กระดานข่าว Save Our Sea.net
พฤศจิกายน 28, 2014, 09:53:36 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: บอร์ดนี้อ่านได้อย่างเดียว ต้องการตั้งกระทู้ใหม่กรุณาใช้งานบอร์ดใหม่ที่
http://www.saveoursea.net/forums/index.php
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา สมาชิก เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำประปาดื่มไม่ได้ ?  (อ่าน 7760 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
สายชล
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8186


Saaychol


« เมื่อ: มิถุนายน 22, 2008, 06:21:33 AM »

น้ำประปาดื่มไม่ได้ ?




การประปาฯ นำน้ำมากลั่น-กรอง ขั้นตอนสุดท้ายคือเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่คลอรีนมีสารก่อมะเร็ง !!?

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ผศ.ดร.บุณยฤทธิ์ ปัญญาภิญโญผล หรือ ดร.กอล์ฟ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา สิ่งแวดล้อมและประชาสัมพันธ์ ภาควิชาวิศวกรรมสุขาภิบาล คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  ศึกษาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับน้ำประปา น้ำเสีย ขยะ อากาศเป็นพิษฯลฯ  

มาตรฐานของน้ำที่ควรบริโภค  แม้แต่น้ำบาดาลยังต้องเช็คคุณภาพว่าบริโภคได้หรือไม่ อาจจะมีสารปนเปื้อน เนื่องจากการทิ้งวัตถุเคมี ลงไปในดิน เช่นฝังขยะมีพิษเช่นถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดฟลูออเรสเซนต์ ที่มีสารปลอด เมื่อฝนตก สารเหล่านี้ไหลลงสู่ใต้ดิน ในที่สุดก็ย้อนกลับมาเป็นอันตรายต่อตัวมนุษย์เอง เพราะสสารไม่มีวันสูญสลายไปจากโลก ยังคงวนเวียนสะสมนับวันจะยิ่งทวีคูณ  

“การวัดมาตรฐานน้ำส่วนใหญ่เราจะใช้มาตรฐานเดียวกับสหรัฐอเมริกา อย่างน้ำผิวดิน ก็ต้องมีมาตรฐานเหมือนกัน ปริมาณสารอินทรีย์ สารแขวนลอย โลหะหนักต่างๆ เช่นยาฆ่าแมลง สารก่อมะเร็งบางตัวก็มีกำหนดไว้ น้ำผิวดินเช่นน้ำในแม่น้ำปิง วัง ยม น่าน จนถึงเจ้าพระยา คุณภาพจะลดลงเรื่อยๆ จากต้นน้ำผ่านการถูกทำให้สกปรก

"เช่น ชาวบ้านทำความสกปรกอะไรไว้ก็ตาม สุดท้ายก็ต้องไหลลงแม่น้ำ ระบบป้องกันน้ำเสียไม่มี ทิ้งน้ำเสียลงแม่น้ำก็ยิ่งทำให้เกิดการเน่าเสีย ทิ้งสิ่งสกปรกลงแม่น้ำเกินที่แม่น้ำจะรับได้ ก็ทำให้เกิดน้ำเน่าปลาตายอย่างที่เคยเห็น”

ชุมชนเมืองส่วนใหญ่มีน้ำประปาใช้ มีโครงการน้ำประปาดื่มได้ เนื่องจากการประปามีการตรวจวัดคุณภาพน้ำอยู่เสมอ  

"งานวิจัยที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ก็คือ สารก่อมะเร็งที่เกิดในน้ำประปา มีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เราควรจะจัดการระบบน้ำเสียอย่างไร เพื่อให้สารตัวนี้มีโอกาสเกิดน้อยที่สุด ถามว่าน้ำประปามีสารก่อมะเร็งไหม ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่ามี คำว่ามีก็คือต้องถามว่า มีเยอะแค่ไหน บ้านเรายังไม่มีตัวเลขที่เป็นมาตรฐานตรงนี้

"แต่ที่อเมริกามีแล้วเขากำหนดไว้ว่าปริมาณสารก่อมะเร็ง ไตรฮาโลมีเทน (Trihalomethanes) ต้องไม่เกิน 80 ไมโครกรัมต่อลิตร ก็คือน้อยมากๆ อย่างเนื้อหมูเราชั่งกันเป็นกิโลกรัม แปลว่ามี 1,000 กรัม ไมโครกรัมหมายถึง 10 กำลัง ลบ 6 ของกรัม น้อยมากๆ การประปาที่บางเขนเขาก็มีการตรวจวัดค่าตรงนี้อยู่เรื่อยๆ"

การประปานำน้ำทั่วไปมากลั่นกรองเอาความขุ่น ความสกปรกออก ขั้นตอนสุดท้ายก่อนมาถึงผู้บริโภคมีการเติมคลอรีนเพื่อฆ่าเชื้อโรค แต่คลอรีนก็คือสารอินทรีย์ และสารอินทรีย์บางตัวเป็นสารก่อมะเร็ง

"ถ้าเทียบมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก แล้วน้ำประปาที่เราใช้กันก็เรียกว่าผ่านมาตรฐานแต่คนก็จะรู้สึกรังเกียจกลิ่นของคลอรีน จะถามว่าทำไมต้องใช้คลอรีน เพราะเป็นข้อจำกัดของท่อประปาบ้านเรา ซึ่งมีอายุเยอะมีการแตก รั่ว ซึม เหตุผลก็คือ คลอรีนสามารถอยู่ในน้ำได้นาน ถามว่าฆ่าด้วยวิธีอื่นได้ไหม อย่างเมืองนอกเขาอาจจะใช้โอโซนฆ่าเชื้อโรค น้ำที่วิ่งในท่อก็จะไม่มีเชื้อโรคแล้ว ในขณะที่คลอรีนยังอยู่เราเปิดมาใช้ได้กลิ่นก็แสดงว่าในน้ำไม่มีเชื้อโรคแล้ว"

น้ำประปาบ้านเราดื่มได้จริงหรือ?  

ดร.กอล์ฟ อธิบายว่า น้ำประปาที่ออกจากโรงน้ำประปาจะมีปริมาณคลอรีนเยอะกว่าปลายทาง เพราะต้องคำนวณระยะทางที่น้ำประปาต้องไปถึง ดังนั้นประชาชนไม่ต้องกังวลว่าคลอรีนจะเป็นอันตรายเมื่อดื่มกินและใช้ เนื่องจากปริมาณคลอรีนเหล่านั้นค่อนข้างผ่านมาตรฐาน  

"คนส่วนใหญ่มักไม่ชอบกลิ่นของคลอรีน ก็เลยติดเครื่องกรองน้ำ เพื่อความมั่นใจ  จะมีถ่านกรอง ถ่านที่จะกรองได้ดีเรียกว่าถ่านกัมมันต์ ศัพท์ทางวิชาการเรียกว่า Activated Carbon ทำหน้าที่จับสารละลาย ที่มี กลิ่นสี เอาไว้ได้ น้ำดื่มบรรจุขวดที่เราดื่มก็มาจากน้ำประปา ที่กรองด้วยถ่านตัวนี้"

สรุปแล้วก็คือ น้ำประปาที่มีคลอรีนนั้นอาจมีสารก่อมะเร็งปนเปื้อน ทว่าอยู่ในปริมาณที่น้อยมาก หากมนุษย์คนหนึ่งจะเป็นโรคมะเร็ง ไม่ได้เกิดจากการดื่มน้ำประปาอย่างแน่นอน เนื่องจากในสภาพแวดล้อมปัจจุบันหลายๆ ด้านล้วน มีส่วนให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่า ส่วนใหญ่ปัจจัยเสี่ยงเหล่านั้นมาจากอาหาร เช่นผักผลไม้ที่มียาฆ่าแมลง อ่านหนังสือพิมพ์มือเปื้อนหมึก หยิบอาหารใส่ปาก อาหารทอดที่ใช้น้ำมันทอดหลายรอบฝุ่นควันท่อไอเสีย ฯลฯ  

ในน้ำ 1 แก้วมีอะไรหลายๆ อย่างที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ทั้งสารก่อมะเร็ง ยาฆ่าแมลง โลหะหนักต่างๆ เช่นโครเมียมกับ สารตะกั่ว สารปลอด หากรับตะกั่วมากๆ มีผลต่อระบบประสาท สมอง ระบบกรองน้ำมีหลายแบบ กรองแล้วไม่เหลืออะไรเลย อย่าง RO หรือ Reverse Osmosis เหลือแร่ธาตุน้อยมาก เครื่องกรองที่มีสองถังอย่างที่เห็นทั่วไปเป็นแบบ คาร์บอนเรซิ่น ทำหน้าที่กรองตะกอน ฯลฯ หรือถ้าใครกล้าพอที่จะบริโภคน้ำประปาที่หอมกรุ่นกลิ่นคลอรีน ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่อะไร เพราะสารก่อมะเร็งหลักๆ ไม่ได้อยู่ที่นั่น

น้ำประปาปลอดภัยพอ?

การฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปามีหลายวิธี ได้แก่ การใช้แสงอัลตราไวโอเลต การใช้โอโซน หรือการใช้สารเคมีในการฆ่าเชื้อโรค  และการใช้ ‘คลอรีน’ ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาเป็นที่นิยมใช้กันแพร่หลาย สำหรับระบบประปาทั่วโลก การผลิตน้ำประปาในประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากคลอรีนมีราคาไม่แพง หาได้ง่าย กำจัดสิ่งสกปรกในระบบผลิตและยังช่วยป้องกันเชื้อโรคที่อาจปะปนอยู่ในถังเก็บและระบบท่อจ่ายน้ำอีกด้วย ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

องค์การอนามัยโลก ได้กำหนดคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาไว้ ไม่ต่ำหว่า 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร และสูงสุดไม่เกิน 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร

หากใครดื่มน้ำประปา ตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก ผู้บริโภคจะต้องดื่มน้ำนานถึง 252 ปี ถึงจะเข้าขั้น "เสี่ยง" ต่อการเป็นโรคมะเร็ง  

จิตรสุภา ไตรธรรม ผู้อำนวยการกองควบคุมคุณภาพน้ำ การประปานครหลวง ยืนยันว่า "กลิ่น" ของคลอรีนไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์  

"กลิ่นของคลลอรีนก็ไม่มีปัญหา ถ้าใครรังเกียจกลิ่นก็เปิดน้ำทิ้งไว้ในภาชนะสองสามชั่วโมง กลิ่นก็ระเหยออกไปหมดแล้ว ปริมาณคลอรีนที่เราใส่ลงไป ต้นทางโรงงานผลิตใส่ประมาณ 1.5 -2 ออกจากโรงงานผลิต 30 นาทีก็กลายเป็นคลอรีนคงเหลือ ต้นทางบ้านแรกที่ได้รับน้ำประปาจะเหลือคลอรีนประมาณ 0.2 -0.3 กลิ่นอาจจะแรงกว่าปลายทาง

"แต่เราจะคำนึงถึงปลายทางเมื่อไปถึงแล้วน้ำยังคงสะอาดปราศจากเชื้อโรค แต่ต้นทางได้รับคลอรีนที่ยังอยู่ในระดับมาตรฐาน ความจริงเรื่องของคลอรีนน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ"  

คลอรีนฆ่าเชื้อโรค แต่ยังก่อมะเร็ง ข้อมูลจากหนังสือ น้ำดื่มในอุดมคติ (Water for Life) ของ ศ.ดร.นพ.สมศักดิ์ วรคามิน เขียนไว้ในหน้า 35 หัวข้อ น้ำประปา : น้ำประปาใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรค จับความได้ว่า คลอรีนราคาถูก ใช้ง่าย ทำลายเชื้อแบคทีเรียได้แน่นอน แต่การที่คลอรีนในน้ำดื่ม สามารถทำลายเชื้อโรคได้ ก็สามารถทำลายแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ รวมทั้งเซลล์ปกติของร่างกายได้ด้วยเช่นกัน  

คลอรีนจะทำให้เกิดสารพิษ ซึ่งเกิดจากทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในธรรมชาติที่ละลายอยู่ในน้ำ นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในสหรัฐอเมริการายงานว่า ผู้หญิงที่ดื่มน้ำที่มีคลอรีนเป็นประจำ มีอัตราการเกิดมะเร็งในระบบทางเดินอาหาร หรือระบบปัสสาวะ  สูงกว่าผู้หญิงที่ดื่มน้ำปราศจากคลอรีนถึง 44 % และยังพบว่า การดื่มน้ำที่มีคลอรีนจะสัมพันธ์กับการเกิดโรคความดันโลหิตสูง และโรคโลหิตจาง  ซึ่งการเกิดโรคโลหิตจางนี้เนื่องมาจากผลร้ายของคลอรีนต่อเม็ดเลือดแดง (Red Blood Cell)  

นอกจากนั้นคลอรีนยังเป็นตัวก่อมะเร็งในลำไส้ใหญ่ หรือมะเร็งที่กระเพาะปัสสาวะสูงกว่าผู้ที่ดื่มน้ำปราศจากคลอรีน

 
น้ำดิบในธรรมชาติ นับวันแสนอันตราย

นอกจากขยะมีพิษที่คนเราช่วยกันทิ้งขว้างคนละไม้คนละมือ ยังมีสารเคมีจากโรงงานอุตสาหกรรมที่ปล่อยของเสียออกมาปะปนกับแหล่งน้ำดิบ เป็นปัญหาของทั่วโลก ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น อย่างในประเทศอเมริกา พบว่าประชาชนที่อยู่ตอนล่างของแม่น้ำมิสซิสซิปปี ไหลผ่านโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ที่อยู่ทางตอนเหนือลงมา มีอัตราเป็นมะเร็งสูงกว่าประชาชนที่อยู่ต้นน้ำตอนบน เหนือโรงงานขึ้นไป  

และปัญหาสารเคมีจากโรงงานนี้น่าสะพรึงกลัวมากสำหรับประเทศเรา หากมีโรงงานอุตสาหกรรมไปตั้งอยู่ทางตอนบนของแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น คนกรุงเทพฯคงได้ดื่มน้ำที่มีสารเคมีเจือปนแน่นอนอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง ในอีก 5  ปีข้างหน้า  และสารเคมีในน้ำนั้นควบคุมยาก และมีอันตรายสูง และยากต่อการตรวจพบ เนื่องจากวิธีวิเคราะห์หาสารเคมีแต่ละอย่างนั้นซับซ้อนมาก ถ้าไม่รู้วิธีวิเคราะห์หรือถึงรู้แต่ไม่มีปัญญาซื้อเครื่องมือแพงๆ ก็ไม่อาจทราบได้ว่ามีสารเคมีชนิดใดปนเปื้อนมากับน้ำ และส่วนใหญ่ไม่ทำให้น้ำดื่มมีรสผิดปกติจนสังเกตได้ ผู้ที่ดื่มน้ำมีสารปนเปื้อนอาจรู้สึกเพียงปวดหัว เป็นผื่นโดยไม่ทราบสาเหตุ และไม่มีใครจะนึกถึงว่าเกิดจากการดื่มน้ำ  

อันตรายมากที่สุดก็คือก่อให้เกิดโรคมะเร็ง คลอดลูกออกมาพิการ ร่างกายเจริญเติบโตผิดปกติ เป็นหมัน เป็นต้น ยาฆ่าแมลงชื่อ Endrin เพียงน้ำหนัก 1 ปอนด์ (ประมาณครึ่งกิโลกรัม) ก็สามารถทำให้น้ำปนเปื้อนจนเกินมาตรฐานการใช้ดื่ม และอาจจะถึงระดับเป็นพิษ (Toxic Level) ได้ถึง 5,000 ล้านแกลลอนทีเดียว สิ่งเหล่านี้จึงทำให้ประเทศสหรัฐอเมริกาหวาดกลัวสงครามสารเคมีมาก เพราะการหิ้ว Endrin เพียง 1 ปอนด์ เพื่อจะก่อการร้าย จะคุมไม่ได้เลย  

ส่วนคุณและโทษของคลอรีนนั้น คลอรีนเคยจัดว่าเป็นอาวุธมหาประลัยในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง ทำให้ผู้คนเสียชีวิต หรือพิการจำนวนมากมายหลายล้านคน ในปี พ.ศ. 2453 เริ่มมีการใช้ผงคลอรีนใส่ในน้ำเพื่อฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ ทำให้การตายด้วยโรคระบาดอันเกิดจากน้ำลดลงอย่างรวดเร็ว

แต่คลอรีนที่ตกค้างในน้ำดื่ม รวมทั้งคลอรีนที่ทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ในน้ำจนเกิดสารมีพิษชื่อ Trihalomethane ซึ่งอาจก่อมะเร็งในระยะยาว ทำให้เกิดการตายโดยยังไม่ถึงเวลาอันควร เช่น การเกิดมะเร็งในลำไส้ใหญ่ มะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ป่วยจำนวนหลายร้อยล้านคน ซึ่งน่าจะมาสาเหตุนี้  

ส่วนปัญหาที่ว่า คลอรีนในน้ำดื่มมีอันตรายไหมนั้น ยอมรับว่าน้ำที่เราดื่มกินอยู่ทุกวันนี้อาจจะมีสิ่งปนเปื้อนมากกว่า 2,100 ชนิด หลากหลายชนิดมีอันตรายต่อสุขภาพของผู้ดื่ม

นักวิจัยพบว่า แม้ขั้วโลกเหนือก็ยังพบสารตกค้างของยาฆ่าแมลงประเภทดีดีที ซึ่งเป็นยาฆ่าแมลงที่ประเทศพัฒนาแล้วเลิกใช้นานแล้ว สามารถพบได้ในก้อนน้ำแข็งและหิมะที่ขั้วโลกเหนือ แต่เราไม่ควรวิตกกังวลกับเรื่องนี้มากจนเกินไป ตราบใดที่เรายังมีเครื่องกรองน้ำใช้ สามารถช่วยได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งมีหลากหลายแบบให้เลือกใช้


และคลอรีนในน้ำประปา ที่องค์การอนามัยโลกรับรองแล้ว ไม่น่าจะทำให้ผู้ดื่มกินบ้านเรา ต้องวิตกกังวลมากเกินไป !!!



บายไลน์: พิมพ์พัดชา กาคำ



ภาพและข่าวจาก.....http://www.bangkokbiznews.com/2008/06/22/news_269303.php
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2008, 03:37:32 PM โดย สายชล » บันทึกการเข้า

Saaychol
สายชล
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8186


Saaychol


« ตอบ #1 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2008, 06:39:08 AM »


อ่านดูแล้ว.....แม้จะมีเครื่องกรองน้ำมาใช้ ก็ยังน่ากลัวจังเลยนะคะ
บันทึกการเข้า

Saaychol
Vita
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 983


อยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ เป็นดี..!


« ตอบ #2 เมื่อ: มิถุนายน 22, 2008, 07:11:01 AM »

 เศร้า........
บันทึกการเข้า

สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งปวงล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
My2000
ตอบกระทู้เยอะ ๆ จะได้ 2 ดาว
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 14


« ตอบ #3 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2008, 03:24:36 PM »

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  รมต.ช่วยมหาดไทยมาเปิด น้ำประปาดื่มได้ที่ สมุย
โดยการประปา เป็นผู้จัดแล้วจะเชื่อใคร
ผมอยู่ในพื้นที่บริเวณแหล่งน้ำดิบของประปา บ่อยครั้งเห็นควายลงเล่นน้ำเป็นฝูง
ทำให้ไม่สนิทใจที่จะดื่มน้ำประปาจากก๊อก รูดซิบปาก
My2000
บันทึกการเข้า
สายชล
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8186


Saaychol


« ตอบ #4 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2008, 03:46:30 PM »


เมื่อหลายสิบปีก่อน....คุณสายน้ำต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่หลายวัน สันนิษฐานว่าเพราะได้รับเชื้อจากน้ำประปาที่แม้จะต้มแล้วก็ยังมีเชื้ออยู่  หลังจากนั้น เราต้องซื้อน้ำขวดมาดื่ม และน้ำใช้ต้องใช้เครื่องกรองให้สะอาดก่อนจะใช้

แม้บัดนี้...การประปาจะบอกว่าน้ำประปาใช้ดื่มได้ เราก็ยังไม่กล้านำมาดื่มค่ะ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มิถุนายน 23, 2008, 03:50:41 PM โดย สายชล » บันทึกการเข้า

Saaychol
Vita
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 983


อยู่เหนือสุขและทุกข์ได้ เป็นดี..!


« ตอบ #5 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 02:05:46 AM »

ที่สมุย ใช้น้ำทะเล มาผลิตน้ำปะปา
น้ำดิบเลยมีคนลงไปเล่นเยอะ
ทั้งเรือต่างๆก็ลงไปมากมายเลยครับ
บันทึกการเข้า

สิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  สิ่งนั้นทั้งปวงล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา
ขีดเขียน
สี่ดาวยังอยู่แค่เอื้อม
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 101


« ตอบ #6 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 05:10:18 AM »

จริง ๆ แล้ว ถ้าว่ากันตามหลักการ น้ำประปาสะอาดมากเลยครับ เพราะว่าผ่านกรรมวิธีที่ทำให้สะอาดจริง ๆ

เพียงแต่ว่า ...

น้ำประปาสะอาด ... แต่ไอ้ท่อที่ส่งน้ำประปาเนี่ยสิ .. กว่าจะมาถึงบ้าน ไม่รู้ผ่านอะไรมามั่ง ทั้งขี้ดิน ขี้สนิม ปนเปื้อนสารพัด...  ฮืม ฮืม ฮืม

ที่บ้านไม่แค่กรองครับ .. น้ำกรองเสร็จยังต้องเอามาต้มก่อนกินเลย ...

ปลอดภัยไว้ก่อน
บันทึกการเข้า
topping
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 566


งืม ๆๆ


« ตอบ #7 เมื่อ: มิถุนายน 24, 2008, 09:33:34 AM »

เห็นด้วยกับคุณขีดเขียนค่ะ ...

เดี๋ยวนี้น้ำฝนก็กินไม่ได้แล้วด้วย สงสัยจะต้องกลั่นน้ำทะเลกินกันซะแล๊น  อายจัง
บันทึกการเข้า

arttaporn
ตอบกระทู้เยอะ ๆ จะได้ 2 ดาว
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 46



เว็บไซต์
« ตอบ #8 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2008, 11:22:53 AM »

ขอโทษครับ...บังเอิญผมทำงานอยู่การประปานครหลวง!!!

ผมเห็นหัวข้อกระทู้นี้แล้วสะดุ้งเลยครับ!!! กปน.ผลิตน้ำประปาได้ตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ทั้งปริมาณ
"ไตรฮาโลมีเทน" และ "คลอรีนคงเหลือ" ก็อยู่ในเกณฑ์ทั้งคู่ รวมทั้งตัวชี้วัดอื่นๆ ด้วย และถ้าผลิตน้ำประปาอยู่ในเกณฑ์นี้แล้วยังใช้ดื่มไม่ได้ ก็ต้องไปแก้เกณฑ์มาตรฐานของ WHO แล้วล่ะครับ  ที่สำคัญ ราคาค่าน้ำประปานั้น หน่วย (ลูกบาศก์เมตร) ละประมาณ 10 บาท 1 หน่วยมี 1,000 ลิตร  หรือพูดง่ายๆ "ลิตรละ 1 สตางค์" เท่านั้น และต้องสูบจ่ายน้ำให้กับคน กทม. สมุทรปราการ และนนทบุรีใช้อุปโภคบริโภคประมาณ 6-7 ล้านคน ซึ่งมีทั้งคนระดับล่าง ระดับกลาง และระดับมีฐานะ ผมคาดว่าน่าจะมีอย่างน้อย      1-2 ล้านคนที่ดื่มน้ำประปาจากก๊อกโดยตรง ถ้าเป็นอันตรายจริง ป่านนี้ กปน. อยู่ไม่ได้แล้วล่ะครับ

ส่วนเรื่องที่พี่สายชลเข้าโรงพยาบาลเพราะคาดว่าได้รับเชื้อโรคจากน้ำประปานั้น ผมว่าก็ยังฟันธงไม่ได้หรอกครับ และนั่นก็สิบกว่าปีมาแล้ว ปัจจุบัน กปน. มีโครงการ "น้ำประปาดื่มได้" ซึ่ง "กองควบคุมคุณภาพน้ำ" จะออกไปเก็บตัวอย่างน้ำตามสถานที่ต่างๆ มาทดสอบที่ห้องแล็บ ผลการตรวจนั้นแปลกมาก คือตัวอย่างน้ำที่เก็บจากก๊อกโดยตรง "ผ่านเกณฑ์ 100%" ส่วนตัวอย่างน้ำที่ผ่านเครื่องกรองหรือถังพักน้ำ จะมีไม่ผ่านเกณฑ์บ้าง สาเหตุคาดว่าเจ้าของบ้านมั่นใจว่าผ่านเครื่องกรองแล้วสะอาดแน่ๆ แต่ใส้กรองนั้น ถ้าไม่หมั่นล้างทำความสะอาด หรือเปลี่ยนอันใหม่ ก็ทำให้น้ำที่ผ่านเครื่องกรองนั้นมีเชื้อโรคได้เหมือนกัน

อย่าว่าอย่างโน้นอย่างนี้เลยนะครับ ผมก็ยังอยากจะบอกว่า "ดื่มน้ำประปากันเถอะครับ" ปลอดภัย ประหยัดทั้งเงินในกระเป๋า และลดขยะของโลก(ขวดพลาสติกที่ใช้บรรจุน้ำดื่มนั่นแหละครับ) ด้วยนะ...ขอบอก  ยิ้มเท่ห์ จุมพิต
บันทึกการเข้า

ไม่มีทุนทรัพย์!! ทำไงดี??
Coffee
ตอบกระทู้เยอะ ๆ จะได้ 2 ดาว
*
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 10


« ตอบ #9 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2008, 12:07:39 PM »

เรื่องนี้พูดยากจริงๆครับ ผมว่าทางที่ดีน่าจะมีคนทำชุดทดสอบออกมาขาย เพื่อให้ผู้บริโภคตรวจสอบน้ำจากระบบของตนเองได้ อย่างในวงการดำน้ำก็จะมีการเก็บตัวอย่างอากาศจากเครื่องอัดส่งตรวจเพื่อขอ certificate (บางองค์กรณ์ต้องการ certificate ที่ว่า) แต่การส่งตรวจแต่ละครั้งเสียค่าใช้จ่ายสูงพอสมควร และยิ่งถ้าส่งตรวจแล้วไม่ผ่าน ก็เท่ากับเสีงเงินฟรี จึงมีคนทำชุดตรวจวัดคุณภาพแบบคร่าวๆออกมาขายเพื่อให้ผู้ประกอบการตรวจสอบคร่าวๆชั้นหนึ่งก่อน ผมว่าก็เป็นไอเดียที่ดีถ้าจะทำชุดตรวจสอบคุณภาพน้ำคล้ายๆชุดตรวจสอบคุณภาพอากาศแบบนี้ออกมาขายบ้าง

ถ้ามีชุดตรวจคุณภาพน้ำที่ว่า เราก็สามารถตรวจสอบระบบของเราได้บ่อยเท่าที่เราต้องการ เราก็จะรู้ของเราเองว่าคุณภาพน้ำของเราขณะนั้นๆเป็นอย่างไร
บันทึกการเข้า
สายชล
Moderator
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 8186


Saaychol


« ตอบ #10 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2008, 01:11:47 PM »


ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆค่ะคุณ arttaporn และคุณ Coffee.... จุมพิต

คงจะจริงอย่างที่คุณ arttaporn ว่าไว้ค่ะ....ความสกปรกมักสะสมอยู่ตามถังกักเก็บน้ำและเครื่องกรองน้ำได้  แม้ที่บ้านสายชลจะหมั่นทำความสะอาดเจ้าตัวปัญหาดังกล่าวอยู่เสมอก็ตาม แต่อย่างไงๆสายชลก็ยังไม่กล้าดื่มน้ำประปาอยู่ดีค่ะ ทั้งที่รู้ว่าซื้อน้ำดื่มนั้นแพงก็แพงแถมยังก่อมลพิษให้กับโลกอีก... เศร้า

ดีใจนิดๆ....เมื่อเดือนที่แล้วที่บ้านใช้น้ำไม่เกิน 50 หน่วย เลยไม่ต้องเสียเงินค่าน้ำ... ยิ้ม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 14, 2008, 01:34:21 PM โดย สายชล » บันทึกการเข้า

Saaychol
Dennn
ได้2ดาวแล้วพยายามอีกหน่อยจะได้สอย3ดาว
**
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 66


« ตอบ #11 เมื่อ: พฤศจิกายน 14, 2008, 03:42:02 PM »

น้ำปะปาสะอาด แต่ท่อไม่สะอาดสิครับ น่ากลัว เคยอ่านพวกเอกสาร เกี่ยวกับพวก biofilm ตามท่อ ที่คลอรีนล้างไม่ออก แล้วเกิดสะสมแบคทีเรียอันตราย หรือคลอรีนที่ฆ่าเชื้อได้ 60-70 เทียบกับพวก Chlorine Dioxide ที่อ้างว่าฆ่าได้ 99% (ที่ใช้ในยุโรปหลายประเทศ) แล้วยังไม่อยากเสี่ยงจริงๆ แต่ถ้า น้ำปะปา + ผ่านกรอง + UV + ต้มเดือด ผมว่ามันน่าปลอดภัยนะ รสชาดดีด้วย
บันทึกการเข้า
Pursuit of Happiness~
สี่ดาวยังอยู่แค่เอื้อม
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 143


http://pairojc.multiply.com


เว็บไซต์
« ตอบ #12 เมื่อ: พฤศจิกายน 23, 2008, 03:15:38 PM »

เพิ่งรู้นะเนี่ย ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆอย่างนี้ครับ แลบลิ้น
บันทึกการเข้า

The freedom to marry has long been recognized as one of the vital personal rights essential to the orderly pursuit of happiness by free men ; Loving v. Virginia, 388 U.S. 1 (1967),
สายรุ้ง
คุณคือสุดยอดรับไปเลย5ดาว
*****
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 838


« ตอบ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 24, 2008, 09:23:29 AM »

เห็นด้วยค่ะ  ว่าอ่านแล้วได้ความรู้ดีจริงๆ

ส่วนตัวน้ำที่ทานก็เป็นน้ำกรองค่ะ  ผ่านระบบ......มากมาย  เพราะเป็นน้ำที่ต้องใช้กับโรงไฟฟ้า จึงต้องสะอาดดดดดดดดดดด

แต่ถ้าหมด น้ำประปาก็ทานได้ค่ะ แต่ต้องหิวจริงๆ  ถ้าทำกับข้าว ก็เอาไปต้มก่อน

บันทึกการเข้า
lord of death
สี่ดาวยังอยู่แค่เอื้อม
***
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 130



« ตอบ #14 เมื่อ: ธันวาคม 05, 2008, 04:20:55 PM »

แต่ที่กดน้ำ ตามจุดต่างๆ มัน เต็มไปด้วยขี้นกอ่ะครับ ไอ้น้ำประปาพอทำเนา แต่ขี้นกนี้น่าคิด
อีกอย่างอยากให้พี่ลองดูท่อส่งน้ำประปาด้วยครับเปลี่ยนใหม่เป็นมาตรฐานบรรจุภัณฑ์สำหรับใส่ของบริโภคหมดแล้วหรือยังเป็นท่อใยหินอยู่อะครับ ถ้าเป็นใยหินผมไม่ดื่มนะครับ
บันทึกการเข้า

จงหมั่นระลึกถึงความตาย เพราะเป็นวาระติดตัวเรามาตั้งแต่เริ่มปฏิสนธิ เมื่อถึงเวลาจักได้มีสติกับความตาย ยังให้เราระลึกถึงพุทธองค์และกำหนดจิตถึงภพภูมิใหม่ได้เมื่อวาระนั้นมาถึง ขอให้ทุกท่านพ้นอบายภูมิ เราได้มีเวลาเที่ยว หุ หุ
หน้า: [1] 2   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.2 | SMF © 2006-2007, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.08 วินาที กับ 20 คำสั่ง