัดมา บรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมป่าไม้ รวมทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด นายทหาร นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ นายอำเภอ ป่าไม้เขต และ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ อีกนับร้อยคน ได้เปิดประชุมเพื่อหามาตรการป้องกันการบุกรุกป่าในเข ตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ซึ่ง สืบ นาคะเสถียร ได้พยายามจัดตั้งการประชุมหลายสิบครั้งแต่ไม่มีการตอ บรับจากเจ้าหน้าที่สักครั้ง จนกระทั่งการเสียชีวิตของสืบ จึงทำให้มีข้อกล่าวว่า หากไม่มีเสียงปืนนัดนั้น การประชุมดังกล่าวก็คงไม่เกิดขึ้นเช่นกัน

จากประชีวประวัติที่สืบทอดกันมาถึงบัดนี้ทำให้เรารู้ จัก สืบ นาคะเสถียร ดีในฐานะผู้พลีชีพเพื่อสร้างจิตสำนึก และยังเป็นนักอนุรักษ์และนักวิชาการด้านทรัพยากรธรรม ชาติคนสำคัญของไทย ที่มีบทบาทและชื่อเสียง จากการทำงานอนุรักษ์และปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสัต ว์ป่า วีรกรรมความเสียสละชีพเพื่อสร้างจิตสำนึกของสังคมด้า นการอนุรักษ์และก็ไม่เพียงแต่จะสร้างจิตสำนึกให้แก่เ พียงกลุ่มบุคคลเดียวเท่านั้น หากแต่ความดีงามนั้นยังสร้างจิตสำนึก ความศรัทธาให้แก่ชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะรุ่นน้องชาว คณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พวกเขามีความศรัทธาและพร้อมเพรียงกันถ่ายทอดอุดมการณ ์แห่งจิตสำนึกอนุรักษ์ของ พี่สืบ อดีตนักศึกษาคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์





รุจิรา ศาสนา นักศึกษาชั้นปีที่ 3 ภาควิชา อนุรักษ์วิทยาสาขาการจัดการลุ่มแม่น้ำเผยว่าเด็กวนศา สตร์ทุกคนศรัทธาและยึดเอาอุดมการณ์ของพี่สืบเป็นแรงบ ันดาลใจต่อการศึกษาเล่าเรียนรวมไปถึงการเข้าป่าไปฝึก งานที่มีความลำบาก

“ พี่สืบ นาคะเสถียร เป็นอดีตรุ่นพี่นักศึกษาป.ตรี-ป.โทของคณะวนศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะรู้ประวัติมาก่อน แต่เมื่อรุ่นน้องใหม่ๆเข้ามาคณะรุ่นพี่ก็จะเล่าให้ฟั งอีกที รวมทั้งถ่ายทอดเจตนารมณ์ พูดให้ตระหนักเห็นเพื่อสร้างอุดมการณ์และความคิดให้น ้องๆที่ตั้งใจมาด้านนี้แล้วมีใจไปกับสิ่งที่เราเรียน รู้ รวมทั้งมีความทุ่มเทให้กับการอนุรักษ์ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และเป็นคนไม่ยึดติดไปกับโลกภายนอก”

รุจิราบอกว่าเด็กคณะวนศาสตร์ไม่ว่าจะอยู่ภายในคณะ หรือเดินอยู่ในมหาวิทยาลัย หรือจะออกไปซื้อของนอกมหาวิทยาลัย ก็มักจะมีจุดเด่นสังเกตได้ชัดว่าเป็นเด็กวนศาสตร์ เพราะคณะนี้ไม่ว่าผู้หญิงผู้ชายก็จะใส่กางเกงขายาวรอ งเท้าผ้าใบ เรียบง่ายดูติดดิน

“ คือคณะเราผู้หญิงผู้ชายแต่งเหมือนกัน ที่ต้องใส่กางเกงขายาว รองเท้าผ้าใบ เพราะมันติดกับการฝึกงาน เข้าป่า ต้องใส่แบบนี้ และก็กลายเป็นชุดที่เรียบร้อยเหมาะกับการอยู่ในสถานท ี่ราชการ ทำให้น้องๆคณะจะไม่ใส่รองเท้าแตะที่ไม่เรียบร้อย แต่จะแต่งกันเรียบๆไม่เน้นความสวยงามหรูหราติดดิน และทุกคนก็เป็นกันแบบนี้ ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ยึดติด”


โดยนอกจากคณะวนศาสตร์จะมีการถ่ายทอดทั้งเจตนารมณ์และ วัฒนธรรมแบบฉบับแล้ว พวกเขายังได้ถ่ายทอดเจตนารมณ์ของพี่สืบ นาคะเสถียร ให้ต่อเพื่อนต่างคณะด้วย รุจิรากล่าวต่อว่า เหมือนเป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นมาเป็นครั้งที่ 17 แล้ว กับการจัดงานรำลึกถึง เพื่อสร้างจิตสำนึกที่เรามีขึ้นมาแล้วให้เกิดขึ้นกับ เพื่อนคณะอื่นๆด้วย โดยเดิมทีคณะก็จะใช้ชื่อกิจกรรมว่า เส้นทางอนุรักษ์ บนร่างสืบ นาคะเสถียร ซึ่ง 2 ปีต่อมาเราก็ทำการจัดร่วมกับมหาวิทยาลัย ภายใต้โครงการ “ สืบสาน วันสืบ นาคะเสถียร” รำลึกถึงการสละชีพเพื่อสร้างจิตสำนึกของสังคมด้านการ อนุรักษ์” โดยเราก็จะมีกิจกรรมต่างๆที่มุ่งกระตุ้นให้เห็นความส ำคัญและประโยชน์ของทรัพยากรประเทศอย่างยั่งยืน

“ เพราะเราก็อยากให้คนอื่นที่ไม่ได้อยู่กับธรรมชาติอย่ างเรา ได้มีโอกาส ศรัทธาและมีจิตสำนึกต่อการหวงแหนทรัพยากรเหมือนเรา ซึ่งการซึมซับอุดมการณ์มันก็มีผลต่อการเรียนและการฝึ กงานออกป่าให้เรามีความแน่วแน่ ไม่ย่นย่อต่ออุปสรรค และต้องมีจิตวิญญาณหวงแหนมากกว่าคนอื่นเพราะเราเป็นเ ด็กวนศาสตร์ที่คลุกคลีกับธรรมชาติ ซึ่งก็นับว่าคงเป็นเรื่องดี หากเราจะสามารถทำให้ผู้อื่นมีจิตสำนึกของสังคมด้านกา รอนุรักษ์เกิดขึ้นมาได้ ผ่านนิทรรศการ โดยแต่ละชั้นปีก็จะมาแบ่งงานดูแลในส่วนต่างๆซึ่งภายใ นงานก็มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย เช่น การแสดงดนตรี ตอบปัญหาชิงรางวัล การแสดงFolk song การฉายวิดีทัศน์ การแสดงดนตรีของนิสิตเก่าและนิสิตปัจจุบัน การเสวนา และ การโต้วาที โดยทุกกิจกรรมพวกนี้ก็จะเน้นการกระตุ้นจิตสำนึก รักและหวงแหนทรัพยากรของประเทศ และนอกจากนี้เราทุกคน 6 ภาควิชาในวนศาสตร์ก็จะได้พบกันด้วย”

รุจิราทิ้งท้ายว่าอยากให้ทุกคน มีโอกาสได้มาร่วมงานกันเพื่อรับเจตนารมณ์ดีๆนำกลับไป สานต่อเพื่อช่วยให้สัตว์ป่า ธรรมชาติ ป่าไม้ยังคงอยู่เพื่อเมืองไทยตลอดไป
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 01-09-2010
แมลงปอ แมลงปอ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 998
Default

มข.ร่วม กรมทรัพยากรน้ำ เผยความคืบหน้าแก้ปัญหาน้ำท่วมอีสาน‏



มข. ร่วมกับ กรมทรัพยากรน้ำ เผยความคืบหน้าโครงการแก้ปัญหาน้ำในอีสาน แจงผลการสร้างชาวบ้านเป็นนักวิจัยชุมชนความสำเร็จเกิ นคาด ข้อมูลชี้ปัญหา 3 ลุ่มน้ำทางมีทางออกเร่งทำยุทธศาสตร์เตรียมเสนอผลปลาย ปีนี้

รศ.ดร. ประสิทธิ์ ประคองศรี ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยา กรน้ำแบบบูรณาการภาคตะวันออกเฉียงเหนือคณะเกษตรศาสตร ์ มหาวิทยาลัยอนแก่น (มข.) เปิดเผยว่า กรมทรัพยากรน้ำ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาการบริหารจัดการทรัพยากร น้ำฯ ทำการศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเ หนือ ทั้งในด้านปัญหาภัยแล้งและปัญหาน้ำท่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพทางธรรมชาติ พร้อมทั้งสาเหตุและแนวทางแก้ไข รวมทั้งการศึกษาการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของชุมชนที่ม ีผลกระทบมาจากปัญหาน้ำ และที่สำคัญคือการกระตุ้นชุมชนให้มีส่วนร่วมในการขับ เคลื่อนการจัดการปัญหาแบบบูรณาการด้วยตนเอง ซึ่งได้เริ่มโครงการมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 จนมาถึงขณะนี้มีผลความคืบหน้าโครงการไปแล้วกว่าร้อยล ะ 73

รศ.ดร. ประสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาวิถีชีวิตและบทบาทของชุมชน ในพื้นที่วิกฤติอุทกภัยน้ำท่วมกรณีศึกษาพื้นที่ลุ่มน ้ำภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”ได้ใช้กระบวนการมีส่วนร่วมข องชุมชนโดยการให้ประชาชนในพื้นที่เป้าหมายมาร่วมเป็น “นักวิจัยทรัพยากรน้ำชุมชน” ซึ่งโครงการได้อบรมให้ความรู้ไปเพื่อให้เป็นผู้ไปดำเ นินกิจกรรมจัดเวทีชุมชน รวบรวมข้อมูล และ เป็นแกนนำในการนำชาวบ้านทำยุทธศาสตร์ของตนเองเพื่อพร ้อมที่จะเสนอต่อหน่วยงานของรัฐในการให้ความช่วยเหลือ ต่อไปทั้งนี้โครงการได้กระจายการศึกษาออกไปยัง3 ลุ่มน้ำคือ ลุ่มน้ำโขง ลุ่มน้ำชี ลุ่มน้ำมูล โดยในแต่ละลุ่มน้ำคัดเลือกหมู่บ้านที่ประสบปัญหาทั้ง ที่อยู่ต้นน้ำ กลางน้ำ และท้ายน้ำ รวม 60 หมู่บ้านครอบคลุม 10 จังหวัด ซึ่งการกระจายกลุ่มเป้าหมายเช่นนี้จะทำให้ได้ข้อมูลป ัญหาที่มีความเชื่อมโยงกันสามารถกำหนดยุทธศาสตร์การแ ก้ไขปัญหาให้มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันแบบองค์รวมซึ ่งจะได้นำเสนอผลสรุปต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ ่งแวดล้อมนำไปสู่แผนการปฏิบัติภายในธันวาคม2553

“จากการดำเนินโครงการดังกล่าวจนถึงปัจจุบันทำให้ได้ข ้อมูลมาเพื่อทำการศึกษาวิเคราะห์แล้วอย่างครบถ้วนทั้ ง 60 ชุมชน “นักวิจัยทรัพยากรน้ำชุมชน” ได้จัดกิจกรรมตามแผนงานทั้งในการจัดเวทีประชาคมท้องถ ิ่น การจัดเก็บข้อมูลโดยได้ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนจัดทำแผ นยุทธศาสตร์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาของตนเองออกมาได้อย่างเป็นรูป ธรรม ถือได้ว่าเป็นความสำเร็จของการดำเนินงานโดยมีคนในชุม ชนซึ่งรับรู้สภาพต่างๆได้ดีมาเป็นผู้สะท้อนปัญหานักว ิจัยทรัพยากรน้ำชุมชนเป็นคนในชุมชนมีความใกล้ชิดสามา รถเข้าถึงประชาชนได้รวดเร็ว ซึ่งจากนี้ไปจะเป็นการพบกันของตัวแทนในแต่ละลุ่มน้ำเ พื่อเสนอผลการศึกษาจนนำมาสู่ข้อสรุปของลุ่มน้ำทั้งง 3 แห่งในรูปแบบการสัมมนา ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษาทั้งหมดเพื่อเสนอผลต่อไป สำหรับแนวคิดในการดำเนินโครงการเชื่อว่าข้อมูลที่ได้ จะมีความถูกต้องและเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการแก้ไขป ัญหาที่ยั่งยืน ” รศ.ดร. ประสิทธิ์กล่าวในที่สุด
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #7  
เก่า 02-09-2010
ตุ๊กแกผา's Avatar
ตุ๊กแกผา ตุ๊กแกผา is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: Bangkok
ข้อความ: 1,473
Default

คิดถึงพี่สืบจัง เมื่อวานก็ใส่บาตรไปให้.....เฮ่อ!!!!!20 ปีแล้วหรือนี่.....เร็วจัง
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +8 และเวลาในขณะนี้คือ 02:18


vBulletin รุ่น 3.8.2
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2014, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger