เลือกสีตามสไลต์ที่คุณชอบ:
SaveOurSea.NET  

กลับไป   SaveOurSea.NET > สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม

ตอบ
 
Share คำสั่งเพิ่มเติม เรียบเรียงคำตอบ
  #1  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default สรุปข่าวทะเลและสิ่งแวดล้อม: วันพฤหัสบดีที่ 27 กันยายน 2555

กรมอุตุนิยมวิทยา



สภาวะอากาศทั่วไป

ร่องมรสุมกำลังแรงยังคงพาดผ่านบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดา มัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่นโดยเฉพา ะอย่างยิ่งบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ที่มีน้ำท่ วมบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนั กมากในระยะนี้ สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันมีกำ ลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในช่วง วันที่ 27-30 กันยายน 2555

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น “เจอลาวัต” (jelawat) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวไปใกล้เกาะไต้หวันในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 ส่วนพายุโซนร้อน “เอวิเนียร์” (ewiniar) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะเคลื่อนตัวไปใกล้ประเทศญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 สำหรับพายุทั้ง 2 ลูกนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มีฝนฟ้าคะนองทั่วไป ร้อยละ 90 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 15-35 กม./ชม.


คาดหมาย

ในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกมีกำลังแรง ประกอบมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ลักษณะเช่นนี้ทำให้ ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนเพิ่มขึ้นและมี ฝนหนักบางแห่ง ส่วนในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบา งแห่ง สำหรับคลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแ รงขึ้น โดยมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร และมากกว่า 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ในช่วงวันที่ 29 ก.ย.- 2 ต.ค. ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ทำให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ยังคงฝนตกชุกหนาแน่นโดยมีฝนตกหนักถึงหนักมา กได้บางพื้นที่ ส่วนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น เจอลาวัต (jelawat) บริเวณทางทิศตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะไต้หวัน ในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 ส่วนพายุโซนร้อน เอวิเนียร์ (ewiniar) บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก คาดว่าจะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ประเทศญี่ปุ่น ในช่วงวันที่ 28-29 กันยายน 2555 พายุทั้งสองลูกนี้ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทย


ข้อควรระวัง

ในช่วงวันที่ 27-28 ก.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ส่วนในช่วงวันที่ 27 ก.ย.- 2 ต.ค. ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยและพื้นที่ที่มีน้ำท่ วมโดยเฉพาะบริเวณภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนให้เ พิ่มความระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือไว้ด้วย

รูป
ชนิดของไฟล์: jpg Forecast3.jpg (65.8 KB, 0 views)
ชนิดของไฟล์: jpg Earthquake3.jpg (57.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #2  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default

ไทยรัฐ

................
รูป
ชนิดของไฟล์: jpg 120927_Thairath_01.jpg (91.9 KB, 0 views)
__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #3  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default

เดลินิวส์


1 ปี ดำรงค์ พิเดช บนเก้าอี้อธิบดี ฝากผลงานทิ้งทวน ดังสะท้านป่า!!



เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน นายดำรงค์ พิเดช อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 กันยายน นี้ ท่ามกลางความเสียดายของผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่ยังต้องการให้นายดำรงค์อยู่ต่อสู้กับพวกนายทุนบุก รุกป่าต่อไป หลังจากสร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ในตำแหน่งอธิบดีกรมอุทยานฯ ห้วง 1 ปีที่ผ่านมา

นายดำรงค์เคยเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีนายยงยุทธ ติยะไพรัช เป็น รม.ทรัพยากรธรรมชาติ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นายดำรงค์ก็ถูกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เด้งไปนั่งตบยุงที่สำนักนายกรัฐมนตรี อยู่พักใหญ่ ๆ เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเริ่มคลี่คลาย ก็ถูกย้ายกลับมาเป็นรองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และถ้าพรรคเพื่อไทยไม่ได้เป็นรัฐบาล นายดำรงค์คงจะเกษียณราชการไปอย่างเงียบ ๆ ในสิ้นเดือนกันยายน นี้

แต่เมื่อเหตุการณ์พลิกผัน พรรคเพื่อไทยได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งใหญ่เมื่อวั นที่ 3 กรกฎาคม 2554 และมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นายดำรงค์จึงได้รับ “แรงดัน” ให้หวนคืนเก้าอี้อธิบดีกรมอุทยานฯ อีกครั้ง ว่ากันว่าเป็นแรงดันจากนายเก่าที่ชื่อ “ยงยุทธ” ซึ่งยังมีบารมีในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ มากพอสมควร

ถ้ามองย้อนไปดูผลงานในอดีตของนายดำรงค์ สมัยเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ ยุครัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องบอกว่าเรื่อยๆมาเรียงๆ ไม่โดดเด่น ชื่อเสียงยังไม่เป็นที่รู้จักของชาวบ้านและสื่อมวลชน มากนัก ไม่เหมือนกับนายดำรงค์ในยุค พ.ศ.นี้ เพราะนายดำรงค์หวนคืนเก้าอี้กรมอุทยานฯรอบสอง อย่างถูกจังหวะและเวลา เป็นจังหวะและเวลาที่การปราบปรามจับกุมผู้บุกรุกพื้น ที่เขตอุทยานแห่งชาติทับลาน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี และ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นติดลมบน

ต้องบอกว่าการปราบปรามจับกุมผู้บุกรุกพื้นที่เขตอุทย านฯทับลาน เริ่มต้นกันอย่างจริงๆจังๆ ในเดือนมีนาคม 2554 เป็นต้นมา ด้วยผลงานของ นายเทวินทร์ มีทรัพย์ หัวหน้าอุทยานฯทับลาน และ นายนุวรรต ลีลาพตะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานฯ ซึ่งช่วงนั้นนายดำรงค์ยังเป็นรองปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติฯ จนกระทั่งผ่านไปครึ่งปี เมื่อกระแส “ทับลาน โมเดล” ถูกจุดติด นายดำรงค์ก็ก้าวเข้ามาเป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ และเข้าไปสนับสนุนการทำงานที่อุทยานฯทับลาน ส่งผลให้นายดำรงค์มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักขอ งคนทั้งประเทศ ก่อนจะสลับฉากไปทำงานปราบปรามจับกุมผู้ลักลอบตัดไม้พ ะยูงในพื้นที่ภาคอีสาน และการกวาดล้างจับกุมผู้บุกรุกป่าในพื้นที่อื่นๆทั่ว ประเทศ เช่น เกาะเสม็ด จ.ระยอง เกาะภูเก็ต และแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี



แต่ไม่ว่าจะไปแอ๊คชั่นในแห่งหนไหนของเมืองไทย ก็ดังเปรี้ยงปร้างสู้ที่ “ทับลาน” ไม่ได้ เพราะที่นี่มีการจับกุมรีสอร์ทและบ้านพัก กว่า 400 คดี ครั้งใหญ่ที่สุดในประเทศ แถมมีการรื้อ-ทุบทิ้งรีสอร์ทดังๆจำนวนมาก และปรากฏภาพทางสื่อว่านายดำรงค์ไปแอ๊คชั่นด้วยทุกครั ้ง นายดำรงค์จึงดังเป็นพลุ ดังเพราะลูกน้องที่อุทยานฯทับลาน ช่วยกัน “ดัน” ให้ดัง เพราะผลงานการกวาดล้างจับกุมดำเนินคดีกับนายทุน ผู้มีอิทธิพล และข้าราชการที่บุกรุกเขตพื้นที่อุทยานฯทับลาน หลังจากถูกปล่อยเป็นปัญหาเรื้อรังกันมานาน

เนื่องจากปัญหาที่ “ทับลาน” ถูกบรรดานายทุน ข้าราชการ และนักการเมือง ย่ำยีกันมานานกว่า 10 ปี แล้ว จนมองไม่ออกว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะแต่ละรายล้วนเป็นผู้มีอิทธิพล มีเส้นสายใหญ่โตทั้งนั้น แต่ก็สงบลงอย่างราบคาบ ในช่วง 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา

ใครที่บุกรุกเข้าไปสร้างรีสอร์ท-บ้านพัก ในเขตอุทยานฯทับลาน ในช่วงนี้ถ้าไม่บ้า ก็เพี้ยน เพราะสร้างเมื่อไหร่จะถูกจับกุมดำเนินคดีทันที เนื่องจากตอนนี้เจ้าหน้าที่อุทยานฯทับลาน มีหู มีตาเต็มไปหมด โดยหู-ตาที่ว่าก็คือพวกที่ถูกจับกุมและรื้อถอนไปก่อนหน้านี ้ 300-400 คดี จะคอยชี้เป้าให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง แม้ว่านายดำรงค์จะเหลืออายุราชการอีกไม่กี่วันก็จริง แต่ที่ “ทับลาน” ยังมีมือทำงานด้านปราบปราม ซึ่งทำงานกันอย่างจริงจังมาก่อนที่นายดำรงค์จะเข้ามา เป็นอธิบดีกรมอุทยานฯ รอบที่สองช่วงวันที่ 28-30 กันยายน นี้ นายดำรงค์จะเดินทางไปปิดฉากอำลาชีวิตราชการที่ “ทับลาน” ซึ่งจะเป็นการทำงานครั้งสุดท้ายก่อนเกษียณ แว่ว ๆ มาว่าจะมีรายการรื้อถอนรีสอร์ท-บ้านพักที่บุกรุกเขตอุทยานฯด้วย แต่จะเป็นการรื้อถอนรีสอร์ทรายไหนบ้างนั้น ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อออกมา เนื่องจากมีคิวให้รื้อถอนอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะบ้านพักและรีสอร์ทขนาดใหญ่ จำนวน 22 แห่ง เช่น บ้านผางามรีสอร์ท และไร่กฤษณะวรรณ ที่เจ้าหน้าที่อุทยานฯทับลาน ทำเรื่องเสนอขอรื้อถอนไปยังนายดำรงค์ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ก็ค้างคาอยู่ ยังไม่มีการรื้อถอนแต่อย่างใด



ขณะเดียวกันมีรายงานข่าวว่า ช่วงวันที่ 28-30 กันยายน นี้ นายดำรงค์จะเข้ารื้อซ้ำที่ “บ้านทะเลหมอก รีสอร์ท” ใน อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี อีกรอบหนึ่ง ก่อนลงจากเก้าอี้อธิบดีกรมอุทยานฯ ท่ามกลางเสียงกองเชียร์ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เนื่องจากบ้านทะเลหมอก รีสอร์ท ถูกรื้อถอนเป็นข่าวเกรียวกราวไปแล้วก่อนหน้านี้ และเมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา ก็ถูกศาลแพ่งตัดสินให้บ้านทะเลหมอก รีสอร์ท ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับกรมอุทยานฯ กรณีถูกฟ้องฐานทำให้ทรัพยากรธรรมชาติได้รับความเสียห าย ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน เป็นเงินพร้อมดอกเบี้ยกว่า 10 ล้านบาท เจอไปแค่นี้บ้านทะเลหมอก รีสอร์ท ก็ไปไม่รอดแล้ว

ในขณะที่บ้านพักและรีสอร์ทขนาดใหญ่ 22 แห่ง ที่ทำท่าจะรื้อถอนมา 2 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รื้อ น่าจะเข้ารื้อถอนในลอตนี้ให้จบ เพื่อปิดฉากอำลาชีวิตราชการอย่างสวยหรู เพราะรีสอร์ทหลายแห่งในลอตนี้ ถูกศาลชั้นต้นตัดสินความผิดทางอาญาไปแล้ว แต่ไปร้องศาลปกครองเพื่อขอคำสั่งศาลปกครองให้คุ้มครอ งการรื้อถอน และศาลปกครองก็ยกคำร้อง หรือจะใช้มาตรา 22 พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ที่ให้อำนาจอธิบดีกรมอุทยานฯ และหัวหน้าอุทยานฯ สามารถจับกุมและรื้อถอนผู้บุกรุกเขตอุทยานฯได้ทันที โดยไม่ต้องรอคดีในชั้นศาลสรุป ไม่ว่าจะมองในแง่มุมไหนของกฎหมาย ก็สามารถรื้อรีสอร์ท-บ้านพัก 22 แห่งได้ทันที ดีกว่าการไปตามรื้อรีสอร์ทรายเก่า ซึ่งหมดอนาคตไปแล้ว นับเป็นการปิดฉากชีวิตราชการของนายดำรงค์ ได้อย่างสวยหรู ปฏิบัติหน้าที่จนวันสุดท้ายของการรับราชการ.


************************************************** ****************************


เฟอร์รีชนเรือสินค้าตาย 8 ศพที่อินโดฯ



วันนี้ (26 ก.ย.)สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 8 ศพ ในวันนี้ หลังจากเรือเฟอร์รีบรรทุกผู้โดยสารกว่า 200 คน เกิดอับปางกลางทะเลนอกชายฝั่งเกาะสุมาตราของอินโดนีเ ซีย เพราะไปชนกับเรือบรรทุกสินค้า

นายซูโตโป เปอร์โว นูโกรโฮ โฆษกสำนักงานบรรเทาวิบัติภัยแห่งชาติของอินโดนีเซีย แถลงว่า เรือเฟอร์รีชื่อ “เคเอ็ม บาฮูกา ชวา” แล่นออกจากท่าเรือเมรัค ในจังหวัดเวสต์ ชวา บนเกาะสุมาตรา พร้อมผู้โดยสารกว่า 200 คน เกิดจมลงกลางทะเล นอกชายฝั่งเกาะสุมาตรา หลังชนเข้ากับเรือบรรทุกสินค้าของแอฟริกาใต้ เมื่อเช้าวันนี้ ยังผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 8 ศพ แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเรือลำอื่นๆ สามารถช่วยเหลือขึ้นมาจากน้ำได้ 207 คน

โฆษกกระทรวงคมนาคมของอินโดนีเซีย แถลงด้วยว่า เรือบรรทุกสินค้าของแอฟริกาใต้ บรรทุกสินค้าซึ่งประกอบด้วย รถยนต์ รถบรรทุก และ รถจักรยานยนต์

อุบัติเหตุทางทะเลเกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศอินโดนีเซี ย เพราะเรือทั้งลำเล็กและลำใหญ่ส่วนใหญ่ละเลยด้านมาตรฐ านความปลอดภัยในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรมากถึง 240 ล้านคน และเกาะต่างๆมากถึง 17,000 เกาะ..

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #4  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default

ข่าวสด


ชมภาพ"ทะเลโฟม"ถล่มเมืองในสก็อตแลนด์จนขาวโพลน



ชาวเน็ตในอังกฤษต่างแห่โพสต์ภาพทะเลโฟมที่เกิดขึ้นใน สก็อตแลนด์ หลังกระแลลมแรงหอบโฟมจากทะเลเหนือพัดเข้าบริเวณชายฝั ่งทะเลเมืองอะเบอร์ดีน

กระแสลมแรงจากทะเลเหนือได้พัดพาเอาโฟมที่เกิดจากคลื่ นปริมาณมหาศาลเข้าสูชายฝั่งทะเลในย่านฟูตดี้ ของเมืองอะเบอร์ดีน ในช่วงเช้าวานนี้



โฟมจำนวนมหาศาลได้พัดพาเข้าไปยังพื้นที่อยู่อาศัยของ ประชาชนตลอดแนวชายฝั่งทะเล ทำให้ถนน รถยนต์และบ้านเรือนเต็มไปด้วยโฟมสีขาวทั่วบริเวณ คล้ายกับโดนถล่มด้วยพายุหิมะ

ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า เธออยู่อาศัยที่นี่มาตั้งแต่ก่อนปี 2000 แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ เธอได้ยินเสียงลมคล้ายมีพายุใหญ่ครางหึ่งตลอดทั้งวัน และหน้าต่าง ประตูต่างสั่นไหว เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างจึงเห็นว่าทะเลโฟมสีขาวกำลั งพัดเข้ามา แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆต่อประชาชน ขณะที่ชาวบ้านเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนแล้ว



คริสโตเฟอร์ ท็อดด์ ศาสตราจารย์ด้านนิเวศวิทยาทางทะเล จากสถาบันสมุทรศาสตร์มหาวิทยาลัยเซนต์ แอนดริว กล่าวว่า กระแสลมแรงที่พัดมาจากทิศตะวันออกที่กระหน่ำชายฝั่งแ คว้นอะเบอร์ดีนเชียร์ นำไปสู่การเกิดปฏิกิริยาคลื่นจำนวนมหาศาล เมื่ออากาศเข้าไปแทรกตัวกับน้ำทะเล และผสมเข้ากับสสารทางชีวภาพบางอย่าง จึงก่อให้เกิดโฟมจำนวนมหาศาลขึ้น

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า อาจมีเซลล์แพลงก์ตอนพืชที่ผลิตเมือกที่เมื่อถูกซัดไป มาหลายครั้ง และทำให้เกิดโฟมเช่นนี้ได้เช่นกัน อย่างไรก็ดี โฟมทะเล อาจอยู่ในสภาพคงตัว และอาจอยู่เช่นนั้นเป็นเวลาหลายวัน



ทั้งนี้ แม้แพลงก์ตอนพืชจะมีขนาดเล็กกว่าการมองเห็นด้วยตาเปล ่า แต่มันก็สามารถก่อให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า"สาหร่ายสะพ รั่ง" โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #5  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default

กรุงเทพธุรกิจ


เตือนโลกร้อนฉุดจีดีพีโลกหด 3.2%ในปี 2573



รายงาน ที่จัดทำโดยสมาคมวิจัยการช่วยเหลือด้านการพัฒนา (DARA) ระบุว่า ประชากรโลกกว่า 100 ล้านคน จะเสียชีวิต และอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกจะลดลง 3.2% ภายในปี 2573 ถ้าหากโลก ไม่สามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ

ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผลกระทบต่อโลก อย่าง แผ่นน้ำแข็งละลาย, อากาศที่แปรปรวน, ภาวะแห้งแล้งและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น จะเป็นอันตรายต่อประชากร และการดำรงชีวิต

รายงานชิ้นนี้ คำนวณว่า จะมีประชากรเสียชีวิต 5 ล้านคนในแต่ละปี จากมลภาวะทางอากาศ, ความหิวโหย และโรคภัย อันเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ และประเทศที่มีการปล่อยก๊าซเข้มข้น และยอดผู้เสียชีวิตทั้งหมดอาจจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573 ถ้ารูปแบบปัจจุบันในการใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลยังคงด ำเนินต่อไป

ผู้เสียชีวิตกว่า 90% จะเกิดขึ้นในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา และรายงานฉบับนี้ คำนวณผลกระทบต่อมนุษย์และเศรษฐกิจจากการเปลี่ยนแปลงข องสภาพบรรยากาศต่อ 184 ประเทศในปี 2553 และ 2573

ทั้งนี้ Climate Vulnerable Forum ซึ่งเป็นภาคีของประเทศกำลังพัฒนา20 ประเทศที่ถูกคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ ได้มอบหมายให้ DARA จัดทำรายงานฉบับนี้

ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ ทำให้ผลผลิตทั่วโลกลดลง 1.6% ของจีดีพีโลก หรือราว 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และความเสียหายอาจเพิ่มขึ้น 2 เท่าเป็น 3.2% ของจีดีพีโลกภายในปี 2573 ถ้าอุณหภูมิโลกยังคงเพิ่มขึ้น และจะพุ่งทะลุระดับ 10% ก่อนปี 2643

ส่วนกลุ่มประเทศยากจนที่สุดในโลก อยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงมากที่สุด ขณะที่ประเทศเหล่านี้ จะเผชิญกับความเสี่ยงมากขึ้นจากภาวะแห้งแล้ง, การขาดแคลนน้ำ, พืชผลเสียหาย,ความยากจน และโรคภัย โดยเฉลี่ยแล้ว ประเทศเหล่านี้อาจมีจีดีพีลดลง 11% ภายในปี 2573 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพบรรยากาศ

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
  #6  
เก่า 27-09-2012
สายน้ำ's Avatar
สายน้ำ สายน้ำ is offline
Senior Member
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 12,388
Default

ข่าว อสมท. MCOT News


ทส.เตรียมเสนอที่ประชุมไซเตสปี 56 บรรจุไม้พะยูงในบัญชี 2



ก.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมข้อมูลเสนอต่อที่ประชุมไซเตสปี 2556 ให้ไม้พะยูงบรรจุอยู่ในบัญชี 2 เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบซื้อขายและตัดไม้ผิดกฎหมาย

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือพิจารณาแนวทางในการเตรียมความพร้อมจัดประชุ มคณะกรรมการอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ หรือไซเตส ครั้งที่ 16 ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมในวันที่ 3-15 มีนาคม ปี 2556

นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีมติร่วมกันในการเตรียมเสนอต่อที่ประชุ มไซเตส ให้พิจารณาบรรจุไม้พะยูงอยู่ในบัญชีชนิดพันธุ์ที่ 2 จะทำให้การตัดไม้พะยูงถูกคุ้มครองมากยิ่งขึ้น แต่ยังสามารถค้าขายได้ โดยต้องควบคุมไม่ให้เกิดความเสียหายหรือปริมาณลดลงจน ใกล้สูญพันธุ์ อีกทั้งจะต้องมีหนังสืออนุญาตก่อนด้วย

ที่ประชุมยังเสนอให้จระเข้น้ำจืดและน้ำเค็มย้ายออกจา กบัญชีชนิดพันธุ์ที่ 1 มาอยู่ในบัญชีชนิดพันธุ์ที่ 2 ซึ่งจะทำให้ฟาร์มเลี้ยงจระเข้กว่า 100 แห่งของไทย มีช่องทางส่งออกจระเข้ไปสู่ตลาดต่างประเทศได้สะดวกขึ ้น ยังช่วยยกระดับการค้าและการส่งออกให้จระเข้เป็นสัตว์ เศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ทั้งนี้ ได้วิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียอย่างรอบคอบ และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อจระเข้ที่อยู่ในธรรมชาติอย่ างแน่นอน

นอกจากนี้ จะให้ช้างและงาช้างแอฟริกาเป็นสัตว์คุ้มครองของไทย ซึ่งจะเป็นการเพิ่มมาตรการป้องกันปัญหาลักลอบนำเข้าง าช้างผ่านประเทศไทย ทั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยให้การดำเนินการจับกุมกับผู้กระทำผิดม ีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยจะเป็นแนวทางในการแก้ไขและดูแลทรัพยากรธรรมชาติๆไ ม่ให้ตกอยู่ในภาวะสูญพันธุ์.

__________________
การเมืองไม่ยุ่ง มุ่งแต่รักษ์ทะเลไทยจ้า ....
ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is งดใช้

Forum Jump


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +8 และเวลาในขณะนี้คือ 09:08


vBulletin รุ่น 3.8.2
สงวนลิขสิทธิ์ ©2000-2014, บริษัท Jelsoft Enterprises จำกัด
Ad Management plugin by RedTyger